ข่าว
icon NEAR

วอลุ่มเทรด NEAR Protocol พุ่งแตะ 100% ขานรับราคาดีดตัวแรง

ผู้เขียน : AI Generated12 ต.ค. 69อ่าน : 0U.TodayU.Today
AI Generated
12 ต.ค. 69อ่าน : 0U.Today
วอลุ่มเทรด NEAR Protocol พุ่งแตะ 100% ขานรับราคาดีดตัวแรง

ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของ NEAR ProtocolNEAR+4.46%: ราคาและวอลุ่มพุ่งแรง

NEAR Protocol (NEAR) เจอกับสัปดาห์ที่คึกคักอย่างมากในตลาดคริปโต โดยราคาเหรียญพุ่งไปแตะระดับ 6.00 ดอลลาร์ บน Binance ชั่วขณะ หลังราคาพุ่งขึ้น 11% ก่อนจะย่อตัวลงมาเล็กน้อย

ณ ขณะที่เขียน NEAR เคลื่อนไหวอยู่แถวๆ 5.64 ดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นการปรับตัวขึ้นราว 5% ในรอบ 24 ชั่วโมง

แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตานักเทรดจริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องราคาอย่างเดียว ประเด็นสำคัญอยู่ที่กิจกรรมการซื้อขายเบื้องหลังที่พุ่งขึ้นอย่างมหาศาล

วอลุ่มการซื้อขายเพิ่มขึ้นเท่าตัว: หมายความว่าอย่างไร?

แม้การเคลื่อนไหวของราคาจะพาดหัวข่าวอยู่เสมอ แต่วอลุ่มการซื้อขายคือตัวบอกว่ามีคนเข้ามาซื้อขายกันจริงๆ มากน้อยแค่ไหน โดยวอลุ่มการซื้อขายรายวันของ NEAR พุ่งขึ้นถึง 98.44% แตะระดับ 3.54 พันล้านดอลลาร์ เลยทีเดียว

พูดง่ายๆ คือ กิจกรรมการซื้อขายเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวภายในเวลาแค่ 24 ชั่วโมง ซึ่งสะท้อนถึงความสนใจของตลาดที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วและน่าจับตา

ลองนึกภาพวอลุ่มการซื้อขายเหมือนจำนวนคนที่เดินเข้าร้านค้าที่คึกคัก วอลุ่มที่สูงขึ้นแปลว่ามีคนเข้ามาเทรดเยอะขึ้น ซึ่งช่วยสร้างแรงส่งให้ราคาพุ่งได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม วอลุ่มที่สูงเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าราคาจะขึ้นต่อโดยไม่มีความผันผวนในระยะสั้น

ย้อนมองอดีต: NEAR โตขึ้นสามเท่าจากช่วงฤดูร้อนได้อย่างไร

การจะเข้าใจสถานการณ์ของ NEAR ในวันนี้ให้ดีขึ้น ลองย้อนดูเส้นทางราคาในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมากัน

ตลอดช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม NEAR เคลื่อนไหวค่อนข้างเงียบๆ อยู่ในกรอบ 1.55 ถึง 1.80 ดอลลาร์ ตลาดในช่วงนั้นถือว่านิ่งและทรงตัว

แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปช่วงปลายเดือนสิงหาคม เมื่อเทรนด์ขาขึ้นรอบใหม่เริ่มก่อตัว และเริ่มมีเร่งแรงส่งอย่างรวดเร็วในช่วงกลางเดือนกันยายน

ในช่วงที่พุ่งขึ้นกลางเดือนกันยายน NEAR ทะยานทะลุ 3.60 ดอลลาร์ ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน และหากนับจากจุดต่ำสุดช่วงฤดูร้อน มูลค่าของเหรียญก็โตขึ้นมากกว่า สามเท่า แล้ว

ดีดตัวกลับจากจุดย่อ: แรงซื้อยังคงหนาแน่น

เส้นทางขาขึ้นไม่ได้เรียบหรูเสมอไป ตลาดคริปโตมีความผันผวนเป็นเรื่องธรรมชาติ และ NEAR เองก็ต้องเผชิญกับการย่อตัวของราคาอย่างกะทันหันระหว่างทาง

ช่วงต้นเดือนตุลาคม NEAR ร่วงลงอย่างแรงมาอยู่ที่ประมาณ 4.30 ดอลลาร์ เกิดเป็นแท่งเทียนสีแดงขนาดใหญ่แท่งเดียว การร่วงลงรวดเร็วแบบนี้อาจทดสอบความเชื่อมั่นของตลาดได้

แต่ฝั่งแรงซื้อก็รีบเข้ามาซับแรงขายไวมาก ภายในเวลาไม่กี่วัน NEAR ก็กู้ราคากลับคืนมาได้ทั้งหมด

การรีบาวด์อย่างรวดเร็วนี้แสดงให้เห็นว่าความต้องการซื้อยังคงแข็งแกร่งในระดับราคาต่ำ และเมื่อมีแรงซื้อเข้ามาหนุนทันทีตอนย่อตัว ก็เป็นสัญญาณที่ชี้ถึงอุปสงค์ในตลาดที่ยังดูดี

ตัวชี้วัดทางเทคนิค: อ่านกราฟรายวัน

ตัวชี้วัดทางเทคนิคช่วยให้เราเห็นคำใบ้เกี่ยวกับแนวโน้มราคาปัจจุบัน ในกราฟรายวันของ NEAR เครื่องมือทางเทคนิคสำคัญหลายตัวกำลังส่งสัญญาณบวก

เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ชี้ขึ้น

เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) ช่วยลดความผันผวนของข้อมูลราคาเพื่อให้มองเห็นเทรนด์หลักได้ชัดขึ้น ปัจจุบัน เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่รายวันหลักๆ ของ NEAR ทั้งหมดต่างชี้ขึ้น

ราคาปัจจุบันของเหรียญยืนอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ทุกเส้นอย่างมั่นคง รูปแบบทางเทคนิคนี้มักสะท้อนว่าแนวโน้มระยะกลางยังอยู่ในเกณฑ์ดี

ทำความเข้าใจดัชนี RSI (Relative Strength Index)

ดัชนี RSI เป็นตัววัดความเร็วและการเปลี่ยนแปลงของการเคลื่อนไหวราคา โดยมีสเกลตั้งแต่ 0 ถึง 100 ปัจจุบัน RSI รายวันของ NEAR อยู่ที่ประมาณ 65

ตามหลักการวิเคราะห์ทางเทคนิค RSI ที่สูงกว่า 70 จะระบุถึงภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) ซึ่งแรงส่งของราคาอาจชะลอตัวลง ส่วน RSI ที่ต่ำกว่า 30 จะส่งสัญญาณถึงภาวะขายมากเกินไป (Oversold)

ที่ระดับ 65 ค่า RSI ของ NEAR สะท้อนถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่ง แต่ยังคงต่ำกว่าเกณฑ์ 70 จึงยังมีพื้นที่ให้อาจปรับตัวขึ้นได้อีก ก่อนที่สัญญาณทางเทคนิคจะชี้ว่าตลาดร้อนแรงเกินไป

แนวรับและแนวต้านสำคัญที่ต้องจับตา

นักเทรดต่างเฝ้ามองระดับราคาสำคัญเพื่อประเมินด่านต้านราคาหรือพื้นที่รับแรงกระแทก

ด่านแนวต้านสำคัญที่ 6.00 ดอลลาร์

แนวต้านระยะสั้นหลักอยู่ที่ระดับ 6.00 ดอลลาร์ พอดี ซึ่งเป็นจุดสูงสุดล่าสุดที่ฝั่งแรงขายเข้ามาชะลอการปรับตัวขึ้นไว้ชั่วคราว

หากแท่งเทียนรายวันปิดเหนือ 6.00 ดอลลาร์ได้เต็มแท่ง อาจเปิดทางไปสู่ระดับราคาที่สูงขึ้นได้ เพราะการทะลุผ่านแนวต้านสำคัญมักจะดึงดูดแรงซื้อระลอกใหม่เข้ามา

เบาะรองรับด้านล่าง: โซนแนวรับที่สำคัญ

หากราคาเผชิญกับการย่อตัว โซนแนวรับแรกจะอยู่ที่ช่วง 5.40 ถึง 5.60 ดอลลาร์ ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็นแนวต้านมาก่อนในช่วงปลายเดือนกันยายน

และหากราคาย่อตัวลงไปอีก แนวรับสำคัญถัดไปจะอยู่ที่ประมาณ 4.60 ดอลลาร์ และมีแนวรับถัดลงไปอีกที่ราว 3.90 ดอลลาร์

แม้ว่า NEAR จะลงไปทดสอบแนวรับด้านล่างเหล่านี้ โครงสร้างภาพใหญ่ที่เป็นเทรนด์ขาขึ้นก็อาจจะยังไม่เสียทรง โดยโซนแนวรับทำหน้าที่เหมือนพื้นราคาที่แรงซื้อมักจะกลับเข้ามาในตลาด

บทบาทของวอลุ่ม: แรงส่งนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน?

แม้การเพิ่มขึ้น 100% ของวอลุ่มในวันนี้จะเป็นเรื่องบวก แต่ก็มีรายละเอียดสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังอยู่ด้วย

วอลุ่มรายวันปัจจุบันยังคงต่ำกว่าช่วงที่วอลุ่มพุ่งสูงอย่างมากตอนวิ่งขึ้นกลางเดือนกันยายน การที่ราคาจะปรับตัวขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว วอลุ่มการซื้อขายจำเป็นต้องมีแรงหนุนอย่างต่อเนื่อง

การที่ราคาพุ่งขึ้นขณะที่วอลุ่มแผ่วลงอาจทำให้หมดแรงได้รวดเร็ว แรงซื้อจึงต้องรักษาปริมาณการซื้อขายที่สูงไว้ต่อเนื่อง เพื่อช่วยดัน NEAR ทะลุ 6.00 ดอลลาร์และประคองระดับราคานั้นไว้ให้ได้

ปัจจุบัน NEAR รั้ง อันดับที่ 8 บนรายการติดตามของแหล่งข้อมูล ซึ่งแสดงถึงความสนใจอย่างมากจากตลาดโดยรวม โดยการเทรดในรอบถัดๆ ไปจะเป็นตัวบอกว่า วอลุ่มที่พุ่งขึ้นนี้จะจุดชนวนการวิ่งขึ้นระลอกใหม่ หรือจะเป็นเพียงการพักฐานสั้นๆ

ประเมินฉากทัศน์ในอนาคตและความเสี่ยงของตลาด

ในการประเมินทิศทางราคาที่เป็นไปได้ในอนาคต สิ่งสำคัญคือการวิเคราะห์ทั้งในมุมมองบวกและมุมมองที่ระมัดระวัง บนพื้นฐานของสมมติฐานตลาดที่เฉพาะเจาะจง

ฉากทัศน์ A: แรงส่งขาขึ้นดำเนินอย่างต่อเนื่อง

หากวอลุ่มการซื้อขายรายวันยังคงยืนอยู่ใกล้หรือเกิน 3.5 พันล้านดอลลาร์ และสภาวะตลาดคริปโตโดยรวมยังคงเป็นใจ NEAR ก็อาจพยายามทะลุผ่านระดับ 6.00 ดอลลาร์ ได้อย่างมั่นคง

การยืนยันการปิดราคาเหนือ 6.00 ดอลลาร์พร้อมวอลุ่มที่หนาแน่น อาจเปิดโอกาสให้เหรียญขึ้นไปทดสอบพื้นที่แนวต้านที่สูงขึ้นในระยะกลาง

ฉากทัศน์ B: ราคาพักตัวหรือย่อตัวลง

หากวอลุ่มรายวันลดลงหรือบรรยากาศตลาดในภาพรวมเริ่มเย็นลง NEAR อาจเข้าสู่ช่วงการพักตัวออกข้างหรือการย่อตัวในระยะสั้น

ในฉากทัศน์นี้ ราคาอาจกลับลงไปทดสอบช่วง 5.40 ถึง 5.60 ดอลลาร์ และหากแรงขายในตลาดเพิ่มขึ้น ราคาอาจปรับตัวลดลงไปยังแนวรับ 4.60 ดอลลาร์ หรือ 3.90 ดอลลาร์ ก่อนจะเริ่มสร้างฐานนิ่งได้

สรุปบทวิเคราะห์และแนวทางตลาด

NEAR Protocol ได้แสดงผลงานที่น่าประทับใจด้วยการโตขึ้นถึงสามเท่าจากจุดต่ำสุดช่วงฤดูร้อน และมีวอลุ่มการซื้อขายรายวันพุ่งขึ้นเท่าตัว

อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์ดิจิทัลยังคงมีความผันผวนตามธรรมชาติและอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วตามสภาวะตลาด ผู้ลงทุนควรบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีวินัยอยู่เสมอ และหลีกเลี่ยงการตัดสินใจจากกระแสเก็งกำไรในระยะสั้น

ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต สามารถตรวจสอบราคาและข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์ได้ที่ bitkub.com/th/market/NEAR

แหล่งอ้างอิง:U.TodayU.Today
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news

เครื่องชั่งน้ำหนักในครัว จับผิดฮาร์ดแวร์วอลเล็ตโดนดัดแปลงได้จริงหรือ?

สายคริปโตแห่นำฮาร์ดแวร์วอลเล็ตมาชั่งน้ำหนัก หลังเกิดเคสแฮก 93 ล้านดอลลาร์ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เครื่องชั่งในครัวไม่อาจตรวจจับชิปสอดไส้สุดแนบเนียนได้

12 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
12 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTC

ดราม่าชิปเถื่อน Ledger: ถือ Bitcoin ผ่าน ETF ปลอดภัยกว่าวอลเล็ตจริงไหม?

การตรวจพบชิปเถื่อนแอบฝังในฮาร์ดแวร์วอลเล็ต Ledger ได้จุดชนวนข้อถกเถียงระลอกใหม่ ระหว่างการถือคีย์ด้วยตัวเองกับการลงทุนผ่าน Bitcoin ETF

12 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTC|
12 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTC

ถ้าโลกใช้มาตรฐานบิตคอยน์ เศรษฐกิจจะโตช้าลงจริงไหม?

Willy Woo นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดัง ออกมาอธิบายว่า ทำไมสกุลเงินที่มีจำกัดอย่างบิตคอยน์อาจทำให้เศรษฐกิจโตช้าลง แต่ในระยะยาวกลับช่วยลดฟองสบู่ทางการเงินได้ดีกว่า

12 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTC|
12 ต.ค. 69 | AI Generated