Schiff แซะ Saylor หลัง BTC Yield ของ Strategy ติดลบ

ศึกโต้เถียงเดือดเรื่องการซื้อ Bitcoin ของบริษัทเอกชน
มวยถูกคู่ระหว่าง Peter Schiff สายทองคำ กับ Michael Saylor สาย Bitcoin เปิดศึกระลอกใหม่ โดยเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2026 Schiff ได้ออกมาบอกว่า กลยุทธ์การสะสม Bitcoin ของ Saylor เริ่มสะดุดแล้วในปี 2026 นี้
Schiff ใช้ตัวเลขชี้วัดหลักที่ Saylor ชอบนำเสนอแก่นักลงทุนบ่อยๆ มาโจมตี นั่นก็คือ Bitcoin Yield นั่นเอง
ทำความเข้าใจ 'Bitcoin Yield' กับตัวเลขในปี 2026
เพื่อเข้าใจมุมมองของ Schiff เราต้องมาดูว่า Bitcoin yield ของบริษัทอย่าง Strategy นั้นวัดจากอะไร
Bitcoin yield คือเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของสัดส่วน ระหว่าง Bitcoin ที่บริษัทถือ กับจำนวนหุ้นทั้งหมด อธิบายง่ายๆ คือ วัดว่าหุ้น 1 หุ้น ถือครอง Bitcoin มากขึ้นหรือน้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป
- Yield เป็นบวก: จำนวน Bitcoin ที่หนุนหลังหุ้นแต่ละหุ้นเพิ่มขึ้น
- Yield เป็นลบ: จำนวน Bitcoin ที่หนุนหลังหุ้นแต่ละหุ้นลดลง ถึงแม้บริษัทจะถือ Bitcoin รวมมากขึ้นก็ตาม
จากข้อมูลล่าสุดที่ Saylor เผยแพร่ ตัวเลข Bitcoin yield ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ติดลบอยู่ที่ -3.7%
หากวัดด้วยเกณฑ์ของตัวคุณเอง ในปี 2026 ถือว่าล้มเหลว
Schiff โพสต์บน X ว่าการไล่ซื้อ Bitcoin ต่อเนื่อง ทำให้มูลค่าหุ้นเจือจางลง แทนที่จะได้ Bitcoin ต่อหุ้นเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม Bitcoin yield เป็นเพียงตัวเลขติดตามภายใน และไม่ได้สะท้อนราคาหุ้นหรือผลตอบแทนรวมทั้งหมดโดยตรง
เจาะลึกการเคลื่อนไหวล่าสุดในคลังของ Strategy
แม้โดนสายทองคำแซะ แต่บริษัทของ Saylor ก็ไม่มีทีท่าว่าจะชะลอการสะสมลงเลย รายงานการเงินล่าสุดระบุธุรกรรมสำคัญไว้ดังนี้:
- ซื้อ BTCBTC-1.50% เพิ่ม: ช้อนเพิ่มอีก 250 BTC ในราคาประมาณ 21.5 ล้านดอลลาร์ เฉลี่ยที่ 86,194 ดอลลาร์ต่อเหรียญ
- ซื้อหุ้นคืน: ซื้อหุ้นบุริมสิทธิคืน มูลค่าราว 192 ล้านดอลลาร์
- ถือครองทั้งหมด: ถือ BTC รวมทั้งสิ้น 848,250 BTC ณ วันที่ 11 ตุลาคม 2026
- ต้นทุนรวม: ใช้เงินไปประมาณ 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็นต้นทุนเฉลี่ย 75,444 ดอลลาร์ต่อ Bitcoin
- เงินสดสำรอง: มีเงินสดดอลลาร์สำรองอยู่อีกประมาณ 5.5 พันล้านดอลลาร์
แม้องค์กรใหญ่จะแสดงความเชื่อมั่นสูง สินทรัพย์ดิจิทัลยังคงมีความผันผวนของราคาสูง นักลงทุนควรจำไว้ว่าผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต เช็กแนวโน้มตลาดได้ที่ bitkub.com/th/market/BTC
Schiff ตั้งคำถามถึงแรงส่งของตลาด พร้อมชี้ไปที่เรื่อง Tokenization
นอกจากเรื่องตัวเลขบริษัท Schiff ยังสงสัยในขาขึ้นของตลาดโดยรวม เมื่อวันที่ 22 กันยายน เขาตั้งคำถามว่า แรงส่งของราคาเกิดจากการปั่นกระแสซื้อของบริษัท และความหวังต่อกฎหมาย CLARITY Act ที่ยังค้างอยู่
นอกจากนี้ Schiff ยังมองว่าการเติบโตของ Real-World Asset (RWA) Tokenization อาจกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของ Bitcoin ในอนาคต
ในมุมมองของเขา เมื่อหุ้นเดิมและบริษัทที่จ่ายปันผลถูกแปลงเป็นโทเคนบนบล็อกเชน นักลงทุนก็จะได้สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีรายได้ ซึ่งน่าดึงดูดกว่าคริปโตที่ไม่มีปันผล
การที่ตัวเลข yield ของ Strategy จะฟื้นตัวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างเงินทุนและสภาวะตลาดในอนาคต ตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วจากปัจจัยมหภาค กฎหมาย และสภาพคล่อง
บทความล่าสุด

ผู้ก่อตั้ง Cryptobilis ชี้แจง ขายบริษัทไปแล้วก่อนเกิดเหตุแฮก Ledger
Arravind Prabu ผู้ก่อตั้ง Cryptobilis เปิดเผยว่าขายบริษัทไปตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 พร้อมชี้แจงว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์กระเป๋า Ledger ถูกดัดแปลง ซึ่งสร้างความเสียหายกว่า 90 ล้านดอลลาร์

สัญญาณจากตัวเลขตลาดคริปโต: ตลาด Spot เริ่มชะลอตัวลงแล้ว?
ข้อมูลรายสัปดาห์ชี้ว่า Stablecoin มูลค่ากว่า 856 ล้านดอลลาร์ไหลออกจากระบบ ขณะที่วอลลุ่มซื้อขาย Spot บน DEX ใหญ่ๆ เริ่มชะลอตัวลง

Cardano ทำสถิติใช้งานเครือข่ายสูงสุดในรอบหลายปี
Cardano ประมวลผลธุรกรรมไปมากกว่า 1.78 ล้านรายการใน Epoch 660 สร้างสถิติใหม่จากการโหวตกำกับดูแลของชุมชน