ข่าว
icon BTCicon ETHicon LAYER

ชุมชน Starknet ลงมติศึกษาการเปลี่ยนผ่านสู่บล็อกเชน Layer 1 อิสระ

ผู้เขียน : AI Generated22 ต.ค. 69อ่าน : 1Bitcoin.comBitcoin.com
AI Generated
22 ต.ค. 69อ่าน : 1Bitcoin.com
ชุมชน Starknet ลงมติศึกษาการเปลี่ยนผ่านสู่บล็อกเชน Layer 1 อิสระ

ชุมชน Starknet พร้อมใจโหวตหนุนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของบล็อกเชน

ลองนึกภาพว่าคุณเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่ แล้วไม่สามารถเปลี่ยนกลอนประตูหน้าห้องเองได้ นั่นคล้ายกับวิธีที่ Starknet ทำงานเป็นเครือข่าย Layer 2 บน EthereumETH-3.94% ในตอนนี้เลยครับ

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2026 ชุมชน Starknet ได้ก้าวสำคัญในการมีบ้านเป็นของตัวเอง โดยผู้ลงคะแนนส่วนใหญ่เห็นชอบกับข้อเสนอที่จะศึกษาการแยกตัวจาก Ethereum เพื่อก้าวไปเป็นบล็อกเชน Layer 1 อิสระ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเตรียม Starknet ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายทางเทคโนโลยีในอนาคต โดยเฉพาะภัยคุกคามจากควอนตัมคอมพิวติ้งที่กำลังเติบโต ในช่วงที่มีการประกาศ ราคาสินค้าในตลาดคริปโตปรับตัวลดลงในระยะสั้น โดย Bitcoin (BTCBTC-3.31%) ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ $81,407 (-3.59%) และ Ethereum (ETH) อยู่ที่ $2,384 (-4.33%)

เจาะลึกตัวเลข: ชุมชนโหวตตัดสินใจอย่างไรบ้าง?

มูลนิธิ Starknet Foundation ได้เปิดเผยผลการโหวตกำกับดูแลที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม ซึ่งผลลัพธ์ออกมาอย่างชัดเจน:

  • 93.52% ของคะแนนเสียงทั้งหมด สนับสนุนข้อเสนอวิจัยนี้
  • การโหวตนี้เป็นการอนุมัติช่วงเวลาการศึกษาอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่การแยกเครือข่ายในทันที
  • ทีมทำงานร่วมระหว่าง Stark Ware และ Starknet Foundation จะดำเนินการศึกษาด้านเทคนิค
  • ผลการศึกษาจะถูกเผยแพร่ ก่อนที่ข้อเสนอสุดท้ายจะถูกส่งกลับมาให้ชุมชนโหวตอีกครั้ง

เนื่องจากผลโหวตนี้ไม่มีผลผูกพัน จึงยังไม่มีการเปลี่ยนโค้ดในทันที และยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาดำเนินการที่เป็นทางการ เป้าหมายในตอนนี้คือการศึกษาว่าการแยกตัวออกมาเป็นเอกเทศนั้นเกิดประโยชน์จริงหรือไม่

ทำไมถึงคิดแยกตัวจาก Ethereum? เจาะลึกภัยคุกคามจากควอนตัม

การจะเข้าใจว่าทำไม Starknet ถึงอยากย้าย เราต้องมองไปที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมครับ เพราะเครื่องควอนตัมในอนาคตอาจถอดรหัสระบบการเข้ารหัสแบบเดิมที่คริปโตส่วนใหญ่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้

จริง ๆ แล้ว Starknet ใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสขั้นสูงอย่าง ZK-STARKs (Zero-Knowledge Scalable Transparent Arguments of Knowledge) อยู่แล้ว ซึ่งระบบคณิตศาสตร์อิงแฮชนี้ถูกออกแบบมาให้ต่อต้านควอนตัมตั้งแต่วันแรก

นอกจากนี้ Starknet ยังใช้อัญมณีบัญชีแบบโปรแกรมได้ (programmable accounts) ทำให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนวิธีเซ็นธุรกรรมได้ โดยไม่ต้องอัปเกรดโปรโตคอลหลักทั้งเครือข่าย

แล้วปัญหาคืออะไร? คำตอบคือปัจจุบัน Starknet ทำงานเป็น Layer 2 เพื่อขยายการทำงานของ Ethereum จึงยังต้องพึ่งพา Ethereum ในการยืนยันธุรกรรมขั้นสุดท้ายและจัดเก็บข้อมูลโดยตรง

ด้วยเหตุนี้ Starknet จึงไม่สามารถควบคุมระบบความปลอดภัยทั้งหมดได้เอง และต้องรอตารางการอัปเกรดของ Ethereum เพื่อปกป้องส่วนเชื่อมโยงจากภัยควอนตัม ทาง Stark Ware จึงเริ่มเสนอไอเดียเรื่องเครือข่าย Layer 1 เอกเทศเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม เพื่อแก้ปัญหาการพึ่งพิงนี้

ผู้บริหาร Stark Ware เผยวิสัยทัศน์ระยะยาว

Eli Ben-Sasson ซีอีโอของ Stark Ware แสดงความยินดีต่อผลโหวตบน X (หรือ Twitter เดิม) พร้อมแสดงความมั่นใจในรากฐานอันยืดหยุ่นของเครือข่าย

"Starknet มีทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาและปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยยุคหลังควอนตัม UX ที่ดีขึ้น การขยายระบบ ความเป็นส่วนตัว หรือคุณสมบัติอื่น ๆ ที่ต้องการ" Eli Ben-Sasson ระบุ

Ben-Sasson ชี้ว่าความปลอดภัยเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เท่านั้น การปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานและความเป็นส่วนตัวก็สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อการใช้งานในระยะยาว

เขายกตัวอย่าง STRK20 ซึ่งเป็นโครงสร้างความเป็นส่วนตัวที่ออกแบบมาเพื่อรองรับกิจกรรมทางการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) โดยยังคงความสะดวกในการใช้งาน

ก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม Stark Ware ได้เปิดตัว Shadow Accounts เครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้โต้ตอบกับแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์โดยใช้นามแฝงได้ โดยไม่ต้องเปิดเผยที่อยู่นามแฝงหลักต่อสาธารณะ

จะเกิดอะไรขึ้นกับเหรียญ STRK และบริดจ์เชื่อม Ethereum?

หาก Starknet เปลี่ยนไปเป็นบล็อกเชน Layer 1 อิสระในที่สุด ส่วนประกอบหลักในการทำงานจะยังคงเชื่อมต่อไว้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ใช้งาน:

  • STRK ยังคงเป็นเหรียญหลัก (Native Token): ยังไม่มีแผนการที่จะเปลี่ยนเหรียญ STRK เป็นคริปโทเคอร์เรนซีใหม่
  • บริดจ์เชื่อมต่อยังเปิดใช้งานตามปกติ: บริดจ์ที่เชื่อมระหว่าง Ethereum กับ Starknet จะยังคงเปิดทำงานเพื่อรักษาความสภาพคล่องของระบบนิเวศไว้

ปฏิกิริยาของตลาดและความเคลื่อนไหวของราคา STRK

แม้ว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนอย่างล้นหลามจากชุมชน แต่เหรียญ STRK กลับเผชิญแรงกดดันด้านราคาในระยะสั้นหลังการโหวต ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่าราคาสินค้าสามารถผันผวนได้อย่างไม่คาดคิดในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

เมื่อวันพฤหัสบดี ราคา STRK ร่วงลงประมาณ 14% ภายใน 24 ชั่วโมง โดยซื้อขายอยู่ที่ราว $0.054 การร่วงลงนี้ส่งผลให้เหรียญลดลงถึง 40% ภายในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่เคยพุ่งสูงชั่วคราวเหนือ $0.12 ในวันที่ 11 ตุลาคม

เมื่อย้อนดูสถิติในอดีต STRK เคยทำราคาสูงสุดตลอดกาลไว้ใกล้ $4.41 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ซึ่งหมายความว่าสินทรัพย์นี้ลดลงมาเกือบ 99% จากจุดสูงสุดในอดีต

ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ราคาสินทรัพย์มีความผันผวนและอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ตรวจสอบรายงานสถานการณ์ตลาดและข้อมูลสินทรัพย์แบบเรียลไทม์ได้ที่ bitkub.com/th/market/ETH

การแข่งขันระดับอุตสาหกรรมเพื่อรับมือควอนตัมคอมพิวติ้ง

Starknet ไม่ใช่โครงการเดียวที่กำลังเตรียมพร้อมรับมือกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีควอนตัม เพราะชุมชนคริปโตในวงกว้างก็กำลังเร่งรับมือกับความท้าทายด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นนี้เช่นกัน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ พันธมิตรจากองค์กรบล็อกเชนรายใหญ่ 9 แห่งได้รวมตัวกันเพื่อแก้ปัญหาความปลอดภัยยุคหลังควอนตัม โดยเป้าหมายหลักคือการปกป้อง Bitcoin ราว 6.4 ล้านเหรียญ ที่อาจเสี่ยงต่อความปลอดภัยหากฮาร์ดแวร์ควอนตัมพัฒนาเร็วกว่าระบบรหัสของกระเป๋าคริปโตในปัจจุบัน

สำหรับ Starknet ระยะถัดไปจะเป็นตัวพิสูจน์ว่าการทำงานเป็นบล็อกเชน Layer 1 อิสระจะสามารถมอบความปลอดภัยยุคหลังควอนตัมได้ โดยไม่ก่อให้เกิดข้อเสียทางเศรษฐกิจหรือทางเทคนิคหรือไม่

แหล่งอ้างอิง:Bitcoin.comBitcoin.com
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news
icon BTCicon SOLicon UNI

a16z เปลี่ยนชื่อกองทุน Crypto เป็น a16z Frontier

Andreessen Horowitz ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ Venture Capital ประกาศรีแบรนด์กองทุนคริปโตเป็น a16z Frontier พร้อมขยายขอบเขตการลงทุนครอบคลุม AI และเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกยุคใหม่

22 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon SOLicon UNI|
22 ต.ค. 69 | AI Generated
news

JPMorgan วิเคราะห์ผลกระทบจากการเคลื่อนไหวด้านกฎหมายคริปโตในสหรัฐฯ

JPMorgan ชี้ว่าการดำเนินการของหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ ล่าสุด ช่วยลดผลกระทบจากการชะงักของร่างกฎหมาย Clarity Act แต่กฎหมายถาวรยังคงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคริปโต

22 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
22 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTCicon ETH

นักวิเคราะห์ชี้ Bitcoin มีแนวโน้มยากที่จะแตะ $100,000 ในปี 2026

นักวิเคราะห์คริปโตคาดว่า Bitcoin จะยังคงอยู่ต่ำกว่า $100,000 ไปจนถึงปลายปี 2026 เนื่องจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ อัตราดอกเบี้ยที่สูง และการแข่งขันจากผลตอบแทนพันธบัตร

22 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon ETH|
22 ต.ค. 69 | AI Generated