NEAR Protocol ร่วง 8% หลัง Open Interest หดตัว 9.5%

เกิดอะไรขึ้นกับ NEAR ProtocolNEAR-9.75%?
ราคา NEAR Protocol (NEAR) ย่อตัวลงในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาครับ โดยปรับตัวลดลง 7.9% ลงมาซื้อขายแถวๆ $4.50 ในเวลาเดียวกัน ข้อมูลตลาดอนุพันธ์จาก Coinalyze เผยว่าค่า open interest ของ NEAR ก็ลดลงไป 9.5% เช่นกัน
ปัจจุบัน NEAR มีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ราวๆ 5.86 พันล้านดอลลาร์ ส่วนปริมาณการซื้อขายรายวันยังคงทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 618 ล้านดอลลาร์ จากข้อมูลของ CoinMarketCap ครับ
การย่อตัวครั้งนี้ทำให้ยอดรวมในรอบ 7 วันลดลงไปราว 13.2% ครับ ถือเป็นการคายกำไรบางส่วนหลังจากที่เคยพุ่งแรงในเดือนกันยายน โดยตอนนั้น NEAR ทะยานจากต่ำกว่า $2 ขึ้นไปทะลุ $5 จนทำจุดสูงสุดล่าสุดแถวๆ $5.86
ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้เป็นสิ่งการันตีผลตอบแทนในอนาคต คุณสามารถตรวจสอบข้อมูลตลาดปัจจุบันได้ที่ bitkub.com
ทำความเข้าใจ Open Interest และ Deleveraging
ถ้าอยากเข้าใจว่าทำไมราคาถึงเคลื่อนไหวแบบนี้ เรามาลองทำความเข้าใจแนวคิดสำคัญอย่าง open interest และ deleveraging กันครับ
Open Interest คืออะไร?
Open interest คือการวัดมูลค่ารวมเป็นดอลลาร์ หรือจำนวนสัญญาอนุพันธ์ทั้งหมดที่ยังเปิดใช้งานอยู่บนกระดานเทรด เช่น Futures และ Perpetual Swaps ซึ่งตัวเลขนี้จะบอกให้เรารู้ว่า ตลาดมีเลเวอเรจและความเสี่ยงคงค้างอยู่มากน้อยแค่ไหน
Deleveraging หมายถึงอะไร?
เมื่อทั้งราคาสินทรัพย์และ open interest ปรับตัวลดลงพร้อมกัน นักวิเคราะห์มักจะเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า deleveraging หรือการลดเลเวอเรจครับ ซึ่งเกิดขึ้นจาก 2 สาเหตุหลักๆ ได้แก่:
- การสมัครใจปิดสถานะ: นักเทรดเลือกที่จะปิดสัญญาเพื่อเก็บกำไร หรือเพื่อป้องกันไม่ให้ขาดทุนเพิ่มในระยะสั้น
- การถูกบังคับขาย (Forced Liquidations): เกิดขึ้นจากระบบอัตโนมัติเมื่อราคาที่ร่วงลงไปแตะระดับ Stop-loss ของสถานะที่ใช้เลเวอเรจ
การที่ open interest ลดลง 9.5% แสดงว่าความเสี่ยงในตลาดอนุพันธ์กำลังหดตัวลงครับ นักเทรดเริ่มถอยออกมาลดความเสี่ยง มากกว่าที่จะเปิดสถานะเลเวอเรจสูงๆ เพิ่มเติม
ระดับราคาทางเทคนิคที่ต้องจับตา
เมื่อราคา NEAR ยังคงวนเวียนอยู่แถว $4.50 นักเทรดต่างกำลังเฝ้ามองแนวรับและแนวต้านสำคัญอย่างใกล้ชิดครับ
โซนแนวรับขาลง
แนวรับแรกที่ใกล้ที่สุดจะอยู่ที่ช่วง $4.50 ถึง $4.55 ครับ ซึ่งการประคองให้อยู่เหนือระดับนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับแรงซื้อที่ต้องการรักษาเสถียรภาพในระยะสั้น
หากแรงขายกดดันจน NEAR หลุดระดับ $4.50 อย่างต่อเนื่อง ราคาก็อาจลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมของวันที่ 8 ตุลาคม แถวๆ $4.29 ได้ครับ และถ้าหลุด $4.29 ลงไปอีก ก็อาจทำให้โครงสร้างการฟื้นตัวแบบขาขึ้นที่สร้างไว้สะดุดลงได้
โซนแนวต้านขาขึ้น
หากฝั่งซื้อต้องการกลับมาคุมเกม NEAR จำเป็นต้องกลับขึ้นไปยืนเหนือช่วง $4.90 ถึง $5.00 ให้ได้ก่อนครับ
ถ้าสามารถทะลุผ่าน $5.00 ไปได้ ก็อาจเปิดทางขึ้นไปทดสอบโซน $5.33 ถึง $5.45 ต่อไป อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวที่อาจเกิดขึ้นนี้ยังคงขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโดยรวมและการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ตลาดด้วยครับ
การพัฒนาเทคโนโลยีระยะยาว VS การเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้น
หากมองข้ามความผันผวนของราคาในระยะสั้น NEAR Protocol ยังคงพัฒนาอีโคซิสเต็มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะฟังก์ชัน Cross-chain และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
แม้การพัฒนาปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งจะช่วยสร้างมูลค่าระยะยาวให้โครงการ แต่ก็ไม่อาจปกป้องเหรียญจากการย่อตัวของตลาดในภาพรวมได้ทั้งหมด เมื่อสภาวะตลาดโดยรวมเริ่มชะลอตัว นักเทรดมักจะลดเลเวอเรจลง โดยไม่สนใจว่าการอัปเดตเทคโนโลยีจะคืบหน้าไปมากแค่ไหน
ในตอนนี้ การที่ราคาปรับตัวลงพร้อมกับ open interest ที่หดตัวลง สะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังของคนในตลาดครับ ส่วน NEAR จะสามารถยืนเหนือแนวรับ $4.50 ได้ หรือต้องลงไปทดสอบแนวรับที่ต่ำกว่าเดิม คงต้องขึ้นอยู่กับวอลลุ่มและภาพรวมของตลาดในอีกไม่กี่วันข้างหน้าครับ
บทความล่าสุด

Strategy และ Strive กับภารกิจถ่วงสมดุล: ซื้อ Bitcoin หรือจ่ายปันผล?
บริษัทที่ถือ Bitcoin กำลังเจอความท้าทายครั้งใหญ่ เมื่อต้องคอยบริหารเงินระหว่างการจ่ายปันผลหุ้นบุริสิทธิที่สูงลิ่ว กับการเจียดงบไปซื้อคริปโตเพิ่ม

ศาลอาร์เจนตินาตัดสินยกฟ้อง ประธานาธิบดี มีเลย์ คดีเหรียญ LIBRA
ศาลอาร์เจนตินาตัดสินยกฟ้องประธานาธิบดี คาเวียร์ มีเลย์ พร้อมพวกรวม 11 คน หลังไม่พบหลักฐานการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับเหรียญ LIBRA

XRP เจอวิกฤตล้างพอร์ตพุ่งสูงถึง 2,008% หลังตลาดคริปโตร่วงหนัก
XRP ร่วงแตะ $1.27 หลังตลาดคริปโตโดนเทขายอย่างหนัก ทำสาย L โดนล้างพอร์ตยับ แต่ในทางกลับกัน ยอดกระเป๋าเงินใหม่บนเครือข่ายกลับพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่