ข่าว

ทำไมผู้ให้บริการบัตรคริปโตถึงยอมแจกรางวัลใหญ่ ทั้งที่ขาดทุนหนัก?

ผู้เขียน : AI Generated01 พ.ย. 69อ่าน : 2CoinDeskCoinDesk
AI Generated
01 พ.ย. 69อ่าน : 2CoinDesk
ทำไมผู้ให้บริการบัตรคริปโตถึงยอมแจกรางวัลใหญ่ ทั้งที่ขาดทุนหนัก?

เดิมพันครั้งใหญ่เบื้องหลังรางวัลบัตรคริปโต

การได้แคชแบ็กเป็นคริปโทเคอร์เรนซีฟังดูคุ้มค่าสำหรับผู้บริโภค แต่สำหรับผู้ดูแลบัตร นี่คือกลยุทธ์ที่มีต้นทุนสูง สตาร์ทอัพบัตรคริปโตยอมแบกรับผลขาดทุนมหาศาล เพียงเพื่อซื้อความ loyalty ของลูกค้าด้วยโปรแกรมรางวัลที่แจกหนัก

กลยุทธ์หลักพึ่งพาการแลกเปลี่ยนที่ตรงไปตรงมา นั่นคือยอมแบกรับต้นทุนล่วงหน้าเพื่อหาผู้ใช้ในวันนี้ แล้วเปลี่ยนผู้ถือบัตรเหล่านั้นให้กลายเป็นผู้ใช้งานเชิงรุกในบริการทางการเงินที่กว้างขึ้นของแพลตฟอร์มในวันข้างหน้า

ผู้ให้บริการบัตรวางแผนทำกำไรอย่างไร

ผู้ให้บริการบัตรไม่ได้หวังทำเงินจากการรูดใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว ค่าธรรมเนียม Interchange ระหว่างธนาคารมักไม่พอสำหรับการแจกแคชแบ็กคริปโตสูงถึง 2% ถึง 8% แต่ธุรกิจเหล่านี้กำลังเดิมพันว่า รายได้จากกิจกรรมคริปโตหลัก 3 อย่างนี้ จะมาช่วยจ่ายค่ารางวัลได้:

  • ค่าธรรมเนียมการเทรด: เก็บค่าคอมมิชชันทุกครั้งที่ผู้ใช้ซื้อ ขาย หรือสวอปสินทรัพย์คริปโตภายในแอป
  • ผลิตภัณฑ์การปล่อยกู้: สร้างส่วนต่างดอกเบี้ยโดยการให้บริการค้ำประกันเงินกู้คริปโต หรือการปล่อยกู้สินทรัพย์ให้พาร์ทเนอร์สถาบัน
  • รายได้จากการ Staking: ได้รับค่าบริการเมื่อผู้ใช้ทำการล็อกโทเคน Proof-of-Stake ของตน เพื่อช่วยดูแลความปลอดภัยให้เครือข่ายบล็อกเชน

จากผู้ล่ารางวัลสู่ลูกค้าระยะยาว

แทกติกนี้เลียนแบบมาจากคู่มือของฟินเทคและธนาคารดั้งเดิม บริษัทบัตรเครดิตทั่วไปมักขาดทุนจากโบนัสแรกเข้า เพราะรู้ว่ามูลค่าระยะยาวของลูกค้าจะแซงหน้าต้นทุนในการจัดหาลูกค้าในที่สุด

สำหรับวงการคริปโต ความท้าทายหลักคือการสร้างส่วนร่วม สตาร์ทอัพต้องเปลี่ยนผู้ใช้บัตรแบบทั่วไป ให้กลายเป็นนักเทรดและสาย Staking เชิงรุกที่สร้างรายได้สม่ำเสมอให้ธุรกิจให้ได้

ความผันผวนของตลาดและข้อพิจารณาสำคัญ

การพึ่งพารายได้จากค่าธรรมเนียมการเทรด การปล่อยกู้ และ Staking มาอุดหนุนรางวัลผู้บริโภค มีความเสี่ยงเฉพาะตัวของตลาด เมื่อภาวะตลาดเปลี่ยนเป็นขาลง ปริมาณการเทรดและผลตอบแทนการ Staking มักจะลดลง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ที่ต้องนำมาพยุงรางวัลบัตรที่สูง

นอกจากนี้ บริการปล่อยกู้และ Staking ยังมีความเสี่ยงในตัว ทั้งความเสี่ยงด้านตลาด สมาร์ทคอนแทร็กต์ และคู่สัญญา ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือแพลตฟอร์มทางการเงิน ไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต

ผู้ให้บริการกำลังเดิมพันว่า รายได้จากการเทรด ปล่อยกู้ และ Staking จะสามารถครอบคลุมค่ารางวัล และเปลี่ยนผู้ใช้บัตรให้เป็นลูกค้าที่สร้างกำไรได้

สิ่งนี้หมายความอย่างไรสำหรับผู้บริโภค

สิทธิประโยชน์บัตรที่คุ้มค่ายังคงเป็นวิธีที่ดึงดูดใจสำหรับผู้บริโภคในการสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรติดตามข่าวสารว่าโครงสร้างรางวัลอาจมีการปรับเปลี่ยนไปตามเวลาอย่างไร ในขณะที่แพลตฟอร์มพยายามสร้างกำไรในระยะยาว

แหล่งอ้างอิง:CoinDeskCoinDesk
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news
icon ETHicon HYPE

หุ้นโทเค็นบน Ethereum พุ่งแตะ 827 ล้านดอลลาร์ รับกระแส RWA มาแรง

หุ้นโทเค็นบน Ethereum เติบโตขึ้นถึง 170% ในรอบปีที่ผ่านมาจนแตะมูลค่า 827 ล้านดอลลาร์ พร้อมๆ กับตลาดอนุพันธ์แบบกระจายศูนย์ที่บูมหนักแตะ 1.76 พันล้านดอลลาร์

01 พ.ย. 69
AI Generated
0
icon source
icon ETHicon HYPE|
01 พ.ย. 69 | AI Generated
news

สนามเลือกตั้งสำคัญที่จะเปลี่ยนอนาคตคริปโตในปี 2026

ถึงคริปโตจะไม่ใช่วาระหลักในการหาเสียงปี 2026 แต่ผลการเลือกตั้งจะเป็นตัวกำหนดคนเขียนกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล มาดูสนามเลือกตั้งสำคัญที่อาจเปลี่ยนทิศทางอุตสาหกรรมนี้กัน

01 พ.ย. 69
AI Generated
0
icon source
01 พ.ย. 69 | AI Generated
news
icon ETH

จีนเอาจริง! บรรจุคริปโตเข้าลิสต์กวาดล้างคอร์รัปชันอย่างเป็นทางการ

พรรคคอมมิวนิสต์จีนบรรจุสินทรัพย์เสมือนและบล็อกเชนลงในเป้าหมายการปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นทางการ เพื่อแกะรอยเจ้าหน้าที่รัฐที่ซุกซ่อนทรัพย์สินผิดกฎหมาย

01 พ.ย. 69
AI Generated
0
icon source
icon ETH|
01 พ.ย. 69 | AI Generated