ศาลอังกฤษชี้ขาดใช้กฎหมายจีน คดี Bitcoin 3.8 พันล้านปอนด์อาจตกเป็นของรัฐ

ปริศนา BitcoinBTC+0.26% มูลค่า 3.8 พันล้านปอนด์
ลองจินตนาการว่าคุณต้องสูญเสียเงินออมที่หามาด้วยความยากลำบากไปกับแชร์ลูกโซ่ขนาดใหญ่
แล้วลองคิดภาพตามว่า หลายปีต่อมา เงินที่ถูกโกงไปนั้นกลับเติบโตกลายเป็นขุมทรัพย์คริปโตมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
นี่คือความเป็นจริงที่เหยื่อฉ้อโกงหลายพันคนในจีนกำลังเผชิญอยู่ ณ ตอนนี้
ขณะนี้ ทางการอังกฤษกำลังอายัด Bitcoin กองโตจำนวนถึง 61,000 เหรียญ ซึ่งยึดมาจากคดีฉ้อโกงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง
เมื่อราคา Bitcoin อยู่ที่ราวๆ $83,143 ขุมทรัพย์คริปโตนี้จะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 3.8 พันล้านปอนด์ (หรือ 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) — แม้ราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลจะขึ้นชื่อเรื่องความผันผวนในระยะสั้นก็ตาม
อย่างไรก็ตาม คำตัดสินล่าสุดจากศาลในลอนดอนอาจทำให้เหยื่อได้รับเงินคืนเพียงแค่เศษเสี้ยวเดียวของขุมทรัพย์นี้
กลายเป็นว่า เงินส่วนใหญ่ตกเป็นของรัฐบาลอังกฤษอย่างถาวรแทน
แชร์ลูกโซ่ครั้งใหญ่ กลายเป็นขุมทรัพย์คริปโตพันล้านได้ยังไง?
การจะเข้าใจจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ เราต้องย้อนกลับไปดูคดีฉ้อโกงตั้งแต่วันแรก
ในช่วงปี 2014 ถึง 2017 แชร์ลูกโซ่แห่งหนึ่งในจีนได้หลอกระดมทุนเงินมหาศาลจากเหยื่อหลายพันคน
สำนวนคดีในศาลระบุว่า แชร์ลูกโซ่นี้ระดมทุนไปได้ราว 4.02 หมื่นล้านหยวน หรือเทียบเท่าประมาณ 4.1 พันล้านปอนด์ในขณะนั้น
เมื่อเวลาผ่านไป ผู้บงการได้จ่ายเงินคืนให้นักลงทุนไปประมาณ 3.41 หมื่นล้านหยวน
แต่น่าเสียดาย ไม่ใช่เหยื่อทุกคนที่จะได้เงินคืนก่อนที่แชร์จะล่ม
ส่งผลให้ยังเหลือเงินที่ยังไม่ได้คืนอีกราว 6.1 พันล้านหยวน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 600 ล้านปอนด์ตามอัตราแลกเปลี่ยนของศาล
ทำไม Bitcoin ที่ยึดได้ ถึงมีมูลค่าสูงกว่าเงินที่เสียหายไปเยอะมาก?
คุณอาจสงสัยว่า เงินที่เสียหายไป 600 ล้านปอนด์ เปลี่ยนมาเป็นขุมทรัพย์ Bitcoin มูลค่า 3.8 พันล้านปอนด์ได้อย่างไร
คำตอบอยู่ที่วิธีที่หัวหน้าแก๊งใช้ยักย้ายถ่ายเทเงิน
Zhimin Qian ผู้บงการแชร์ลูกโซ่ ได้นำเงินที่โกงมาไปเปลี่ยนเป็น Bitcoin ก้อนใหญ่ในระหว่างหลบหนีเจ้าหน้าที่
และเนื่องจากราคา Bitcoin เติบโตอย่างมหาศาลในหลายปีต่อมา มูลค่าของ Bitcoin ทั้ง 61,000 เหรียญจึงพุ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด
ในที่สุด Zhimin Qian ก็ถูกจับกุมและรับสารภาพในสหราชอาณาจักร โดยถูกตัดสินจำคุกกว่า 11 ปีในเดือนพฤศจิกายน 2025
คำตัดสินความผิดของเธอ ได้จุดชนวนศึกทางกฎหมายว่าใครกันแน่คือเจ้าของขุมทรัพย์คริปโตมหาศาลนี้
คำตัดสินของศาลสูง: กฎหมายจีน ปะทะ กฎหมายอังกฤษ
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ผู้พิพากษา Turner ได้ออกคำตัดสินครั้งสำคัญในศาลสูงแห่งลอนดอน
โดยศาลสูงแห่งนี้ทำหน้าที่พิจารณาคดีแพ่งสำคัญๆ ทั่วอังกฤษและเวลส์
ในการไต่สวนครั้งนี้ ผู้พิพากษายังไม่ได้ตัดสินว่าใครเป็นเจ้าของ Bitcoin ที่แท้จริง
แต่เป็นการตัดสินว่า ควรใช้กฎหมายของประเทศใดในการพิจารณาข้อเรียกร้องของเหยื่อ
กลุ่มเหยื่อชาวจีนได้ยื่นข้อเรียกร้องภายใต้พระราชบัญญัติรายได้จากการก่ออาชญากรรมปี 2002 (POCA)
POCA คือกรอบกฎหมายที่ทางการอังกฤษใช้เพื่อเรียกคืนทรัพย์สินที่ได้มาจากการทำความผิดทางอาญา
ทำไมผู้พิพากษาถึงเลือกใช้กฎหมายจีน?
ภายใต้กฎหมายอังกฤษ มีหลักการเรื่องทรัสต์ที่สามารถสืบหาเงินที่ถูกโกงไปจนถึงสินทรัพย์ที่ถูกนำไปซื้อต่อได้
กระบวนการนี้เรียกว่า legal tracing ซึ่งเปิดทางให้เหยื่อเรียกร้องความเป็นเจ้าของ Bitcoin ได้โดยตรง
อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษา Turner ตัดสินว่ากฎหมายอังกฤษไม่สามารถนำมาใช้กับคดีนี้ได้
ท่านชี้ให้เห็นว่า การกระทำความผิดที่เป็นจุดเริ่มต้นทั้งหมดเกิดขึ้นในประเทศจีน
ทั้งการชักชวน การโอนเงินของนักลงทุน และการนำเงินไปซื้อคริปโตครั้งแรก เลล้วนเกิดขึ้นในจีนทั้งสิ้น
การทำธุรกรรมทั้งหมดจึงกระจุกตัวอยู่ในจีนเป็นหลัก
เมื่อกิจกรรมส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีน ผู้พิพากษาจึงตัดสินว่าต้องใช้กฎหมายจีนบังคับใช้
เจ้าหนี้ ปะทะ เจ้าของทรัพย์สิน: แตกต่างกันอย่างไร?
การจะเข้าใจว่าทำไมคำตัดสินนี้ถึงส่งผลเสียต่อเหยื่อ ต้องเข้าใจความแตกต่างทางกฎหมายสั้นๆ นี้ก่อน
ภายใต้กฎหมาย POCA ผู้ยื่นร้องต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าทรัพย์สินที่ยึดมานั้นเป็นของตนเองโดยตรง
ผู้พิพากษาอธิบายว่า การมีฐานะเป็น 'เจ้าหนี้' ทั่วไป ไม่เหมือนกับการเป็น 'เจ้าของ' ทรัพย์สินชิ้นนั้นๆ
- เจ้าของทรัพย์สิน: คุณเป็นเจ้าของสิ่งของนั้นๆ โดยตรง เช่น รถยนต์ที่ถูกขโมยไป หรือวอลเล็ตคริปโตเฉพาะ ทำให้คุณมีสิทธิในทรัพย์สินชิ้นนั้นโดยตรง
- เจ้าหนี้: มีคนติดเงินคุณ แต่คุณไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ทางกฎหมายในทรัพย์สินส่วนตัวของคนๆ นั้น
การที่กฎหมายจีนจะจัดการกับข้อเรียกร้องความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์คริปโตในกรณีแบบนี้ ยังไม่เคยมีบรรทัดฐานในศาลมาก่อน
หากกฎหมายจีนมองว่าเหยื่อเป็นเพียงแค่ 'เจ้าหนี้' พวกเขาก็จะไม่สามารถอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของใน Bitcoin ที่ถูกยึดได้เลย
ทำไมรัฐบาลอังกฤษอาจได้ครอบครองเงินมหาศาลนับพันล้าน?
หากเหยื่อถูกจำกัดสถานะไว้แค่เจ้าหนี้ ก็จะเกิดส่วนต่างมูลค่ามหาศาล
เพราะยอดเงินที่ค้างชำระเหยื่อทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 600 ล้านปอนด์
แต่มูลค่าตลาดรวมของ Bitcoin ที่ยึดมาได้นั้นสูงถึงราวๆ 3.8 พันล้านปอนด์
ทำให้เหลือมูลค่าส่วนเกินจากการเติบโตของราคา Bitcoin มากกว่า 3.2 พันล้านปอนด์
ภายใต้กฎหมายการยึดทรัพย์สินทางแพ่งของอังกฤษ ทรัพย์สินที่ถูกยึดไว้ซึ่งไม่มีเหยื่อคนใดพิสูจน์ความเป็นเจ้าของทางกฎหมายได้ จะตกเป็นของรัฐ
ส่งผลให้ทางการอังกฤษอาจกลายเป็นผู้ถือครอง Bitcoin ส่วนใหญ่ที่ยึดมาได้นี้ไปโดยปริยาย
จะเกิดอะไรขึ้นต่อ? การเตรียมยื่นอุทธรณ์
คำตัดสินของศาลสูงทำให้เส้นทางของเหยื่อยากขึ้น แต่การต่อสู้ทางกฎหมายยังไม่จบลง
ตามรายงานของ Financial Times ทาง Fieldfisher ซึ่งเป็นสำนักงานกฎหมายหลักที่ดูแลฝั่งเหยื่อ กำลังเตรียมยื่นอุทธรณ์คำตัดสินนี้
ทีมกฎหมายจะโต้แย้งว่า กฎหมายอังกฤษควรอนุญาตให้เหยื่อเรียกคืนทรัพย์สินจากรายได้ที่เกิดจากอาชญากรรมได้
จนกว่ากระบวนการอุทธรณ์จะเสร็จสิ้น Bitcoin ทั้ง 61,000 เหรียญจะยังคงอยู่ในการดูแลของรัฐต่อไป
คดีนี้อาจกลายเป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายครั้งสำคัญสำหรับวิธีที่รัฐบาลทั่วโลกใช้จัดการกับการยึดทรัพย์สินคริปโตในอนาคต
บริบททางตลาดและคำเตือนความเสี่ยง
ผลตอบแทนในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัล หรือผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนหรือผลลัพธ์ทางการเงินในอนาคต
มูลค่าของสินทรัพย์คริปโตอาจผันผวนได้ตามสภาวะตลาดโดยรวมและความคืบหน้าทางกฎหมาย
หากต้องการติดตามราคาตลาดและข้อมูลการซื้อขายแบบเรียลไทม์ คุณสามารถเข้าไปดูได้ที่ Bitkub Market
บทความล่าสุด

เตือนภัย Ledger: พบชิปแอบฝัง LTE ขโมย Seed Phrase
นักวิจัยความปลอดภัยตรวจพบชิปดักข้อมูลฝังในกระเป๋า Ledger ที่ขายโดยตัวแทนจำหน่าย ทำให้ Seed Phrase ถูกแฮกเกอร์ขโมยได้

ทำไมตลาดคริปโตถึงสะดุด เมื่อ 'Uptober' ไม่เป็นไปตามนัด
Bitcoin ย่อตัวลงมาแตะ $83,000 เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูง ความผันผวนของราคาน้ำมัน และแรงขายจาก ETF ได้เข้ามาชะลอโมเมนตัมของเหรียญหลักๆ

วาฬ Bitcoin ตื่น! โอน 377 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อีกรายยอมขายขาดทุน BTC โยกซบ Ether
กระเป๋า Bitcoin ที่หลับใหลมานานย้ายเหรียญมูลค่า 377 ล้านดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนรายใหญ่อีกรายยอมขายขาดทุน Bitcoin เพื่อเข้าซื้อ Ether มูลค่าเกือบ 70 ล้านดอลลาร์