Tom Lee ออกเตือนสายหมีสุดหายาก เตือน Ethereum อาจร่วงระยะสั้น

คำเตือนสุดเซอร์ไพรส์จากกระทิงใหญ่แห่ง EthereumETH-1.14%
ถ้าคุณติดตามตลาดคริปโต คุณคงคุ้นชื่อ Tom Lee เป็นอย่างดี เขาคือผู้ร่วมก่อตั้ง Fundstrat และเป็นหนึ่งในสายกระทิงตัวพ่อของวงการสินทรัพย์ดิจิทัล
ปกติแล้ว Lee มักจะมองโลกในแง่ดีและแชร์มุมมองเชิงบวกต่อคริปโตสกุลหลักๆ เสมอ แต่ในวันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2026 เขาได้ออกมาเตือนเกี่ยวกับ Ethereum (ETH) ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก
Lee ได้โพสต์บนแพลตฟอร์ม X เตือนว่า Ethereum อาจต้องเผชิญกับแรงกดดันขาลงในระยะสั้น ซึ่งการพลิกมุมมองแบบกะทันหันนี้ มีสาเหตุมาจากแรงเทขายอย่างหนักในตลาดหุ้นเกาหลีใต้
หุ้นเกาหลีใต้ฉุดตลาดคริปโตได้อย่างไร?
การเทรดหุ้นทั่วไปในเกาหลีใต้มาส่งผลกระทบต่อราคา Ethereum ในระดับโลกได้อย่างไร? คำตอบอยู่ที่เรื่องของ เลเวอเรจ (Leverage), การเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin Call) และการแพร่กระจายของความเสี่ยงในตลาด
เมื่อตลาดหุ้นร่วงลงอย่างรุนแรง โบรกเกอร์จะทำการเรียก Margin Call นักลงทุนที่ใช้เลเวอเรจจึงต้องรีบเติมเงินสดทันที เพื่อรักษาโพซิชันการเทรดของตัวเองเอาไว้
นักลงทุนรายย่อยในเกาหลีใต้ถือครองสัดส่วนในตลาดคริปโตโลกอยู่ไม่น้อย พอโดน Margin Call ในบัญชีหุ้น เทรดเดอร์เลยมักจะเลือกขายสินทรัพย์คริปโตที่มีสภาพคล่องสูงอย่าง ETH เพื่อนำเงินสดฉุกเฉินไปเติม
"การร่วงลงอย่างหนักของหุ้นเกาหลีใต้น่าจะส่งผลกระทบลามมาถึงตลาดคริปโต" Lee ระบุ พร้อมชี้ว่า ETH อาจจะต้องเจอกับ "ความเจ็บปวดในระยะสั้น"
เจาะลึกเหตุการณ์ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดิ่งเหว
ปัญหาเริ่มขึ้นเมื่อดัชนี KOSPI ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดของเกาหลีใต้ ร่วงลงกว่า 6% ในวันที่ 13 ตุลาคม 2026 โดยมีแรงเทขายอย่างหนักในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์
ยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ต่างเห็นราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างมาก เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกังวลว่ากระแสความนิยมใน AI จะยั่งยืนจริงหรือไม่
นอกจากนี้ ChangXin Memory Technologies (CXMT) ผู้ผลิตชิปความจำจากจีน ยังมีความก้าวหน้าอย่างมากในเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้เทรดเดอร์กังวลว่าการแข่งขันที่สูงขึ้น อาจกดดันให้ราคาชิปโลกต่ำลงและทำให้อัตรากำไรลดลง
มาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราว และผลกระทบต่อหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก
แรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีไม่ได้หยุดอยู่แค่ในตลาดเอเชีย เพราะในสหรัฐฯ ดัชนี Philadelphia Semiconductor ก็ปรับตัวลดลง 2.67% ในช่วงการซื้อขายก่อนหน้านั้นเช่นกัน
ส่วนในโซล การดิ่งลงของตลาดบังคับให้หน่วยงานกำกับดูแลต้องเข้ามาแทรกแซง โดยเมื่อเวลาประมาณ 09:48 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีได้เปิดใช้งานกลไก Sidecar ฝั่งขาย
มาตรการฉุกเฉินนี้ช่วยระงับการซื้อขายเป็นการชั่วคราว หลังจากสัญญาฟิวเจอร์ส KOSPI 200 ดิ่งลงเกิน 5% แต่ถึงแม้จะมีการหยุดพักสั้นๆ แรงเทขายในตลาดหุ้นโดยรวมก็ยังคงดำเนินต่อไป
เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรต่อผู้ลงทุน Ethereum
คำเตือนของ Tom Lee ย้ำให้เห็นว่าตลาดคริปโตยังคงเชื่อมโยงกับมหภาคระดับโลก การถูกบังคับขายในตลาดหุ้นดั้งเดิม สามารถสร้างระลอกคลื่นแรงเทขายชั่วคราวไปยังสินทรัพย์ดิจิทัลได้
หากการล้างพอร์ตในตลาดหุ้นเกาหลียังคงดำเนินต่อไป Ethereum ก็อาจเห็นความผันผวนในระยะสั้นอย่างต่อเนื่อง ในทางกลับกัน หากตลาดหุ้นเริ่มมีเสถียรภาพและสภาพคล่องกลับมา ตลาดคริปโตก็อาจฟื้นตัวได้เร็ว
นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มตลาดหุ้นต่างประเทศควบคู่ไปกับกราฟคริปโตเพื่อประเมินทิศทางตลาด ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้เป็นสิ่งที่การันตีถึงผลลัพธ์ในอนาคต
บทความล่าสุด

ผลศึกษา Ripple ชี้ ธนาคารอาจสร้างรายได้เพิ่ม $100 ล้าน ด้วยเทคโนโลยีคริปโต
ผลการศึกษาของ Boston Consulting Group ที่ทำร่วมกับ Ripple ชี้ว่า ธนาคารภูมิภาคอาจดันผลประกอบการเพิ่มได้สูงถึง 100 ล้านดอลลาร์ หากขยายบริการมากกว่าแค่การรับฝากสินทรัพย์คริปโตแบบเดิมๆ

สหรัฐฯ ส่งตัวผู้ต้องหาชาวจีนดำเนินคดีโกงคริปโต 36.9 ล้านดอลลาร์
ทางการสหรัฐฯ ส่งตัวชาวจีนอายุ 44 ปีจากเนเธอร์แลนด์มาดำเนินคดีฟอกเงิน หลังเอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชาหลอกลงทุนคริปโต มูลค่าความเสียหายกว่า 36.9 ล้านดอลลาร์ มีผู้เสียหาย 174 ราย

ฝ่ายกฎหมาย Ripple เรียกร้องกฎระเบียบที่ชัดเจนสำหรับคริปโตโทเคนใหม่
หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ Ripple สนับสนุนข้อเสนอของ SEC ที่กำหนดให้เปิดเผยข้อมูลเหรียญใหม่ชัดเจนขึ้น หลังผลสำรวจพบผู้ซื้อเหรียญใหม่กว่า 50% เผชิญกับภาวะขาดทุน