CEO ของ Ripple ชี้ XRP สามารถเป็นขุมพลังขับเคลื่อน Internet of Value ได้ตลอด 24/7

ทำไมระบบการเงินแบบเข้า 9 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็น ถึงเริ่มล้าสมัยแล้ว
เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมเราถึงดูไลฟ์สตรีมวิดีโอจากอีกฝั่งของโลกได้ในเสี้ยววินาที แต่พอจะโอนเงินไปต่างประเทศกลับต้องรอตั้งหลายวันทำการ? ในโลกดิจิทัลที่เชื่อมต่อกันหมดแล้ว เวลาทำการของธนาคารแบบเดิมๆ เลยดูเหมือนสิ่งตกค้างมาจากคนละยุคเลยครับ
ในงานประชุมประจำปี RippleXRP-0.11% Swell ที่นิวยอร์กเมื่อวันพุธที่ผ่านมา Brad Garlinghouse ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ripple ได้พูดถึงความอึดอัดใจในเรื่องนี้อย่างตรงจุดครับ เขาชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ไม่ได้ทำงานตามเวลาเข้า 9 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็นแบบเดิมๆ อีกต่อไปแล้ว
ทุกวันนี้ ทั้งผู้คนและธุรกิจต่างก็ทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมง Garlinghouse ย้ำว่า ผู้ใช้งานคาดหวังให้เงินและสินทรัพย์ของพวกเขาสามารถโอนข้ามประเทศได้ด้วยความเร็ว อิสระ และความยืดหยุ่น แบบเดียวกับที่พวกเขาใช้ชีวิตในทุกๆ วัน
'Internet of Value' คืออะไรกันแน่?
ถ้าอยากเข้าใจวิสัยทัศน์ที่ Garlinghouse เล่าให้ฟัง ลองเปรียบเทียบการเคลื่อนย้ายเงิน กับการส่งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันดูครับ
เวลาเราส่งอีเมลหรือโพสต์ข้อความบนออนไลน์ ข้อมูลจะส่งถึงปลายทางทั่วโลกได้ทันที ไม่สำคัญเลยว่าเป็นเที่ยงคืนวันอาทิตย์หรือวันหยุดราชการ ข้อมูลเคลื่อนที่ได้อย่างราบรื่น ต่อเนื่อง และแทบไม่มีต้นทุนเลยครับ
"Garlinghouse กล่าวว่า ผู้ใช้คาดหวังให้สินทรัพย์โอนข้ามประเทศได้เร็วและยืดหยุ่นเหมือนชีวิตประจำวัน โดยมี XRP เป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนผ่านนี้"
คำว่า Internet of Value อธิบายถึงโลกที่มูลค่า ไม่ว่าจะเป็นเงินฟิอัต สินทรัพย์ดิจิทัล หรือแม้แต่คะแนนสะสม เคลื่อนที่ได้ง่ายดายเหมือนข้อมูลบนเว็บในทุกวันนี้ โดยตามวิสัยทัศน์นี้ การชำระเงินและเคลียร์ยอดจะเกิดขึ้นทันที ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ และ 365 วันต่อปีครับ
ระบบธนาคารแบบเดิมสร้างอุปสรรคอย่างไร?
เพื่อให้เห็นภาพว่าทำไม Ripple ถึงผลักดันแนวคิดใหม่ ลองมาดูวิธีที่การโอนเงินข้ามประเทศแบบเดิมทำงานผ่านเครือข่ายยุคเก่าอย่าง SWIFT กันครับ
เวลาเราโอนเงินข้ามประเทศผ่านระบบเดิม เงินมักจะต้องวิ่งผ่านธนาคารตัวกลางยาวเป็นทอดๆ ซึ่งธนาคารตัวกลางแต่ละแห่งในสาย ต้องคอยตรวจสอบและประมวลผลรายการตามเวลาทำการของประเทศตัวเองเท่านั้น
- เวลาทำการที่เข้มงวด: ธนาคารแบบเดิมปิดทำการในวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ทำให้เกิดความล่าช้าในการเคลียร์ยอดเงินอย่างมาก
- ค่าธรรมเนียมตัวกลางสูง: ธนาคารทุกแห่งในเส้นทางการโอนเงินจะหักค่าธรรมเนียมการดำเนินการ
- สภาพคล่องที่ถูกล็อกไว้: สถาบันการเงินต้องฝากเงินสำรองไว้ในบัญชีต่างประเทศ (Nostro/Vostro) ทั่วโลกเพื่อรองรับการโอน
- ข้อผิดพลาดในการประมวลผล: การส่งต่อข้อมูลแบบใช้คนทำและซอฟต์แวร์ที่ล้าสมัย มักนำไปสู่ความล่าช้าหรือการโอนเงินล้มเหลว
ความไม่มีประสิทธิภาพเหล่านี้ สร้างอุปสรรคและต้นทุนมหาศาลให้กับการค้าขายระหว่างประเทศ ธุรกิจขนาดเล็ก รวมถึงประชาชนที่ต้องการโอนเงินกลับบ้านไปให้ครอบครัว
XRP ทำหน้าที่เป็นสะพานสภาพคล่องอย่างไร?
หัวใจสำคัญในสารที่ Garlinghouse ต้องการสื่อ คือสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง XRP สามารถเข้ามาทลายอุปสรรคทางโครงสร้างเหล่านี้ได้อย่างไร
แทนที่จะให้ธนาคารต้องจมเงินหลายพันล้านดอลลาร์ไว้ในบัญชีเงินตราต่างประเทศทั่วโลก Ripple ใช้ XRP บน XRP Ledger (XRPL) ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างเงินฟิอัตสกุลต่างๆ
- ผู้ส่งเงินในสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นทำรายการโอนเป็นดอลลาร์สหรัฐ (USD)
- เงิน USD จะถูกแปลงเป็น XRP ทันทีผ่านศูนย์ซื้อขายหรือช่องทางการชำระเงิน
- XRP จะถูกส่งผ่าน XRP Ledger และเสร็จสมบูรณ์ภายในเวลาเพียง 3 ถึง 5 วินาที
- จากนั้น XRP จะถูกแปลงกลับเป็นเงินสกุลปลายทาง (เช่น เยนญี่ปุ่น) และโอนเข้าบัญชีของผู้รับโดยตรง
กระบวนการเชื่อมต่อแบบอัตโนมัตินี้ ช่วยลดเวลาการทำรายการจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่วินาที แถมยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานลงได้อย่างมหาศาล
ประเด็นสำคัญจากงาน Ripple Swell ที่นิวยอร์ก
งานประชุมประจำปี Ripple Swell เป็นแหล่งรวมตัวของผู้บริหารองค์กร ผู้นำธนาคาร ผู้ก่อตั้งฟินเทค และหน่วยงานกำกับดูแลจากทั่วโลก เพื่อมาพูดคุยเกี่ยวกับอนาคตของการเงิน
ในระหว่างการกล่าวปาฐกถาสำคัญที่นิวยอร์กเมื่อวันพุธ Garlinghouse ชี้ชัดว่าโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินต้องวิวัฒนาการไปพร้อมกับความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก ธุรกิจต่างทำงานระดับโลกกันตลอดทุกชั่วโมง และโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินก็ต้องก้าวตามให้ทัน
มุมมองที่รอบด้าน: โอกาสและความเสี่ยงในความเป็นจริง
แม้ว่าเครือข่ายการชำระเงินแบบทันทีตลอด 24 ชั่วโมงจะให้ความสะดวกสบายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่การพิจารณา ทั้งประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นและความเสี่ยงที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ของการนำบล็อกเชนมาใช้งานก็เป็นเรื่องสำคัญครับ
ในมุมหนึ่ง การชำระเงินแบบเรียลไทม์สามารถช่วยปลดล็อกเงินทุนจมมหาศาลของสถาบันการเงิน และลดค่าธรรมเนียมการโอนเงินให้กับแรงงานหลายล้านคนทั่วโลกได้
แต่อีกมุมหนึ่ง การนำไปใช้อย่างแพร่หลายก็ยังต้องเผชิญกับอุปสรรคในความเป็นจริงหลายประการที่ผู้ร่วมตลาดควรคำนึงถึงไว้
- ความผันผวนของราคา: สินทรัพย์ดิจิทัลอาจมีความผันผวนของราคาในระยะสั้น แม้การชำระเงินจะเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที แต่ความเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของตลาดยังคงเป็นความเสี่ยงด้านการดำเนินงานที่สถาบันต่างๆ ต้องจัดการอย่างระมัดระวัง
- ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ: กฎหมายควบคุมสินทรัพย์คริปโตทั่วโลกมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศ ซึ่งส่งผลต่อความเร็วที่ธนาคารจะสามารถเชื่อมต่อกับบล็อกเชนสาธารณะได้
- การแข่งขันในตลาด: สเตเบิลคอยน์ (Stablecoins), สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDCs) และระบบการชำระเงินทางเลือกอื่นๆ ต่างก็กำลังแข่งขันกันเพื่อชิงความเป็นใหญ่ในพื้นที่การโอนเงินข้ามประเทศ
เช่นเดียวกับสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมด ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งการันตีถึงผลการดำเนินงานในอนาคต สำหรับผู้อ่านที่สนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับมูลค่าสินทรัพย์และกระดานซื้อขายสด สามารถเข้าไปดูข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์ได้ที่ Bitkub Market
เส้นทางข้างหน้าของการชำระเงินดิจิทัล
สุนทรพจน์ของ Brad Garlinghouse ในงาน Ripple Swell สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในวิธีที่โลกมองเรื่องของเงิน เมื่อความคาดหวังของผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่บริการที่รวดเร็วทันใจตลอด 24 ชั่วโมง ระบบแบบเดิมจึงตกอยู่ภายใต้ความกดดันที่ต้องปรับตัวให้ทันสมัยขึ้น
ไม่ว่าจะขับเคลื่อนด้วย XRP, สเตเบิลคอยน์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล หรือเครือข่ายธนาคารที่ได้รับการอัปเกรด การเปลี่ยนผ่านไปสู่ Internet of Value แบบ 24/7 ที่แท้จริง ก็กำลังเปลี่ยนแปลงการโอนเงินระหว่างประเทศอยู่ในขณะนี้แล้ว
บทความล่าสุด

OpenAI ไขปริศนาคณิตศาสตร์สำเร็จ: Bitcoin ยังปลอดภัยอยู่ไหม?
โมเดล AI ของ OpenAI เพิ่งหักล้างสมมติฐานทางคณิตศาสตร์ที่เชื่อกันมานานถึง 27 ปี และนี่คือเหตุผลว่าทำไมระบบเข้ารหัสของ Bitcoin และ Ethereum ถึงยังคงปลอดภัยอยู่ แม้จะมีการค้นพบครั้งสำคัญนี้ก็ตาม

Kevin O'Leary เล็งหุ้น IBM หลังกังวลเรื่อง Quantum กับ Bitcoin
Kevin O'Leary หันไปสนใจหุ้น IBM เมื่อความกังวลเรื่องควันตัมคอมพิวติ้งและความล่าช้าด้านกฎหมาย ทำให้สถาบันลังเลที่จะลงทุนใน Bitcoin

ธนาคารยักษ์ใหญ่ร่วมมือ DTCC ลุยบริการหลักทรัพย์แบบโทเคน
DTCC ยักษ์ใหญ่แห่งวอลล์สตรีตเปิดตัวบริการโทเคนไนเซชัน ช่วยให้ธนาคารชั้นนำสามารถซื้อขายหลักทรัพย์ดั้งเดิมในรูปแบบดิจิทัลได้แล้ว