ข่าว
icon BTCicon POLicon TIA

Polygon ลุยตลาดการชำระเงินเต็มตัว หลังเข้าซื้อ Coinme เสริมทัพใหญ่

ผู้เขียน : AI Generated17 ต.ค. 69อ่าน : 0CoinDeskCoinDesk
AI Generated
17 ต.ค. 69อ่าน : 0CoinDesk
Polygon ลุยตลาดการชำระเงินเต็มตัว หลังเข้าซื้อ Coinme เสริมทัพใหญ่

PolygonPOL-3.38% ก้าวข้ามการเป็นแค่โครงสร้างพื้นฐาน มุ่งสู่ระบบชำระเงินระดับโลก

Polygon Labs กำลังก้าวไปข้างหน้าครั้งใหญ่ ทีมพัฒนาเบื้องหลังบล็อกเชน Polygon ยอดฮิต ตั้งเป้าจะทำให้ธุรกิจการชำระเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ทำกำไรให้ได้ภายในปี 2027

เพื่อให้เป้าหมายนี้เกิดขึ้นจริง Polygon Labs ได้ปิดดีลเข้าซื้อ Coinme อย่างเป็นทางการ ซึ่ง Coinme เป็นผู้ให้บริการชำระเงินด้วยคริปโตที่ถูกกฎหมายในสหรัฐอเมริกา

ดีลนี้ช่วยให้บริษัทจากหมู่เกาะเคย์แมน มีเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนระหว่างคริปโต, สเตเบิลคอยน์ และเงินฟิแอตได้โดยตรง ผ่านระบบของตัวเอง

ทำไม Polygon ถึงเปลี่ยนยุทธศาสตร์หลัก?

หลายปีที่ผ่านมา ผู้คนรู้จัก Polygon ในฐานะเครือข่ายบล็อกเชนที่รวดเร็ว แต่ทีมผู้บริหารกำลังเดินหน้าเปลี่ยนภาพจำนั้นอย่างจริงจัง

Marc Boiron ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO เผยว่า เขาไม่ได้มองว่า Polygon กำลังแข่งกับบล็อกเชนเจ้าอื่นแล้ว แต่มองว่า Polygon คือธุรกิจที่เน้นเรื่องการชำระเงิน โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนมาช่วยโอนเงินให้มีประสิทธิภาพ

พูดตรงๆ คือผมไม่ได้มองว่าเราแข่งกับบล็อกเชนอื่นมาพักใหญ่แล้วครับ เราเน้นทำบริษัทเรื่องการชำระเงินมากกว่า ที่แค่ใช้บล็อกเชนในการเคลื่อนย้ายเงิน และใช้ Polygon เป็นหลัก

การปรับทิศทางธุรกิจนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม เมื่อ Polygon เปิดตัว Open Money Stack ระบบนี้ช่วยให้การโอนเงินข้ามประเทศและการชำระด้วยสเตเบิลคอยน์ง่ายขึ้นมาก และการประมวลผลการแลกเปลี่ยนได้เอง ทำให้ Polygon เก็บค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่เคยตกเป็นของตัวกลางได้โดยตรง

ศึกดาวิดปะทะโกไลแอธ: Polygon กับการท้าชน Visa และ Stripe

การก้าวเข้าสู่ธุรกิจประมวลผลการชำระเงิน ทำให้ Polygon ต้องลงสนามเดียวกับยักษ์ใหญ่ทางการเงินระดับโลก ซึ่งเครือข่ายการชำระเงินแบบเดิมจัดการเงินมหาศาลในแต่ละปี

ถ้าให้เห็นภาพชัดๆ Visa จัดการวอลลุ่มการชำระเงินสูงถึงกว่า 12.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2025 ส่วน Stripe ทำไปประมาณ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน

Polygon ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นบนเส้นทางนี้ แพลตฟอร์มการชำระเงินแบบรวมศูนย์ยังอยู่ในช่วงทดสอบระบบ (technical preview) และเปิดให้พันธมิตรทางธุรกิจบางรายทดลองใช้เท่านั้น

แก้ปัญหาตัวกลางของบล็อกเชน

นักพัฒนาบล็อกเชนเจอปัญหาใหญ่มานาน พวกเขาทำเทคโนโลยีพื้นฐานสำหรับทำธุรกรรม แต่กลับแทบไม่ได้ควบคุมความสัมพันธ์กับลูกค้าโดยตรงเลย

ในอดีต บล็อกเชนคู่แข่งสามารถเสนอสิ่งตอบแทนทางการเงินให้ผู้ประมวลผลการชำระเงินภายนอกได้ ซึ่งมักจะดึงให้ผู้ให้บริการเหล่านั้นเปลี่ยนไปใช้เครือข่ายอื่นแทน Polygon

การได้เป็นเจ้าของ Coinme ซึ่งเป็นผู้ให้บริการที่ถูกกฎหมาย ช่วยให้ Polygon ดำเนินการสัมพันธ์กับลูกค้าได้โดยตรง คราวนี้คู่แข่งก็ไม่สามารถจูงใจให้ตัวกลางดึงธุรกรรมไปจาก Polygon ได้อีกแล้ว

ปลดล็อกแหล่งรายได้ใหม่ของบริษัท

ค่าธรรมเนียมธุรกรรมปกติบนบล็อกเชน หรือค่า Gas บน Polygon นั้นถูกมากเพียงไม่กี่สตางค์ ส่วนค่าธรรมเนียมพิเศษ (priority fees) จะถูกส่งตรงให้ผู้ Staker และ Validator เพื่อช่วยชดเชยการออกเหรียญใหม่

Boiron กล่าวว่า ค่า Gas บนเครือข่ายช่วยชดเชยการออกเหรียญใหม่ได้แล้ว และยังสร้างรายได้หลายล้านดอลลาร์ให้ผู้ตรวจสอบและ Staker แต่บริการประมวลผลการชำระเงินมีโมเดลรายได้ที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

ต่างจากค่า Gas ที่คิดเป็นราคาคงที่ การประมวลผลการชำระเงินจะคิดรายได้เป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดเงินที่โอนทั้งหมด สิ่งนี้ช่วยให้ Polygon Labs เข้าถึงโอกาสสร้างรายได้ที่ใหญ่กว่าเดิมมาก ผลตอบแทนในอดีตหรือตัวเลขประสิทธิภาพของเครือข่าย ไม่ได้เป็นสิ่งรับประกันรายได้ในอนาคต

การเงินแบบเดิมเริ่มรุกเข้าสู่บล็อกเชน

ขณะที่ Polygon กำลังขยับเข้าหาโมเดลธุรกิจแบบดั้งเดิม ฝั่งบริษัทการเงินดั้งเดิมก็กำลังขยายบริการเข้ามาในโลกการโอนเงินบนบล็อกเชนเช่นกัน

Stripe ยังคงพัฒนาเครื่องมือชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ Swift เครือข่ายรับส่งข้อมูลการเงินระหว่างประเทศ ก็กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนร่วมกับสถาบันธนาคารชั้นนำ

Visa เองก็ขยายระบบชำระเคลียร์เงินด้วยสเตเบิลคอยน์มายังเครือข่าย Polygon และเครือข่ายอื่นๆ แถมยังเปิดตัวแพลตฟอร์มพิเศษที่ช่วยให้ธนาคารพาณิชย์สามารถออกและจัดการสเตเบิลคอยน์ได้ด้วย

เมื่อการทำงานเริ่มทับซ้อนกัน เป้าหมายหลักของ Polygon จึงเปลี่ยนไป ทีมงานไม่ได้แค่ต้องโน้มน้าวให้บริษัทต่างๆ มาใช้เครือข่ายของตนเท่านั้น แต่ต้องทำให้พวกเขาเลือกใช้บริการชำระเงินของ Polygon Labs ด้วย

พันธมิตรทางธุรกิจกลุ่มแรกและการเปิดตัวในปัจจุบัน

Polygon Labs กำลังทำงานร่วมกับลูกค้าธุรกิจกลุ่มแรกที่ได้รับเลือก เพื่อทดสอบความสามารถของระบบชำระเงินแบบครบวงจร

  • Tazapay: ผู้ให้บริการที่เชี่ยวชาญด้านการชำระเงินข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ
  • Mesh: เครือข่ายทางการเงินที่เน้นการชำระเงินด้วยคริปโตโดยเฉพาะ
  • Toku: แพลตฟอร์มการจ่ายเงินเดือนทั่วโลกที่สร้างมาเพื่อการดำเนินงานขององค์กรยุคใหม่
  • Kira: บริษัทโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่พัฒนานวัตกรรมบริการชำระเงินที่รองรับการเติบโตได้ดี

แพลตฟอร์มนี้ยังคงอยู่ในช่วงทดสอบระบบ (technical preview) ซึ่งหมายความว่ากำลังอยู่ในระหว่างการทดสอบแบบปิด และยังไม่เปิดให้คนทั่วไปใช้งาน

เทรนด์ตลาดในภาพกว้าง: สเตเบิลคอยน์และผลตอบแทนในโลกจริง

การรุกเข้าสู่ระบบชำระเงินของ Polygon สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในภาพกว้างของตลาดคริปโตทั่วโลก

ตัวอย่างเช่น Circle กำลังตั้งเป้าขยายไปยัง 40 ตลาดใหม่ทั่วโลกตามความต้องการสเตเบิลคอยน์ที่เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน งานวิจัยพบว่าสเตเบิลคอยน์อิงสินทรัพย์ในโลกจริง (RWA) สามารถสร้างผลตอบแทนได้ประมาณ 5% ถึง 7% โดยมีสินเชื่อภาคเอกชนค้ำประกันอยู่

นักวิเคราะห์คาดว่า มูลค่าตลาดรวมของสเตเบิลคอยน์ที่ให้ผลตอบแทนเหล่านี้ อาจสูงถึง 4 พันล้านดอลลาร์ภายในสามปี อย่างไรก็ตาม ธนาคารดั้งเดิมอาจชะลอการเติบโตนี้ได้ หากมีการเสนออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าให้แก่ผู้ฝากเงิน ตามรายงานวิจัยจากธนาคารเพื่อการชำระเงินระหว่างประเทศ (BIS)

ทำความเข้าใจความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความเสี่ยงของตลาด

นอกเหนือจากระบบชำระเงินแล้ว ผู้ใช้และนักลงทุนควรคอยอัปเดตความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในภาพกว้างของอุตสาหกรรมคริปโตอยู่เสมอ

ความก้าวหน้าล่าสุดในด้านควอนตัมคอมพิวติ้ง เช่น ชิป Willow ของ Google ทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องความปลอดภัยระยะยาวของ BitcoinBTC-0.85% ยุค Satoshi ผู้นำในอุตสาหกรรมจึงเริ่มจัดตั้ง Quantum Alliances เพื่อปกป้องความปลอดภัยของเครือข่ายในระยะยาว

ในฝั่งการเทรด อัลต์คอยน์มักมีความเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้น เหรียญอย่าง CelestiaTIA-7.99% เพิ่งพุ่งขึ้น 16% ในช่วงที่ตลาดผันผวนสั้นๆ อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์คริปโตยังคงมีความผันผวนสูงมาก และราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างเร็วก็อาจกลับทิศทางได้รวดเร็วเช่นกันหากสภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย

ผลตอบแทนในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัล หรือความสำเร็จในอดีตของบริษัทบล็อกเชน ไม่ได้เป็นสิ่งรับประกันผลงานในอนาคต ควรประเมินความเสี่ยงของตลาดอย่างรอบคอบเสมอ

แหล่งอ้างอิง:CoinDeskCoinDesk
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news
icon BTCicon ETHicon NEAR+2

กองทุน Crypto ETF เงินไหลออก 152 ล้านดอลลาร์ในวันศุกร์ นำโดย BlackRock

กองทุน Bitcoin และ Ether ETF ในสหรัฐฯ เผชิญเงินไหลออกสุทธิสูงถึง 152 ล้านดอลลาร์ในวันศุกร์ ส่งท้ายสัปดาห์ที่สถาบันเดินหน้าขายต่อเนื่อง ในขณะที่ NEAR กลับมีเงินทุนใหม่ไหลเข้าสวนกระแส

17 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon ETHicon NEAR|
17 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon ETHicon HYPE

ตลาด Ethereum ส่งสัญญาณก้ำกึ่ง ขณะที่ความผันผวนยังคงอยู่

ตลาดอนุพันธ์ Ethereum แสดงภาพรวมที่ซับซ้อน โดย Open Interest ของ Futures ยังคงยืนเหนือ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่การล้างพอร์ตฝั่ง Long ปรับตัวสูงขึ้น

17 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon ETHicon HYPE|
17 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon SOL

Solana เครือข่ายรันต่อเนื่องครบ 2 ปี พร้อมส่องความเสี่ยงจากรายงาน Fidelity

Solana ทำสถิติรันเครือข่าย mainnet ได้ต่อเนื่อง 2 ปีโดยไม่ล่มเลย แต่ Fidelity ชี้ว่ายังมีบางจุดสำคัญที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด

17 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon SOL|
17 ต.ค. 69 | AI Generated