ข่าว
icon BTCicon ETHicon SOLicon XRP

รายใหญ่ถอยทัพ! Crypto ETF เงินไหลออกทะลุ 1.2 พันล้านดอลลาร์

ผู้เขียน : AI Generated12 ต.ค. 69อ่าน : 0Bitcoin.comBitcoin.com
AI Generated
12 ต.ค. 69อ่าน : 0Bitcoin.com
รายใหญ่ถอยทัพ! Crypto ETF เงินไหลออกทะลุ 1.2 พันล้านดอลลาร์

เมื่อเงินทุนรายใหญ่ขอพักหายใจ: 1.2 พันล้านดอลลาร์ไหลออกจาก Crypto ETF

ช่วงนี้คุณรู้สึกไหมว่าตลาดคริปโตดูเงียบเหงาลงกระทันหัน? ถ้าคุณคอยเฝ้าดูการไหลเข้าออกของเงินทุนสถาบัน คุณอาจจะได้เห็นตัวเลขที่น่าตกใจเลยทีเดียว

ในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 9 ตุลาคม 2026 นักลงทุนสถาบันรายใหญ่ได้ถอยทัพครั้งใหญ่ โดยกองทุน Spot ETF ของ Bitcoin และ Ether ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกรวมกันมากกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์

ไม่ได้มีแค่ Bitcoin กับ Ether เท่านั้นที่เจอแรงกดดัน SolanaSOL-0.91% เองก็โดนด้วย จนสถิติเงินไหลเข้าต่อเนื่อง 14 สัปดาห์ต้องจบลง แต่ในทางกลับกัน สินทรัพย์ขนาดเล็กกว่าอย่าง XRPXRP-2.33% และ NEAR กลับดึงดูดเงินทุนใหม่สวนกระแสตลาดได้

ในขณะที่รายงาน Bitcoin (BTCBTC-0.83%) มีราคาซื้อขายอยู่ที่ราว 82,934 ดอลลาร์ (ลดลง 0.14%) ส่วน Ether (ETH) เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 2,533 ดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 1.16%) ซึ่งเบื้องหลังราคา Spot เหล่านี้ มีเรื่องราวใหญ่กว่านั้นเกี่ยวกับการที่ความวิตกกังวลทางเศรษฐกิจโลก กำลังส่งผลให้กองทุนใหญ่วอลสตรีทถอยกลับเข้าสู่พื้นที่ที่ปลอดภัยกว่า

ทำไมกองทุนใหญ่ถึงถอนเงินทุนออกไป?

การจะเข้าใจว่าทำไมเงิน 1.2 พันล้านดอลลาร์ถึงไหลออกจากกองทุนคริปโตใน 5 วัน เราต้องมองออกไปนอกตลาดคริปโต แล้วหันไปดูตลาดการเงินดั้งเดิมกันครับ

ลองจินตนาการว่าคุณกำลังบริหารกองทุนมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ แล้วจู่ๆ ราคาน้ำมันดิบก็พุ่งกลับไปยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พ่อน้ำมันแพงขึ้น ค่าขนส่งสินค้าก็แพงตาม ต้นทุนโรงงานก็สูงขึ้น และราคาน้ำมันหน้าปั๊มก็ปรับตัวขึ้น ซึ่งเรื่องนี้วนกลับมาปลุกความกังวลเรื่องเงินเฟ้อให้สูงขึ้นอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งพันธบัตรรัฐบาลได้รับการค้ำประกันโดยรัฐบาล จึงเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มขึ้น นักลงทุนก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและความเสี่ยงต่ำได้ โดยไม่ต้องเสี่ยงอะไรมาก

เมื่อความกลัวเงินเฟ้อกลับมา และผลตอบแทนพันธบัตรที่ปลอดภัยดูน่าดึงดูด ผู้จัดการกองทุนมักจะลดสัดส่วนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงลง ซึ่งสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีค่า High-beta และมีความผันผวนสูง มักจะเป็นหนึ่งในการลงทุนกลุ่มแรกๆ ที่ผู้จัดการกองทุนเลือกลดสัดส่วนในช่วงที่ตลาดปิดรับความเสี่ยง (Risk-off)

Bitcoin ETF เงินไหลออก 681 ล้านดอลลาร์ หลังสถิติขาขึ้น 3 สัปดาห์สะดุด

ตลอด 3 สัปดาห์ติดต่อกัน เงินจากสถาบันไหลเข้า Spot Bitcoin ETF อย่างต่อเนื่อง แต่เส้นทางสดใสนั้นหยุดลงทันทีในสัปดาห์ที่แล้ว โดย Spot Bitcoin ETF เผชิญยอดเงินไหลออกสุทธิสูงถึง 681 ล้านดอลลาร์

ในช่วงที่มีแรงขายออกมาอย่างหนักนี้ ราคา Spot ของ Bitcoin ได้ร่วงลงไปต่ำกว่า 81,000 ดอลลาร์ชั่วคราว ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาเหนือ 82,000 ดอลลาร์เมื่อมีแรงซื้อเข้ามาช่วยพยุงตลาด

สรุปรายวันของกองทุน Bitcoin

และนี่คือรายละเอียดแรงขายในแต่ละวันของ Spot Bitcoin ETF ทุกแห่งในสหรัฐฯ:

  • วันจันทร์ที่ 5 ต.ค.: สัปดาห์เริ่มต้นอย่างระส่ำระสาย โดยมีเงินไหลออกจากกองทุน Bitcoin ราว 89.90 ล้านดอลลาร์
  • วันอังคารที่ 6 ต.ค.: ตลาดฟื้นตัวขึ้นชั่วคราว ดึงดูดเงินทุนใหม่ไหลเข้า 118.86 ล้านดอลลาร์
  • วันพุธที่ 7 ต.ค.: ตลาดเจอแรงกระแทกหนักที่สุด โดยมีเงินไหลออกสุทธิภายในวันเดียวสูงถึง 487.07 ล้านดอลลาร์
  • วันพฤหัสบดีที่ 8 ต.ค.: แรงขายยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ดึงเงินออกจากกองทุนไปอีก 244.13 ล้านดอลลาร์
  • วันศุกร์ที่ 9 ต.ค.: ตลาดเริ่มทรงตัวได้ในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยกองทุนบันทึกเงินไหลเข้าสุทธิเล็กน้อยที่ 21.13 ล้านดอลลาร์

ผลงานของกองทุน Bitcoin แต่ละแห่ง

แรงขายไม่ได้กระจายเท่ากันในทุกผู้ให้บริการกองทุน และนี่คือผลงานของแต่ละ Bitcoin ETF ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา:

  • Fidelity Wise Origin Bitcoin Fund (FBTC): FBTC เจอยอดเงินไหลออกรายสัปดาห์หนักที่สุดในบรรดา Bitcoin ETF ทั้งหมด โดยนักลงทุนถอนเงินออกไปประมาณ 380.3 ล้านดอลลาร์
  • Ark & 21Shares Bitcoin ETF (ARKB): ARKB เจอเงินไหลออกมากเป็นอันดับสอง โดยสูญเสียเงินทุนไป 207.2 ล้านดอลลาร์ตลอดสัปดาห์
  • Grayscale Bitcoin Trust (GBTC): GBTC บันทึกการไถ่ถอนอย่างต่อเนื่อง โดยเงินไหลออกไป 47.5 ล้านดอลลาร์
  • BlackRock iShares Bitcoin Trust (IBIT): ตรงกันข้ามกับคู่แข่งอย่างสิ้นเชิง กองทุนเรือธงของ BlackRock ยังคงรักษาสถานะเป็นบวก โดยมีเงินไหลเข้าสุทธิ 1 ล้านดอลลาร์

แม้เงิน 1 ล้านดอลลาร์จะดูเป็นจำนวนไม่มากสำหรับ BlackRock แต่มันชี้ให้เห็นแนวโน้มที่น่าสนใจว่า นักลงทุนบางส่วนยังคงต้องการช้อนซื้อเมื่อราคาปรับลดลง ผ่าน BlackRock แม้ว่ากองทุนอื่นจะโดนถอนเงินออกหนักก็ตาม

แรงขาย Ether กลายเป็นประเด็นที่น่ากังวลลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ในขณะที่ Bitcoin มีทั้งวันที่เงินไหลเข้าและไหลออกสลับกันไป แต่ Ether ETF กลับเผชิญแรงขายอย่างหนักหน่วงและต่อเนื่อง โดยกองทุน Spot Ether บันทึกยอดเงินไหลออกสุทธิรวมราว 542 ล้านดอลลาร์ ติดต่อกันตลอด 5 วันทำการ

สิ่งนี้ทำให้สถิติเงินไหลออกของ Ether ยืดออกไปถึง 9 วันทำการติดต่อกัน และนับตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน ยอดถอนเงินสะสมออกจาก Spot Ether ETF รวมแล้วพุ่งสูงถึงเกือบ 697 ล้านดอลลาร์

เงินส่วนใหญ่ที่ไหลออกนี้มาจากผลิตภัณฑ์เดียว นั่นคือ BlackRock’s iShares EthereumETH+0.35% Trust (ETHA)

กองทุน ETHA ของ BlackRock คิดเป็นยอดถอนเงินสูงถึงราว 477 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งคิดเป็นเกือบ 88% ของยอดเงินไหลออกทั้งหมดในหมวด Spot Ether ETF

วันที่ Ether เจอมรสุมเงินไหลออกหนักที่สุด

และนี่คือผลงานในวันทำการสำคัญๆ ของกองทุน Spot Ether:

  • วันอังคารที่ 6 ต.ค.: นักลงทุนถอนเงินออกไป 201.89 ล้านดอลลาร์จาก Ether ETF ภายในวันเดียว
  • วันพุธที่ 7 ต.ค.: แรงขายยังคงดำเนินต่อ โดยมีเงินไหลออกจากกองทุนเพิ่มอีก 160.77 ล้านดอลลาร์
  • วันพฤหัสบดีและวันศุกร์: การไถ่ถอนยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นสัปดาห์โดยไม่มีวันไหนพลิกกลับมาเป็นบวกได้เลย

การลดลงอย่างต่อเนื่องนี้สร้างความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดในตลาด Crypto ETF โดย Bitcoin ยังคงดึงดูดผู้ซื้อได้ในบางวัน ขณะที่ Ether กลับต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อหาอุปสงค์จากสถาบันตลอดทั้งสัปดาห์

สถิติขาขึ้น 14 สัปดาห์ของ Solana ได้สิ้นสุดลงแล้ว

Solana (SOL) เคยเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีผลงานแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผลิตภัณฑ์คริปโตสำหรับสถาบัน อย่างไรก็ตาม แม้แต่ Solana เอง ในที่สุดก็ถูกดึงเข้าไปรับผลกระทบจากการปรับตัวลงของตลาดในภาพรวม

กองทุน Solana ETF บันทึกยอดเงินไหลออกสุทธิ 24.81 ล้านดอลลาร์ในรอบสัปดาห์ ซึ่งเป็นการยุติสถิติเงินไหลเข้าสุทธิบวกต่อเนื่อง 14 สัปดาห์อันน่าประทับใจลงอย่างเป็นทางการ

ทุกวันทำการในสัปดาห์นั้นจบลงด้วยตัวแดงสำหรับกองทุน Solana

กองทุน Bitwise Solana ETF (BSOL) เป็นต้นเหตุของเงินไหลส่วนใหญ่ โดยสูญเสียไปประมาณ 20.9 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นประมาณ 84% ของยอดรวมในกลุ่มนี้

ภายในวันศุกร์ สินทรัพย์รวมภายใต้การบริหาร (AUM) ของ Solana ETF ลดลงเหลือ 1.73 พันล้านดอลลาร์

การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญในวงกว้าง เพราะก่อนหน้านี้ Solana เคยเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่น่าเชื่อถือที่สุดสำหรับเงินทุนสถาบันที่มองหาสินทรัพย์ High-beta อันที่จริง Solana ETF เพิ่งจะแซงหน้าผลิตภัณฑ์ XRP ไปเมื่อเร็วๆ นี้ หลังจากมีเงินไหลเข้าติดต่อกัน 8 วัน ดึงเงินเข้ามาเกือบ 254 ล้านดอลลาร์ และดันสินทรัพย์รวมพุ่งแตะ 1.91 พันล้านดอลลาร์ก่อนจะปรับตัวลดลงในครั้งนี้

การที่เห็น Solana บันทึกยอดเงินไหลออกเป็นลบ แสดงให้เห็นว่าสภาวะทางการเงินที่ตึงตัวขึ้น กำลังส่งผลกระทบแม้กระทั่งต่อกลุ่มอัลต์คอยน์ที่เคยมีความแข็งแกร่งที่สุดก็ตาม

XRP และ NEAR สวนกระแสขาลงของตลาด

ขณะที่ Bitcoin, Ether และ Solana ต่างเผชิญกับการถอนเงินอย่างหนัก แต่ก็ยังมีสินทรัพย์ดิจิทัลบางกลุ่มที่สามารถสวนกระแสและดึงดูดเงินทุนใหม่จากสถาบันเข้ามาได้

กองทุน XRP ETF โดดเด่นขึ้นมาในฐานะจุดที่มีความต้องการซื้อ โดยมีเงินไหลเข้าสุทธิ 11.31 ล้านดอลลาร์ในรอบสัปดาห์:

  • วันอังคารที่ 6 ต.ค.: ผลิตภัณฑ์ XRP มีเงินไหลเข้าสุทธิ 3.14 ล้านดอลลาร์
  • วันพฤหัสบดีที่ 8 ต.ค.: เงินไหลเข้าเร่งตัวขึ้น โดยเพิ่มขึ้นอีก 8.17 ล้านดอลลาร์

กองทุน NEAR ETF ก็แสดงความแข็งแกร่งอย่างน่าสนใจเช่นกัน โดยหมวดกองทุน ETF ที่เพิ่งจัดตั้งใหม่นี้ ดึงดูดเงินไปได้ 13.05 ล้านดอลลาร์ตลอดสัปดาห์ ยังคงเริ่มต้นได้อย่างแข็งแกร่งแม้ตลาดในภาพรวมจะถดถอยก็ตาม

ในทางกลับกัน กองทุนเฉพาะกลุ่มอื่นๆ กลับมีเงินไหลออก:

  • กองทุน Zcash ETF: สูญเสียเงินไป 30.72 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากความตื่นเต้นในช่วงเปิดตัวเริ่มตื่นตัวน้อยลง
  • กองทุน HYPE ETF: จบสัปดาห์ในแดนลบ โดยสูญเสียเงินไป 9.43 ล้านดอลลาร์

ทำความเข้าใจวัฏจักรตลาดและการบริหารความเสี่ยง

สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 9 ตุลาคม สัญญาณการปรับเปลี่ยนสถานะการลงทุนของสถาบันชัดเจนขึ้น เมื่อปัจจัยกดดันทางมหภาค เช่น ราคาน้ำมันดิบที่สูงและผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น ทำให้สภาวะทางการเงินตึงตัว ผู้จัดการสินทรัพย์สถาบันจึงถอยออกมาและลดความเสี่ยงในพอร์ตการถือครองของตนลง

อย่างไรก็ตาม การย่อตัวของตลาดถือเป็นเรื่องปกติของวัฏจักรสินทรัพย์ เงินไหลเข้าเล็กน้อยในกองทุน Bitcoin เมื่อวันศุกร์ รวมถึงความสนใจอย่างต่อเนื่องใน XRP และ NEAR แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อยังไม่ได้หายไปจากตลาดเสียทีเดียว

ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือกองทุนจัดการสินทรัพย์ ไม่ได้เป็นสิ่งการันตีถึงผลลัพธ์ในอนาคต

นักลงทุนควรประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค ปัจจัยความผันผวน และขีดจำกัดความเสี่ยงของตนเองเสมอก่อนตัดสินใจทางการเงิน คุณสามารถติดตามราคา Spot และข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์ได้บนแพลตฟอร์มที่ได้รับใบอนุญาต เช่น bitkub.com/th/market/BTC

แหล่งอ้างอิง:Bitcoin.comBitcoin.com
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news
icon BTC

ดราม่าชิปเถื่อน Ledger: ถือ Bitcoin ผ่าน ETF ปลอดภัยกว่าวอลเล็ตจริงไหม?

การตรวจพบชิปเถื่อนแอบฝังในฮาร์ดแวร์วอลเล็ต Ledger ได้จุดชนวนข้อถกเถียงระลอกใหม่ ระหว่างการถือคีย์ด้วยตัวเองกับการลงทุนผ่าน Bitcoin ETF

12 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTC|
12 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTC

ถ้าโลกใช้มาตรฐานบิตคอยน์ เศรษฐกิจจะโตช้าลงจริงไหม?

Willy Woo นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดัง ออกมาอธิบายว่า ทำไมสกุลเงินที่มีจำกัดอย่างบิตคอยน์อาจทำให้เศรษฐกิจโตช้าลง แต่ในระยะยาวกลับช่วยลดฟองสบู่ทางการเงินได้ดีกว่า

12 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTC|
12 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTCicon ETH

Bitmine ช้อน ETH เพิ่มอีก 32 ล้านดอลลาร์ เข้าใกล้เป้าหมายถือครอง 5% ของซัพพลายทั้งหมด

Bitmine กว้านซื้อ Ethereum เพิ่มอีก 12,532 ETH เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้ถือครอง ETH รวมคิดเป็น 4.9% ของซัพพลายทั้งหมด ด้านประธานบริษัท Tom Lee เผยใกล้จบภารกิจเก็บของแล้ว

12 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon ETH|
12 ต.ค. 69 | AI Generated