ข่าว
icon BTC

บิทคอยน์ร่วงหลุด 80,000 ดอลลาร์ หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งสูงกว่าคาด

ผู้เขียน : AI Generated15 ต.ค. 69อ่าน : 0CointelegraphCointelegraph
AI Generated
15 ต.ค. 69อ่าน : 0Cointelegraph
บิทคอยน์ร่วงหลุด 80,000 ดอลลาร์ หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งสูงกว่าคาด

บิทคอยน์ร่วงหลุด 80,000 ดอลลาร์ หลังตัวเลขเงินเฟ้อออกมาพุ่งสูง

ราคาบิทคอยน์ได้ปรับตัวลดลงหลุดระดับสำคัญที่ 80,000 ดอลลาร์ หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่าราคาฝั่งผู้ผลิตพุ่งสูงขึ้นเกินกว่าที่คาดไว้ แม้ว่าฝั่งแรงซื้อพยายามจะเข้ามารับเพื่อพยุงราคาไว้ที่ 80,000 ดอลลาร์ แต่แรงขายก็กลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังข่าวออก

การเคลื่อนไหวของราคานี้เกิดขึ้นทันทีหลังจากการประกาศดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนกันยายนของสหรัฐฯ โดยรายงานระบุว่าเงินเฟ้อฝั่งขายส่งปรับตัวขึ้นเร็วกว่าที่นักวิเคราะห์เศรษฐกิจคาดการณ์ไว้มาก

ในตลาดการเงิน ตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงเกินคาดมักส่งผลให้เกิดการปรับตัวของราคาในทันที ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเองก็ตอบรับอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนักลงทุนต้องประเมินแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินและสภาพเศรษฐกิจโดยรวมใหม่

ทำความเข้าใจกับตัวเลขเงินเฟ้อ PPI เดือนกันยายนที่สูงเกินคาด

ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เป็นตัววัดการเปลี่ยนแปลงเฉลี่ยของราคาขายที่ผู้ผลิตภายในประเทศได้รับจากสินค้าและบริการ พูดง่ายๆ ก็คือ ดัชนีนี้ติดตามเงินเฟ้อระดับขายส่ง ซึ่งเป็นต้นทุนที่ธุรกิจต้องจ่ายก่อนที่สินค้าจะไปถึงมือผู้บริโภคขั้นสุดท้าย

ในเดือนกันยายน ดัชนี PPI ของสหรัฐฯ สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ถึง 100 basis points โดย 1 basis point เท่ากับ 0.01% ซึ่งหมายความว่าการเติบโตของราคาขายส่งสูงกว่าระดับที่คาดการณ์ไว้ถึง 1 percentage point

การเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันนี้ถือเป็นการปรับตัวขึ้นในเดือนเดียวที่ใหญ่ที่สุดของราคาผู้ผลิตสหรัฐฯ นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทั่วโลกกังวลเรื่องเงินเฟ้อพุ่งสูงสุด จนกดดันให้ธนาคารกลางต่างๆ ต้องเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างแรง

ประเด็นสำคัญจากรายงานเศรษฐกิจ

  • ตัวเลข PPI สหรัฐฯ เดือนกันยายนสูงเกินคาด: อัตราเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ถึง 100 basis points
  • การปรับตัวขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่มีนาคม 2022: การพุ่งขึ้นในรายเดือนครั้งนี้ถือเป็นการเพิ่มขึ้นของราคาขายส่งที่มากที่สุดในรอบกว่าสองปี
  • การสู้รับที่แนวรับราคา: ฝั่งซื้อบิทคอยน์ได้พยายามเข้าพยุงราคาที่ระดับ 80,000 ดอลลาร์อย่างหนัก ก่อนที่ราคาจะค่อยๆ สไลด์ลงมา
  • การตอบรับของตลาด: ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเผชิญกับความผันผวนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่สภาวะเศรษฐกิจมหภาคกำลังปรับตัว

ทำไมเงินเฟ้อฝั่งขายส่งถึงส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ดิจิทัล?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมรายงานราคาโรงงานและผู้ผลิตของสหรัฐฯ ถึงมีอิทธิพลต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างบิทคอยน์ คำตอบคือตลาดการเงินทั่วโลกในปัจจุบันมีความเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น

ราคาขายส่งมักทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าสำหรับเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภค เมื่อผู้ผลิตต้องจ่ายค่าวัตถุดิบและพลังงานแพงขึ้น ต้นทุนส่วนเกินเหล่านั้นก็จะถูกส่งผ่านไปยังราคาสินค้าหน้าร้านในที่สุด ดังนั้น ตัวเลข PPI ที่สูงจึงบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภคอาจจะยังคงยืดเยื้อต่อไป

เมื่อเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ธนาคารกลางอย่างธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ก็มักจะแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับสูงยาวนานขึ้นเพื่อชะลอความร้อนแรงทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมักจะเพิ่มผลตอบแทนของเงินสกุลหลัก ทำให้พันธบัตรรัฐบาลไร้ความเสี่ยงมีความน่าสนใจมากขึ้น เมื่อเทียบกับสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโทเคอร์เรนซี

เมื่อผลตอบแทนจากสินทรัพย์เงินสดความเสี่ยงต่ำยังคงสูง สภาพคล่องในตลาดก็อาจตึงตัวขึ้น การลดลงของสภาพคล่องในวงกว้างนี้มักส่งผลให้เกิดการย่อตัวของราคาในสินทรัพย์เติบโตสูงและสกุลเงินดิจิทัล

ศึกเดือดบริเวณแนวรับทางเทคนิค 80,000 ดอลลาร์

ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค แนวรับคือช่วงราคาที่ตามสถิติแล้วจะมีแรงซื้อเข้ามาเมื่อราคาปรับตัวลดลง โดยตัวเลขกลมๆ ขนาดใหญ่ เช่น 80,000 ดอลลาร์ มีความสำคัญทางจิตวิทยาอย่างมากต่อผู้เล่นในตลาด

เมื่อตัวเลข PPI เดือนกันยายนถูกประกาศออกมา ฝั่งซื้อได้พยายามรวบรวมแรงซื้อรอบๆ ระดับ 80,000 ดอลลาร์เพื่อรับแรงขายที่ทะลักเข้ามา โดยพยายามจะรักษาแนวรับและสร้างเสถียรภาพให้กับราคา แม้จะมีข่าวใหญ่ทางเศรษฐกิจมหภาคก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ปริมาณแรงขายในภาพรวมก็ชนะแรงซื้อในท้องถิ่นไปได้ในที่สุด จนกดให้บิทคอยน์ร่วงลงมาต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์ การหลุดแนวรับทางเทคนิคเช่นนี้อาจไปเปิดทำงานคำสั่งตัดขาดทุนอัตโนมัติ (stop-loss) ซึ่งนำไปสู่ช่วงเวลาความผันผวนฝั่งขาลงที่ขยายตัวสั้นๆ

เปรียบเทียบบริบทกับหมุดหมายเมื่อมีนาคม 2022

รายงานเงินเฟ้อชี้ให้เห็นว่าการพุ่งขึ้นของ PPI ในเดือนกันยายนนี้ชันที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 การย้อนกลับไปดูสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น จะช่วยให้เราเข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์สำหรับสภาวะตลาดในปัจจุบันได้ดีขึ้น

ย้อนกลับไปในเดือนมีนาคม 2022 ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกเผชิญกับข้อจำกัดอย่างหนัก และราคาพลังงานก็พุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบหลายปี ธนาคารกลางทั่วโลกจึงเริ่มใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดอย่างดุดันเพื่อควบคุมราคาผู้บริโภคที่พุ่งสูงขึ้น

ตลอดวัฏจักรนั้น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและสินทรัพย์ดิจิทัลต่างเผชิญกับแรงกดดันเนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมพุ่งสูงขึ้นและเงินทุนมีราคาแพงขึ้น แม้ว่าบริบททางเศรษฐกิจในปัจจุบันจะแตกต่างออกไป แต่นักลงทุนก็ยังคงเฝ้าระวังสัญญาณว่าเงินเฟ้ออาจจะดื้อและค้างอยู่ในระดับสูงในระยะปานกลาง

ประเมินฉากทัศน์ทางเศรษฐกิจมหภาคในอนาคต

การจะเข้าใจว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอาจมุ่งหน้าไปทางไหน การมองไปยังทิศทางเศรษฐกิจมหภาคที่เป็นไปได้และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นถือเป็นประโยชน์อย่างมาก:

ฉากทัศน์ A (เงินเฟ้อยังคงค้างสูง): หากตัวเลขเศรษฐกิจในอนาคตยังคงแสดงการเพิ่มขึ้นของราคาที่อยู่ในระดับสูง เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางอาจเลือกที่จะคงอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้นยาวนานขึ้น ในฉากทัศน์นี้ สภาพคล่องในตลาดเสี่ยงอาจจะยังตึงตัว ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้นเป็นไปอย่างระมัดระวัง

ฉากทัศน์ B (เงินเฟ้อเริ่มชะลอตัว): หากตัวเลข PPI เดือนกันยายนที่สูงเกินคาดกลายเป็นเพียงการพุ่งขึ้นชั่วคราว และแนวโน้มเงินเฟ้อในภาพรวมยังคงเย็นลง ความคาดหวังของตลาดต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินก็อาจกลับมา ซึ่งในกรณีนี้ มุมมองของตลาดอาจเริ่มมีเสถียรภาพ และเปิดทางให้ราคาสินทรัพย์ตั้งฐานการเทรดที่มั่นคงขึ้นได้

ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรติดตาม

ผู้เล่นในตลาดจะคอยจับตาดูสัญญาณล่วงหน้าที่กำลังจะมาถึงหลายประการ เพื่อติดตามสภาวะเศรษฐกิจมหภาคและมุมมองของตลาดคริปโต:

  • ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI): การประกาศตัวเลข CPI จะเป็นตัวยืนยันว่าต้นทุนผู้ผลิตที่สูงขึ้นได้ส่งผ่านไปยังราคาผู้บริโภคหน้าร้านหรือไม่
  • ถ้อยแถลงของธนาคารกลาง: แถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากตัวแทนธนาคารกลางสหรัฐฯ จะช่วยให้เห็นทิศทางการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล: การเคลื่อนไหวของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะให้เบาะแสเกี่ยวกับความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยในตลาดและสภาพคล่องโดยรวม
  • ระดับราคาทางเทคนิค: ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าบิทคอยน์จะสามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 80,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่ หรือว่าจะต้องลงไปทดสอบแนวรับถัดไป

ข้อระวังเกี่ยวกับความเสี่ยงและความผันผวนของตลาด

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงตอบสนองอย่างไวต่อการอัปเดตทางเศรษฐกิจมหภาค การตัดสินใจของธนาคารกลาง และแนวโน้มสภาพคล่องทั่วโลก

สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือ ผลตอบแทนในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงผลตอบแทนในอนาคตหรือผลการดำเนินงานในอนาคต สินทรัพย์คริปโตเผชิญกับความผันผวนของราคาเป็นประจำ ซึ่งขับเคลื่อนโดยนโยบายการเงินระดับโลกและพลวัตของตลาด

การติดตามข้อมูลดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจพื้นฐาน เช่น ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ และระดับทางเทคนิคสำคัญอย่าง 80,000 ดอลลาร์ จะช่วยให้ผู้เล่นในตลาดเข้าใจการเคลื่อนไหวของราคาได้ดียิ่งขึ้นเมื่อสภาวะเศรษฐกิจในวงกว้างคลี่คลายออก

แหล่งอ้างอิง:CointelegraphCointelegraph
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news
icon BTCicon ETHicon XRP

Bitcoin ผันผวนหนัก! โดนล้างพอร์ตคริปโตเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์

เงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งเกินคาด ฉุดตลาดคริปโตร่วงหนัก เทรดเดอร์ถูกล้างพอร์ตไปเกือบ 950 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Bitcoin ร่วงหลุด 80,000 ดอลลาร์ไปชั่วขณะ

15 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon ETHicon XRP|
15 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTC

Bitcoin ร่วงหลุด $80,000: สรุปสาเหตุที่ทำให้ราคาดิ่งลง

Bitcoin ปรับตัวลดลงหลุดระดับ $80,000 หลังการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น ร่วมกับเงินทุนไหลออกจากกองทุน ETF อย่างต่อเนื่อง สรุปวิเคราะห์สาเหตุฉบับเข้าใจง่าย

15 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTC|
15 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTCicon ETHicon SOL+1

คาสิโนคริปโต Gamdom ปิดให้บริการชั่วคราว หลังโดนแฮก Hot Wallet สูญเงินกว่า 3 ล้านดอลลาร์

Gamdom คาสิโนคริปโตออนไลน์ต้องระงับการให้บริการ หลังถูกแฮกเกอร์โจมตี Hot Wallet เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม กวาดสินทรัพย์ดิจิทัลในหลายบล็อกเชนรวมมูลค่าหลายล้านดอลลาร์

15 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon ETHicon SOL|
15 ต.ค. 69 | AI Generated