เจาะลึก
icon BTC

ทำไม Hash Rate ของ Bitcoin ถึงพุ่งแรง แม้เหมืองใหญ่จะหันไปทำ AI

ผู้เขียน : AI Generated24 ต.ค. 69อ่าน : 1CryptoPotatoCryptoPotato
AI Generated
24 ต.ค. 69อ่าน : 1CryptoPotato
ทำไม Hash Rate ของ Bitcoin ถึงพุ่งแรง แม้เหมืองใหญ่จะหันไปทำ AI

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่น่าประหลาดใจในโลกการขุดคริปโต

เคยสงสัยไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อเหมืองขุด Bitcoin รายใหญ่ตัดสินใจย้ายสายงาน? ช่วงนี้ ค่ายขุดคริปโตยักษ์ใหญ่หลายแห่งเริ่มหันมาจับธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง (HPC) กันมากขึ้น

มองแวบแรก คุณอาจคิดว่าการย้ายสายนี้จะทำให้เครือข่าย Bitcoin ขาดกำลังการประมวลผล แต่นี่คือจุดพลิกผันที่น่าสนใจครับ เพราะแม้บริษัทยักษ์ใหญ่จะถอนตัวออกไป แต่กำลังการประมวลผลรวมของ Bitcoin หรือที่เรียกว่า Hash Rate กลับดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกือบแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกกันว่าทำไมเหมืองขุดรายใหญ่ถึงย้ายไปทำ AI เครือข่าย Bitcoin ดึงพลังงานที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้อย่างไร และสิ่งนี้มีความหมายอย่างไรต่อภาพรวมของเครือข่าย

5 เหมืองขุดรายใหญ่หันไปหาปัญญาประดิษฐ์

โมเดลปัญญาประดิษฐ์ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมหาศาล กำลังการประมวลผลสูง และระบบระบายความร้อนที่ก้าวหน้า ที่น่าสนใจคือ เหมืองขุด Bitcoin ที่มีอยู่แล้วนั้นมีครบทั้งสามอย่าง ทำให้พื้นที่เหมืองขุดคริปโตกลายเป็นอสังหาริมทรัพย์ชั้นดีสำหรับการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI

จากรายงานของ CryptoQuant ที่เผยแพร่ทาง CryptoPotato ระบุว่า 5 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการขุดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ก้าวเข้าสู่ธุรกิจ AI และ HPC อย่างจริงจัง ได้แก่ IREN, Core Scientific, Bitfarms, TeraWulf และ Cipher

ผลจากการเปลี่ยนกลยุทธ์นี้ ทำให้ทั้งห้าบริษัทผลิต Bitcoin ได้น้อยลง 47% ในปีนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 หากคิดเป็นจำนวนเหรียญ ยอดการผลิตรวมของพวกเขาลดลงจาก 13,263 BTCBTC-1.24% เหลือเพียง 7,075 BTC

และนี่คือรายละเอียดตัวเลขยอดการผลิตที่ลดลงของแต่ละบริษัท:

  • IREN: ยอดการผลิตลดลงมากกว่า 50% โดยบริษัทได้เซ็นสัญญา 9.7 พันล้านดอลลาร์กับ Microsoft และคาดว่าเครื่องขุด Bitcoin ทั้งหมดจะปลดระวางอย่างเป็นทางการภายในสิ้นปีนี้
  • Core Scientific: ผลผลิตลดลงมากกว่า 50% เนื่องจากปล่อยเช่ากำลังไฟฟ้าส่วนใหญ่ให้แก่ยักษ์ใหญ่ด้าน AI อย่าง CoreWeave และ AMD
  • TeraWulf: ยอดการผลิต Bitcoin ลดลงมากกว่า 50% ขณะที่ย้ายทรัพยากรไปรองรับลูกค้า AI ระดับองค์กร
  • Bitfarms: การผลิต Bitcoin ลดลง 49% เนื่องจากการเปลี่ยนทิศทางพลังงานไปใช้กับระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง
  • Cipher: ปรับตัวลดลงน้อยที่สุดในกลุ่ม โดยมีผลผลิตลดลง 18%

รวมแล้ว ทั้งห้าบริษัทได้ประกาศสัญญาเช่าสำหรับ AI และ HPC มูลค่ารวมกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้นักลงทุนในตลาดหุ้นเริ่มประเมินมูลค่าบริษัทเหล่านี้ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน มากกว่าการเป็นผู้ขุด Bitcoin เพียงอย่างเดียว

Hash Rate คืออะไร และทำไมถึงพุ่งสูงขึ้น?

เมื่อบริษัทมหาชนรายใหญ่ลดการผลิต Bitcoin ลง คุณอาจคิดว่ากำลังการประมวลผลของเครือข่ายจะลดลงตามไปด้วย แต่หากต้องการเข้าใจว่าทำไมถึงไม่เป็นเช่นนั้น เราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า Hash Rate คืออะไร

ลองจินตนาการว่า Hash Rate คือกำลังเครื่องยนต์ทั้งหมดที่ใช้คุ้มกันบล็อกเชน Bitcoin ตัวเลขนี้วัดว่านักขุดทำการคำนวณหรือประมวลผลทางคณิตศาสตร์กี่ครั้งต่อวินาทีเพื่อยืนยันธุรกรรมและรับรางวัลบล็อก โดยทั่วไปแล้ว Hash Rate ที่ยิ่งสูง ยิ่งหมายถึงเครือข่ายที่แข็งแกร่งและปลอดภัยยิ่งขึ้น

หลังจากทำจุดสูงสุดในเดือนพฤศจิกายน 2025 เครือข่ายก็เจอกับการย่อตัวลงครั้งใหญ่ โดยเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม Hash Rate ร่วงลง มากกว่า 18% ไปอยู่ที่ต่ำกว่า 900 Exahashes ต่อวินาที (EH/s) ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลดลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่จีนสั่งห้ามขุดคริปโตเมื่อปี 2021

อย่างไรก็ตาม เครือข่ายฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ในช่วงหลายเดือนต่อมา Hash Rate ดีดตัวกลับขึ้นมา 11.7% โดยการฟื้นตัวมากกว่าครึ่งเกิดขึ้นในสามสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม และในปัจจุบัน ตัวเลขนี้อยู่ ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลไม่ถึง 9%

เครือข่าย Bitcoin ดึงกำลังการประมวลผลที่หายไปกลับคืนมาได้อย่างไร

กำลังการประมวลผลของเครือข่ายใกล้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้อย่างไร ในเมื่อบริษัทมหาชนยักษ์ใหญ่กำลังถอยออกไป? บริษัทวิเคราะห์ CryptoQuant ชี้แจงว่า Hash Rate มีคุณสมบัติ ทดแทนกันได้ (fungible)

พูดง่ายๆ ก็คือ กำลังการประมวลผลหนึ่งหน่วยสามารถทดแทนอีกหน่วยหนึ่งได้สมบูรณ์ ไม่สำคัญว่ากำลังการประมวลผลนั้นจะมาจากเหมืองมหาชนในอเมริกาเหนือ หรือเหมืองเอกชนในต่างประเทศ เมื่อเครื่องหนึ่งปิดลง อีกเครื่องที่ไหนสักแห่งก็เปิดขึ้นมาแทนที่ได้ทันที

CryptoQuant ประเมินว่ามีกำลังขุดหายไปจากเครือข่าย Bitcoin ราว 35 EH/s เนื่องจากการย้ายไปทำ AI แต่ภาพรวมของเครือข่ายกลับเพิ่มขึ้นมาถึง 105 EH/s นับจากจุดต่ำสุดในเดือนสิงหาคม ซึ่งหมายความว่าเครือข่ายได้กำลังการประมวลผลใหม่กลับคืนมามากกว่าที่เสียไปถึงสามเท่า

โดยมีผู้เล่นหลายกลุ่มเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป:

  • นักขุดเอกชน: ผู้ประกอบการนอกตลาดหลักทรัพย์ที่เริ่มใช้งานเครื่องขุด ASIC รุ่นใหม่
  • โครงการสนับสนุนโดยภาครัฐ: โครงการขุดที่ได้รับเงินทุนหรือการสนับสนุนจากรัฐบาล
  • บริษัทนอกสหรัฐฯ: ผู้ประกอบการระดับโลกที่ขยายกำลังการผลิตในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก
  • เหมืองขุดมหาชนที่เน้น Bitcoin: บริษัทมหาชนที่มุ่งเน้นการขุด Bitcoin เพียงอย่างเดียวโดยไม่ย้ายไป AI

บริษัทขุดเฉพาะทางอย่าง MARA, CleanSpark, Riot, HIVE และ American Bitcoin มีผลผลิตรวมเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี การเติบโตของพวกเขาช่วยชดเชยกำลังขุดที่สูญเสียไปจากบริษัทเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมที่หันไปหา AI

สภาวะตลาดที่ดีขึ้นช่วยให้นักขุดหายใจได้ทั่วท้องมากขึ้น

สภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นยังช่วยบรรเทาความกดดันให้กับผู้ประกอบการที่ยังเปิดดำเนินงานอยู่ เมื่อราคาตลาดของ Bitcoin ฟื้นตัวจาก ต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ ขึ้นมาทะลุ 80,000 ดอลลาร์ อัตรากำไรของนักขุดจึงปรับตัวดีขึ้น

รายได้ที่ฟื้นตัวช่วยลดแรงขายอย่างหนักจากผู้ประกอบการ เมื่อมีอัตรากำไรที่ดีขึ้น นักขุดจึงไม่ต้องเผชิญแรงกดดันเร่งด่วนในการเทขาย Bitcoin สำรองเพื่อนำมาจ่ายค่าดำเนินงานอีกต่อไป

ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดำเนินงานในอดีตของธุรกิจการขุด ไม่ใช่สิ่งการันตีถึงผลลัพธ์ในอนาคต

โดยสรุป แม้ว่าภาคส่วนปัญญาประดิษฐ์จะยังคงดึงกำลังไฟฟ้าจำนวนมหาศาลไปจากเหมืองขุดคริปโตแบบดั้งเดิม แต่เครือข่าย Bitcoin ก็ยังคงพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว เมื่อมีผู้เล่นรายใหม่ๆ จากทั่วโลกเข้ามาแทนที่อย่างต่อเนื่อง

แหล่งอ้างอิง:CryptoPotatoCryptoPotato
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news
icon AEROicon ENAicon ETH+2

Arthur Hayes ขายอัลต์คอยน์ 22 ล้านดอลลาร์: หมายความว่าอย่างไร

Arthur Hayes ปิดพอร์ตอัลต์คอยน์มูลค่า 22.28 ล้านดอลลาร์ของ Maelstrom โดยอ้างความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมหภาค พร้อมระบุว่าราคาอาจย่อตัวลงก่อนที่จะฟื้นตัว

24 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon AEROicon ENAicon ETH|
24 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTC

Bitcoin ETF รายย่อยในสวิตเซอร์แลนด์: ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สวิตเซอร์แลนด์อนุมัติ Spot Bitcoin ETF สำหรับนักลงทุนรายย่อยเป็นครั้งแรก มาดูกันว่าทำไมนักวิเคราะห์ถึงยกให้เป็นก้าวสำคัญของวงการคริปโต

24 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTC|
24 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTC

Tesla และ SpaceX อาจรวมกรุ Bitcoin มูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์เข้าด้วยกัน

การควบรวมกิจการระหว่าง Tesla และ SpaceX อาจนำ Bitcoin จำนวน 30,221 เหรียญ มูลค่าราว 2.5 พันล้านดอลลาร์ มารวมอยู่ภายใต้บริษัทเดียว โดยไม่ต้องกว้านซื้อ BTC เพิ่มเติมแม้แต่เหรียญเดียว

24 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTC|
24 ต.ค. 69 | AI Generated