รายงาน Stacks Q3: ยอด Staking บน Bitcoin ทะลุ 735 BTC

เกิดอะไรขึ้นกับ Stacks?
Stacks เครือข่าย Layer-2 บน Bitcoin เพิ่งเปิดเผยรายงานระบบนิเวศประจำไตรมาส 3 ข่าวใหญ่คือ ผู้ใช้ฝาก Bitcoin (BTCBTC+0.48%) รวม 735 เหรียญเข้าสู่ระบบ Staking ใหม่ ในช่วงการล็อก 2 รอบแรก
นอกจากนี้ ยอด Staking เหรียญหลักอย่าง STX ยังพุ่งขึ้น 25% ในไตรมาสนี้ การเติบโตนี้ชี้ให้เห็นว่า คนเริ่มสนใจนำ Bitcoin มาใช้งานในระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) มากขึ้น แทนที่จะปล่อยเหรียญไว้นิ่งๆ
เจาะลึกรอบการ Staking
กระบวนการ Staking แบ่งออกเป็น 2 ระยะแรก ซึ่งแต่ละรอบแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งจากชุมชนและนักลงทุนสถาบัน
ระยะแรกที่เรียกว่า Bond 1 เริ่มต้นด้วยยอด 230 BTC รอบแรกนี้ดึงดูดบริษัทลงทุนคริปโตและผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานชื่อดังหลายราย ได้แก่:
- 21Shares
- HashKey Cloud
- UTXO Management
- Sypher Capital
รอบที่สองยิ่งคึกคักกว่าเดิม ยอดฝากเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากรอบแรก โดยเข้ามาเพิ่มอีก 505 BTC เมื่อรวมกับ Bond 1 ทำให้ยอด Staking ทั้งหมดสูงถึง 735 BTC
การ Staking Bitcoin บน Stacks ทำงานอย่างไร?
ลองมองว่า Bitcoin เหมือนทองคำดิจิทัล ปกติแล้วทองคำจะถูกเก็บไว้ในเซฟนิ่งๆ ถึงจะรักษามูลค่าได้ดี แต่ก็ไม่ได้สร้างรายได้เพิ่มขึ้นมาเอง
แต่ Stacks เข้ามาเปลี่ยนเกมนี้ครับ Stacks เป็นเครือข่าย Layer-2 ที่สร้างอยู่บน Bitcoin ช่วยให้ใช้งาน Smart Contracts และแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ได้
ผ่านระบบ Staking คนถือ BTC สามารถล็อกเหรียญเพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยให้ระบบ Layer-2 โดยจะได้รับผลตอบแทนเป็นการตอบแทน ทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกสร้างประโยชน์ได้จริง
ยอด Staking เหรียญ STX พุ่งขึ้น 25%
นอกจากยอดฝาก BTC โดยตรงแล้ว รายงานยังชี้ให้เห็นสัญญาณที่ดีของเหรียญประจำเครือข่ายอย่าง STX โดยยอด Staking เหรียญ STX ทั้งหมดเติบโตขึ้น 25% ในไตรมาสที่สาม
Stacks ทำงานด้วยกลไกฉันทามติที่เรียกว่า Proof-of-Transfer (PoX) ในระบบนี้ ผู้ Staking เหรียญ STX จะล็อกเหรียญของตนเพื่อช่วยตรวจสอบรายการบนเครือข่าย
เพื่อตอบแทนคนที่ช่วยดูแลความปลอดภัยของระบบ ผู้ถือ STX จะได้รับรางวัลจ่ายออกมาเป็น Bitcoin โดยตรง กลไกนี้สร้างสะพานเชื่อมทางการเงินที่ไม่เหมือนใครระหว่าง STX และ BTC
ทำไมแรงหนุนจากสถาบันถึงสำคัญ?
การที่สถาบันอย่าง 21Shares และ HashKey Cloud เข้ามาร่วมด้วย ถือเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ว่านักลงทุนรายใหญ่เริ่มมองโปรโตคอล Layer-2 บน Bitcoin เปลี่ยนไปแล้ว
ปกติแล้ว นักลงทุนสถาบันมักจะเน้นซื้อแล้วถือยาว การที่กองทุนยักษ์ใหญ่นำ BTC มา Staking บนเครือข่ายรอง แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นในโครงสร้างพื้นฐาน Smart Contract บน Bitcoin
ทำความเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง
แม้เทคโนโลยี Layer-2 จะช่วยขยายศักยภาพของ Bitcoin แต่ผู้ใช้ควรคำนึงถึงความเสี่ยงอยู่เสมอ ก่อนเข้าร่วมแพลตฟอร์ม Staking
การ Staking สินทรัพย์ดิจิทัลจำเป็นต้องล็อกเงินไว้ตามระยะเวลาที่กำหนด นั่นหมายความว่าคุณจะไม่สามารถซื้อขายหรือโอนสินทรัพย์ได้ทันที หากตลาดเกิดการผันผวนอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ การใช้งาน Smart Contracts ยังมีความเสี่ยงจากตัวโปรโตคอล การอัปเดตโค้ด และความผันผวนของตลาดคริปโตโดยรวมอีกด้วย
อย่าลืมว่า ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้เป็นสิ่งการันตีผลตอบแทนในอนาคต คุณสามารถติดตามแนวโน้มตลาดและข้อมูลสินทรัพย์ได้ที่ bitkub.com/th/market/BTC
ทิ้งท้าย
รายงานระบบนิเวศ Stacks Q3 สะท้อนถึงความก้าวหน้าอย่างมั่นคง ในการนำ Smart Contracts มาสู่ Bitcoin มียอด Staking 735 BTC จาก 2 รอบการล็อก และยอด Staking เหรียญ STX ที่เพิ่มขึ้น 25% แสดงให้เห็นว่าความสนใจของผู้ใช้ในการนำ Bitcoin มาใช้งานจริงนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
บทความล่าสุด

ดัชนี KOSPI เด้งรีบาวด์ 3% แต่ความกังวลเรื่องดอกเบี้ยเฟดยังคงกดดันการฟื้นตัว
ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ดีดตัวกลับมามากกว่า 3% หลังดิ่งลงหนัก แต่ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นและความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดยังคงทำให้แนวโน้มตลาดดูไม่แน่นอน

ทำไมสหรัฐฯ ถึงกว้านซื้อ Bitcoin ขณะที่คนทั้งโลกอยากได้ดอลลาร์
รายงานใหม่จาก Chainalysis ชี้ให้เห็นความต่างชัดเจน: สถาบันการเงินในสหรัฐฯ กำลังกว้านซื้อ Bitcoin ส่วนผู้ใช้งานทั่วโลกกลับหันไปหา Stablecoin อิงดอลลาร์

Polymarket จ่ายคริปโตให้ครีเอเตอร์ โพสต์อีสปอร์ตแบบเนียนๆ ไม่ให้ดูเหมือนโฆษณา
รายงานเผย Polymarket แอบจ้างผู้ใช้ X นับร้อยคนด้วยคริปโต ให้ช่วยโปรโมตคอนเทนต์อีสปอร์ต โดยกำชับว่าต้องโพสต์ให้เนียนๆ ดูเป็นธรรมชาติที่สุด