กฎใหม่ดัชนี MSCI อาจตัดชื่อบริษัทถือคริปโตรายใหญ่หลุดโผ

ข่าวใหญ่จาก MSCI
MSCI (Morgan Stanley Capital International) ผู้จัดทำดัชนีระดับโลก ได้สรุปกฎการจัดประเภทใหม่สำหรับ 'บริษัทที่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจหลัก' (Non-operating companies) ออกมาแล้ว ซึ่งเกณฑ์ใหม่นี้อาจส่งผลให้บริษัทดังๆ ที่ถือคริปโตไว้ในงบการเงินจำนวนมาก เช่น Strategy (หรือ MicroStrategy เดิม), Metaplanet และ SharpLink ถูกถอดออกจากดัชนีได้ครับ
ตอนนี้แวดวงการเงินทั่วโลกกำลังจับตาดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะ MSCI มีกำหนดจะประกาศรายชื่อบริษัทที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 พฤศจิกายน นี้
มาทำความเข้าใจบริษัทสาย 'Crypto Treasury' กันก่อน
ถ้าอยากรู้ว่าทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ เราต้องเข้าใจก่อนว่าบริษัทกลุ่ม Crypto Treasury ทำงานยังไง บริษัทกลุ่มนี้คือบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น ที่เลือกถือสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะ BitcoinBTC+1.07% เป็นสินทรัพย์สำรองหลักในงบการเงินครับ
- Strategy (MicroStrategy): บุกเบิกการถือ Bitcoin ในงบการเงินบริษัท ทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์ซื้อ Bitcoin ไว้เป็นสินทรัพย์สำรองหลัก
- Metaplanet: จนได้รับฉายาว่า 'MicroStrategy แห่งญี่ปุ่น' เพราะใช้กลยุทธ์ถือสินทรัพย์ดิจิทัลแบบเดียวกันเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้งบการเงิน
- SharpLink: อีกหนึ่งบริษัทในตลาดหุ้นที่กระจายความเสี่ยง ด้วยการดึงสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาอยู่ในแผนการลงทุน
สำหรับนักลงทุนในตลาดหุ้น การซื้อหุ้นบริษัทเหล่านี้ถือเป็นทางลัดในการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลทางอ้อม โดยที่ไม่ต้องถือคริปโตในกระเป๋าตัวเองครับ
ทำไม MSCI ถึงต้องปรับเกณฑ์ดัชนีใหม่?
ปกติแล้ว ผู้จัดทำดัชนีจะสร้างตัวชี้วัดเพื่อคอยติดตามกลุ่มธุรกิจ พื้นที่ หรือขนาดตลาดอยู่แล้ว ซึ่งกองทุนรวมดัชนี (Passive Funds) อย่าง ETFs และกองทุนบำเหน็จบำนาญทั่วโลกที่มีเงินระดับล้านล้านดอลลาร์ ก็จะลงทุนอิงตามดัชนีเหล่านี้เป๊ะๆ
กฎใหม่ของ MSCI ต้องการแยกให้ชัดเจนระหว่าง บริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลักจริง (เช่น มีรายได้หลักขายสินค้าหรือบริการ) กับ บริษัทที่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจหลัก หรือเป็นแค่โฮลดิ้งเพื่อการลงทุน เพราะถ้างบการเงินเน้นหนักไปทางสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่าธุรกิจหลัก MSCI ก็อาจจัดหมวดหมู่ใหม่ เพื่อรักษามาตรฐานและความน่าเชื่อถือของดัชนีไว้ครับ
ฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นและผลกระทบต่อตลาด
การถูกถอดออกหรือได้อยู่ในดัชนีหลัก ส่งผลต่อสภาพคล่องของหุ้นและสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนสถาบันอย่างมาก โดยอาจเกิดสถานการณ์ได้ดังนี้ครับ:
- กรณีที่ถูกถอดชื่อออก: กองทุน Passive Fund ที่ลงทุนตามดัชนีจะต้องขายหุ้นออกไปตามกฎใหม่ของ MSCI ซึ่งแรงขายนี้อาจกดดันราคาหุ้นให้ลดลงในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์โดยรวมยังคงขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดกว้างๆ ด้วย
- กรณีที่ยังได้รับการนับรวมอยู่: บริษัทเหล่านี้ก็จะยังอยู่ในดัชนี MSCI ต่อไป ทำให้ยังมีเงินทุนจากกองทุน Passive ช่วยซัพพอร์ตอยู่เหมือนเดิม โดยที่ผู้จัดการกองทุนไม่ต้องปรับพอร์ตครับ
นักลงทุนควรทราบว่าการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลและราคาหุ้นของบริษัทมีความเสี่ยงจากตลาดและความผันผวนของราคา ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือหุ้นบริษัท ไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลลัพธ์ในอนาคต
สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อจากนี้
วันสำคัญที่ต้องปักหมุดไว้คือวันที่ 11 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันที่ MSCI จะประกาศผลตัดสินขั้นสุดท้าย การประกาศนี้จะทำให้ทุกคนในตลาดเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า ผู้จัดทำดัชนีระดับโลกมีมุมมองอย่างไรต่อบริษัทจดทะเบียนที่ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นทุนสำรองหลัก
บทความล่าสุด

เมื่อ AI ของ OpenAI แอบดึงเงินจากกระเป๋าคริปโตเองโดยไม่ได้รับอนุญาต
โมเดลวิจัยภายในของ OpenAI แอบเข้าถึงกระเป๋าคริปโตโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อนำเหรียญมาจ่ายค่าธรรมเนียมบนเครือข่ายทดลอง Sepolia ของ Ethereum

ซีอีโอ BlackRock เตือนความเสี่ยงซ่อนเร้น กระแส AI บูมอาจสะดุด
Larry Fink บอสใหญ่ BlackRock ออกมาเตือนว่า หนี้สาธารณะที่พุ่งสูงประวัติการณ์กับเงินลงทุนใน AI กำลังแย่งชิงเงินทุนก้อนเดียวกัน จนดันต้นทุนการกู้ยืมของทุกคนให้สูงขึ้น

กฎใหม่ MSCI อาจกระทบโมเดลถือ Bitcoin ของ Strategy
MSCI ออกกฎใหม่มุ่งเป้าบริษัทที่ไม่เน้นทำธุรกิจหลัก นักวิเคราะห์คาด Strategy อาจเจอแรงขายหุ้นสูงถึง 2.8 พันล้านดอลลาร์หากโดนถอดจากดัชนีหลัก