ข่าว

Fireblocks สยบข่าวลือ! ปฏิเสธข่าว Visa ขอซื้อกิจการ 2.5 พันล้านดอลลาร์

ผู้เขียน : AI Generated22 ต.ค. 69อ่าน : 1BeInCryptoBeInCrypto
AI Generated
22 ต.ค. 69อ่าน : 1BeInCrypto
Fireblocks สยบข่าวลือ! ปฏิเสธข่าว Visa ขอซื้อกิจการ 2.5 พันล้านดอลลาร์

ข่าวลือฮือฮา: Visa กำลังจะเข้าซื้อ Fireblocks จริงหรือ?

ในโลกการเงิน ข่าวลือมักจะแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วมากครับ เมื่อเร็วๆ นี้ สื่อชั้นนำอย่าง Axios ได้รายงานว่า Visa ยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงินระดับโลก กำลังอยู่ในช่วงท้ายของการเจรจาเพื่อเข้าซื้อกิจการ Fireblocks โดยมีมูลค่าดีลสูงถึงราวๆ 2.5 พันล้านดอลลาร์

ถ้าข่าวนี้เป็นเรื่องจริง นี่จะกลายเป็นหนึ่งในการซื้อขายกิจการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการคริปโตเลยทีเดียว แต่ทว่าทาง Fireblocks ก็ไม่ปล่อยให้สับสนนาน รีบออกมาแก้ข่าวทันควันครับ

"เรารับทราบถึงข่าวลือเรื่องที่ Visa อาจเข้าซื้อกิจการ Fireblocks แล้ว เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับเรามาก และไม่เป็นความจริงเลยในตอนนี้" โฆษกของ Fireblocks ได้เปิดเผยกับ BeInCrypto

คำแถลงสั้นๆ นี้สยบกระแสข่าวลือลงได้ทันทีครับ แต่รายงานชิ้นนี้ก็ชวนให้เราฉุกคิดถึงเรื่องโครงสร้างพื้นฐานคริปโต มูลค่าของบริษัท และการที่เครือข่ายบัตรชำระเงินระดับโลกมองอนาคตของเงินดิจิทัลอย่างไร

ทำไมมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ถึงทำให้หลายคนเอะใจ?

นอกจากคำปฏิเสธอย่างชัดเจนแล้ว ผู้เชี่ยวชาญในวงการยังสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างเกี่ยวกับตัวเลขอันนี้ครับ ดีลมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์อาจฟังดูมหาศาล แต่สำหรับ Fireblocks แล้ว ตัวเลขนี้ถือว่าลดราคาลงมาอย่างมากเลยทีเดียว

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคมปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงใกล้จุดสูงสุดของตลาดคริปโต Fireblocks เคยระดมทุนไปได้ถึง 550 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งสูงถึง 8 พันล้านดอลลาร์เลยครับ

ถ้าบริษัทที่มีมูลค่า 8 พันล้านดอลลาร์ถูกขายในราคา 2.5 พันล้านดอลลาร์ นั่นหมายความว่ามูลค่าลดลงไปเกือบ 70% ซึ่งเป็นการปรับลดลงอย่างมากสำหรับธุรกิจที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

การเปรียบเทียบมูลค่าจากตลาดนอกระบบกับราคาขายจริง

อย่างไรก็ตาม การประเมินมูลค่าช่วงระดมทุนนอกระบบกับการเข้าซื้อกิจการจริงนั้น นำมาเปรียบเทียบกันตรงๆ ได้ยากครับ เพราะในช่วงตลาดขาขึ้น มูลค่าการระดมทุนมักจะบวกการคาดการณ์การเติบโตในอนาคตล่วงหน้าไปหลายปี

ในขณะที่การซื้อขายบริษัทใหญ่ๆ มักจะอิงตามรายได้ กระแสเงินสด และคุณค่าทางกลยุทธ์ ณ ปัจจุบันเป็นหลัก แต่ถึงอย่างนั้น การที่มูลค่าลดลงถึง 70% ก็ยังถือว่าเป็นส่วนลดที่หนักมาก จนทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนตั้งข้อสงสัยในตัวเลขข่าวลือนี้ตั้งแต่แรก

สรุปแล้ว Fireblocks ทำธุรกิจอะไรกันแน่?

ถ้าอยากเข้าใจว่าทำไมยักษ์ใหญ่อย่าง Visa ถึงอาจสนใจ Fireblocks เราต้องมาดูครับว่าพวกเขาทำอะไร ให้ลองจินตนาการว่า Fireblocks คือระบบท่อส่งน้ำไฮเทคและตู้เซฟความปลอดภัยสูง สำหรับสถาบันการเงินที่อยากเข้ามาเล่นในโลกคริปโตครับ

การสร้างระบบบล็อกเชนที่มีความปลอดภัยสูงขึ้นมาเองตั้งแต่เริ่มต้นนั้นยากและเสี่ยงมากครับ ดังนั้น สถาบันการเงินต่างๆ จึงเลือกใช้บริการซอฟต์แวร์เฉพาะทางอย่าง Fireblocks แทน ซึ่งเทคโนโลยีของพวกเขามีหน้าที่หลักๆ ดังนี้:

  • การฝากดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Custody): ช่วยปกป้อง Key ส่วนตัว เพื่อให้บริษัทต่างๆ สามารถเก็บรักษากองทุนคริปโตได้อย่างปลอดภัย
  • การกำกับดูแลการโอนเงิน (Transfer Governance): กำหนดระบบอนุมัติและควบคุมสิทธิ์อย่างเข้มงวด ว่าใครในบริษัทสามารถกดอนุมัติธุรกรรมได้บ้าง
  • การเชื่อมต่อบล็อกเชน (Blockchain Connectivity): เชื่อมต่อระบบหลังบ้านของบริษัทดั้งเดิม เข้ากับเครือข่ายบล็อกเชนที่หลากหลายได้อย่างราบรื่น

ลองนึกภาพบริษัทโอนเงินข้ามประเทศแบบดั้งเดิม ที่อยากเปลี่ยนมาใช้ Stablecoin เพื่อชำระเงินได้ทันที แทนที่จะต้องเสียเวลาหลายปีในการพัฒนาระบบความปลอดภัยและการเชื่อมต่อบล็อกเชนเอง พวกเขาก็แค่ต่อระบบเข้ากับ Fireblocks ได้ทันทีเลยครับ

ปริมาณการทำธุรกรรมมหาศาล

ระบบของ Fireblocks นั้นรองรับธุรกรรมขนาดใหญ่มากครับ โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทเปิดเผยว่ามีปริมาณการโอน Stablecoin ผ่านระบบของตนเฉลี่ยสูงถึงกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ในทุกๆ เดือน

ต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า ตัวเลข 300,000 ล้านดอลลาร์นี้คือปริมาณธุรกรรม ไม่ใช่รายได้ของบริษัท เพราะ Fireblocks คิดค่าบริการจากการใช้งานโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ได้เก็บเงินที่โอนไว้เอง แต่ตัวเลขมหาศาลนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า Fireblocks มีความสำคัญต่อการชำระเงินดิจิทัลระดับโลกมากแค่ไหน

ทำไมยักษ์ใหญ่การชำระเงิน ถึงจ้องมองโครงสร้างพื้นฐานคริปโต?

แม้ว่าดีลนี้จะไม่เกิดขึ้นจริง แต่ข่าวลือนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์สำคัญครับว่า เครือข่ายการชำระเงินแบบดั้งเดิมกำลังรุกหนักเข้าสู่เทคโนโลยีบล็อกเชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Stablecoin

ปัจจุบัน Visa เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายการชำระเงินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอยู่แล้ว การดึงเทคโนโลยีอย่าง Fireblocks เข้ามา จะช่วยให้ Visa ได้รับเทคโนโลยีระดับองค์กรพร้อมใช้งานทันที แถมยังได้สร้างความสัมพันธ์โดยตรงกับบริษัท Fintech รุ่นใหม่อีกนับร้อยแห่งด้วย

การเคลื่อนไหวในโลกคริปโตของ Visa ช่วงที่ผ่านมา

จังหวะของข่าวลือนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ Visa เป็นอย่างดี เพราะในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ยักษ์ใหญ่รายนี้ได้ลุยตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างจริงจังครับ:

  • กรกฎาคม: Visa ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม Stablecoin ของตัวเอง เพื่อช่วยให้สถาบันการเงินสามารถออกและบริหารจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลได้สะดวกขึ้น
  • เดือนนี้: Visa ได้เปิดใช้งานบริการ Visa Direct ที่ขับเคลื่อนด้วย Stablecoin ในเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ ช่วยให้โอนเงินเข้าบัญชีได้อย่างรวดเร็วผ่านโครงสร้างพื้นฐานคริปโต

ศึกแห่งศักดิ์ศรี: Visa ปะทะ Mastercard

Visa ไม่ได้ลุยเดี่ยวอยู่เจ้าเดียวนะครับ เพราะคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Mastercard ก็เดินเกมรุกอย่างดุดันไม่แพ้กัน โดยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Mastercard ได้ปิดดีลเข้าซื้อ BVNK ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน Stablecoin ชั้นนำไปเป็นที่เรียบร้อย

หาก Visa เข้าซื้อยักษ์ใหญ่อย่าง Fireblocks จริงๆ ก็จะยิ่งทำให้การแข่งขันแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด Stablecoin สำหรับระดับสถาบัน ระหว่างสองยักษ์ใหญ่เครือข่ายบัตรชำระเงิน ร้อนแรงขึ้นอย่างแน่นอน

ประเด็นสำคัญที่มองข้ามไม่ได้: คำถามเรื่อง 'ความเป็นกลาง'

การเข้าซื้อกิจการโดยบริษัทการชำระเงินดั้งเดิมรายใหญ่อย่าง Visa นำไปสู่คำถามสำคัญว่า ความเป็นกลางของแพลตฟอร์มจะเป็นอย่างไรต่อไป?

ปัจจุบัน Fireblocks วางตัวเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่เป็นกลาง ลูกค้าของพวกเขามีตั้งแต่กระดานเทรดคริปโต ธนาคาร ฟินเทค ไปจนถึงสตาร์ทอัพด้านการชำระเงิน ซึ่งลูกค้าหลายรายก็เป็นคู่แข่งโดยตรงกับระบบการชำระเงินดั้งเดิมของ Visa

หาก Visa เข้าซื้อ Fireblocks จริง ลูกค้าที่เป็นคู่แข่งอาจจะเริ่มกังวลกับการต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มที่มีคู่แข่งเป็นเจ้าของ คำถามคือ Fireblocks จะยังคงความเป็นกลางทางเทคโนโลยีไว้ได้หรือไม่ หรือว่าบริษัทคู่แข่งจะหันไปหาผู้ให้บริการรายอื่นแทน?

มองไปข้างหน้า: เรื่องนี้ส่งผลอย่างไรต่อตลาด?

ในตอนนี้ Fireblocks ได้ออกมาสยบข่าวลือเรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันชัดเจนว่าไม่ได้มีการเจรจาซื้อขายกิจการกับ Visa แต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี ความสนใจอันท่วมท้นต่อข่าวนี้ แสดงให้เห็นว่าการเงินดั้งเดิมและโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนกำลังผสานเข้าหากันเรื่อยๆ และเมื่อการชำระเงินด้วย Stablecoin ได้รับความนิยมมากขึ้น เครือข่ายการชำระเงินแบบเดิมก็จะยิ่งพยายามหาช่องทางเข้ามาครองส่วนแบ่งในตลาดนี้ต่อไป

ไม่ว่าจะด้วยการพัฒนาขึ้นเองภายใน หรือการเข้าซื้อกิจการในอนาคต ผู้ให้บริการการชำระเงินระดับโลกต่างกำลังเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนและภาคธุรกิจควรพึงระลึกไว้ว่า การพัฒนาขององค์กรและการยอมรับในสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และผลการดำเนินงานหรือปริมาณการทำธุรกรรมในอดีต ก็ไม่อาจเป็นสิ่งการันตีผลประกอบการของบริษัท หรือผลตอบแทนของตลาดโทเคนในอนาคตได้ครับ

แหล่งอ้างอิง:BeInCryptoBeInCrypto
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news
icon BCHicon BTCicon DOGE+1

จีนยื่นเรื่องขอคืน Bitcoin 5.1 พันล้านดอลลาร์ที่ถูกตำรวจอังกฤษยึด

อัยการจีนยื่นเรื่องขอคืน Bitcoin เกือบ 62,000 เหรียญ ที่ถูกทางการอังกฤษยึดไว้ ในคดีปราบปรามการฉ้อโกงคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

22 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BCHicon BTCicon DOGE|
22 ต.ค. 69 | AI Generated
news

AEON เปิดตัว Agentic Checkout V2 ดึง AI ช่วยจองโรงแรมบน Travala

AEON เปิดตัว Agentic Checkout V2 ช่วยให้เอเจนต์ AI สามารถค้นหาและจองโรงแรมบน Travala ได้โดยตรง ผ่านกระเป๋าเงินบนบล็อกเชนสำหรับ AI โดยเฉพาะ

22 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
22 ต.ค. 69 | AI Generated
news

SoFi ให้ดอกเบี้ยดอลลาร์ดิจิทัล 4.40% พร้อมความคุ้มครองจาก FDIC

SoFi เปิดตัว SoFi Earn (SOFIE) เงินฝากธนาคารในรูปแบบโทเคน รับดอกเบี้ย 4.40% ต่อปี พร้อมประกันเงินฝาก FDIC ช่วยให้นักลงทุนคริปโตสร้างผลตอบแทนจากเงินสดที่จอดอยู่เฉยๆ ได้

22 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
22 ต.ค. 69 | AI Generated