ข่าว
icon BTC

Hashrate ของ Bitcoin ฟื้นตัวแรง! นักขุดเดินเครื่องเต็มกำลัง

ผู้เขียน : AI Generated22 ต.ค. 69อ่าน : 4U.TodayU.Today
AI Generated
22 ต.ค. 69อ่าน : 4U.Today
Hashrate ของ Bitcoin ฟื้นตัวแรง! นักขุดเดินเครื่องเต็มกำลัง

กำลังการประมวลผล BitcoinBTC-2.91% ฟื้นตัวแล้ว หลังซบเซาช่วงต้นปี 2026

กำลังการประมวลผลที่ช่วยดูแลความปลอดภัยของเครือข่าย Bitcoin ได้ฟื้นตัวกลับมาจากที่เคยร่วงลงไปในครึ่งปีแรกเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2026 ชี้ว่าพลังการประมวลผลของเครือข่ายกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

ข้อมูล On-chain ล่าสุดจาก CryptoQuant ระบุว่า True Hashrate ของ Bitcoin พุ่งกลับขึ้นมาแตะ 1,000 Exahashes ต่อวินาที (EH/s) หรือเท่ากับ 1 Zettahash ต่อวินาที (ZH/s) ซึ่งค่านี้ใช้วัดพลังการสุ่มคำนวณรวมของเครื่องขุดทั่วโลก

การฟื้นตัวครั้งใหญ่ส่งผลให้กิจกรรมบนเครือข่ายใกล้เคียงกับจุดสูงสุดเมื่อช่วงปลายปี 2025 สะท้อนว่าแม้ตลาดจะเปลี่ยนแปลงไป แต่เหล่านักขุดยังคงนำเครื่องรุ่นใหม่มาติดตั้งและเดินเครื่องลุยต่อ

ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัล มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต คุณสามารถตรวจสอบข้อมูลตลาดปัจจุบันได้ตลอดเวลาที่ bitkub.com/th/market/BTC

Hashrate คืออะไร และทำไมถึงสำคัญกับนักลงทุนทั่วไป

ถ้าคุณเพิ่งเข้าวงการคริปโต ลองจินตนาการว่า Hashrate คือขนาดของกองทัพที่คอยเฝ้าตู้เซฟดิจิทัล ในทุกๆ วินาที เครื่องคอมพิวเตอร์เฉพาะทางนับล้านเครื่องทั่วโลกจะแข่งกันแก้โจทย์คณิตศาสตร์เพื่อสร้างบล็อกใหม่และปกป้องธุรกรรมที่ผ่านมา

เมื่อ Hashrate รวมเพิ่มขึ้น ก็หมายความว่ามีพลังการประมวลผลเข้ามาช่วยปกป้องเครือข่ายมากขึ้น ทำให้บล็อกเชนปลอดภัยยิ่งขึ้น และยากที่ผู้ไม่หวังดีจะเข้ามาโจมตีหรือแก้ไขข้อมูลได้

Ki Young Ju ผู้ก่อตั้ง CryptoQuant ได้แชร์มุมมองถึงปรากฏการณ์นี้เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2026 โดยระบุว่ากำลังการประมวลผลของ Bitcoin เข้าสู่ช่วงเติบโตอย่างมั่นคงอีกครั้ง เพราะเหมืองขุดระดับอุตสาหกรรมกำลังเดินเครื่องแบบเต็มกำลัง

Hashrate ของ Bitcoin กลับมาอยู่ในเทรนด์ขาขึ้นอีกครั้ง โดยเหล่านักขุดเดินเครื่องแบบเต็มกำลัง

Ju เน้นย้ำว่าวัฏจักรรอบนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม การขุดไม่ได้เป็นเพียงงานอดิเรกหรือการลงทุนเสี่ยงโชคในยุคแรกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นอุตสาหกรรมหนักที่มีบริษัททุนหนาเข้ามาครอบครอง

ความยากในการขุดพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 140.58 T

เมื่อมีพลังการประมวลผลเข้ามาเพิ่มขึ้น เครือข่าย Bitcoin จะปรับกติกาภายในโดยอัตโนมัติให้การสร้างบล็อกยากขึ้น กลไกนี้มีไว้เพื่อควบคุมให้บล็อกใหม่ถูกสร้างขึ้นทุกๆ 10 นาทีโดยประมาณ ไม่ว่าจะเปิดเครื่องขุดมากแค่ไหนก็ตาม

และเพราะพลังการประมวลผลรวมพุ่งขึ้นอย่างมาก ความยากในการขุด Bitcoin จึงพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 140.58 T การปรับตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันในโลกการขุดช่วงปลายปี 2026 นั้นดุเดือดขนาดไหน

ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดสถิติใหม่นี้ มาจากการปรับความยากทุกๆ 2 สัปดาห์เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2026 ซึ่งวันนั้นความยากพุ่งขึ้นถึง 5.92% ถือเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของปีเลยทีเดียว

สำหรับการปรับความยากรอบถัดไปช่วงปลายเดือนตุลาคม 2026 นักวิเคราะห์คาดว่าความยากอาจจะปรับขึ้นอีก 4% ถึง 6% ซึ่งจะยิ่งทำให้การค้นหาบล็อกใหม่ต้องใช้ทรัพยากรสูงขึ้นไปอีก

วอลสตรีทและบริษัทจดทะเบียนเข้ายึดพื้นที่การขุด

แล้วใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของพลังการประมวลผลมหาศาลเหล่านี้? ภาพรวมในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปสู่บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นหลักแล้ว

บริษัทขุดเหมืองที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ถือครองพลัง Hashrate ของ Bitcoin ทั่วโลกรวมกันถึง 35% ถึง 40% นั่นหมายความว่าเกือบครึ่งหนึ่งของกำลังการประมวลผลทั้งเครือข่ายมาจากเหมืองขุดขององค์กรที่มีการกำกับดูแล

ผู้ให้บริการรายใหญ่เหล่านี้มีความได้เปรียบเหนือนักขุดรายย่อยอย่างชัดเจน เพราะได้รับเงินทุนหมุนเวียน วงเงินสินเชื่อ และการร่วมทุนจากสถาบันการเงินดั้งเดิม (TradFi)

Ki Young Ju ชี้ว่า การที่ภาคการเงินวอลสตรีทเข้ามามีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้ง ช่วยเสริมให้ปัจจัยพื้นฐานของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์เก็บรักษามูลค่าแข็งแกร่งยิ่งขึ้น แม้ว่าจะยังมีความเสี่ยงของตลาดในระยะสั้นอยู่ก็ตาม

Hashrate ที่สูงขึ้นหมายถึงความปลอดภัยที่แข็งแกร่งขึ้นและปัจจัยพื้นฐานในฐานะสินทรัพย์เก็บรักษามูลค่าที่ดีขึ้น บริษัทขุดในตลาดหุ้นได้รับการหนุนหลังโดยยักษ์ใหญ่ TradFi ในมุมมองของผม นี่คือสัญญาณเชิงบวกทางอ้อมจากนักลงทุนสถาบัน

สูตรทำกำไร: ค่าไฟและประสิทธิภาพของเครื่องขุด

ถึงแม้พลังการประมวลผลรวมจะพุ่งสูงขึ้น แต่การขุดก็ไม่ใช่ธุรกิจที่การันตีกำไรสำหรับทุกคน เพราะนี่คือธุรกิจที่มีส่วนต่างกำไรบางเฉียบ ซึ่งความมีประสิทธิภาพคือตัวตัดสินการอยู่รอด

ด้วยราคาตลาดของ Bitcoin ที่แกว่งตัวอยู่ในช่วง 80,000 ถึง 83,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2026 รายได้ประเมินรายวันต่อหน่วยกำลังการประมวลผล หรือที่เรียกกันว่า Hashprice อยู่ที่ประมาณ 37 ดอลลาร์ต่อ Petahash (PH) ต่อวัน

ด้วยตัวเลขระดับนี้ มีเพียงผู้ประกอบการที่มีประสิทธิภาพสูงเท่านั้นที่จะทำกำไรได้ เงื่อนไขทางคณิตศาสตร์ของเครือข่ายบีบให้ต้องมีสภาพแวดล้อมด้านอุปกรณ์และพลังงานเฉพาะตัว:

  • เครื่องขุด ASIC ตัวท็อป: นักขุดต้องใช้อุปกรณ์ระดับเรือธงที่มีอัตราการประหยัดพลังงานระหว่าง 9 ถึง 12 Joules ต่อ Terahash (J/TH)
  • สัญญาไฟราคาถูก: ผู้ประกอบการต้องได้สัญญาค่าไฟต่ำกว่า 0.08 ถึง 0.10 ดอลลาร์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) เท่านั้น
  • ขนาดและการบริหารจัดการ: เหมืองต้องเปิดเครื่องขุดพร้อมกันหลายพันเครื่องเพื่อถั่วเฉลี่ยต้นทุนคงที่

เหมืองขุดที่ยังใช้เครื่องรุ่นเก่าซึ่งกินไฟและจ่ายค่าไฟแพงจะไม่สามารถหาเงินมาจ่ายค่าไฟได้ที่ระดับ Hashprice ปัจจุบัน ส่งผลให้เครื่องขุดที่ไม่คุ้มทุนเหล่านั้นต้องถูกปิดและถอดปลั๊กออกไปโดยปริยาย

การหันมาทำ AI และสัญญาพันธมิตรช่วยสร้างเกราะป้องกันทางการเงิน

ในวัฏจักรตลาดรอบก่อนๆ เหมืองขุดขนาดใหญ่มักจะเปราะบางมากต่อการร่วงลงของราคา Spot ในระยะสั้น หากราคา Bitcoin ร่วงโดยไม่ทันตั้งตัว นักขุดมักถูกบังคับให้เทขายเหรียญออกมาเพื่อจ่ายค่าไฟ ซึ่งยิ่งซ้ำเติมให้เกิดแรงเทขายหนักกว่าเดิม

แต่กลไกนี้เปลี่ยนไปอย่างมากในปี 2026 เหมืองขุดรายใหญ่ในตลาดหุ้นได้สร้างเกราะป้องกันความผันผวนของตลาดระยะสั้นไว้แล้ว

อย่างแรก ผู้ประกอบการหลายรายได้ทำสัญญารับเงินทุนระยะยาวกับนักลงทุนสถาบัน อย่างที่สอง เหมืองขุดระดับอุตสาหกรรมจำนวนมากได้เจียดกำลังเครื่องเซิร์ฟเวอร์บางส่วนไปรองรับงานประมวลผล AI (Artificial Intelligence)

การปล่อยเช่าโครงสร้างพื้นฐานดาต้าที่มีประสิทธิภาพสูงให้บริษัทวิจัย AI ช่วยให้นักขุดสร้างกระแสเงินสดในรูปแบบเงินเฟียตได้อย่างสม่ำเสมอ รายได้ส่วนนี้เปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถถือ Bitcoin สำรองไว้ได้ โดยไม่ต้องรีบเทขายฉุกเฉินยามราคาตก

เหตุการณ์ Halving เมษายน 2028 และความเสี่ยงสำคัญในตลาดที่ต้องจับตา

หากดูตามปฏิทิน เหตุการณ์ Bitcoin Halving ครั้งถัดไปมีกำหนดจะเกิดขึ้นช่วงเมษายน 2028 จากช่วงปลายปี 2026 ซึ่งยังมีเวลาเหลืออีกกว่า 18 เดือน เหมืองขุดรายใหญ่จึงยังมีเวลาในการขยายกิจการและอัปเกรดเครื่องขุด

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางอุตสาหกรรมนี้พึ่งพาความเสถียรของสภาวะตลาดเป็นอย่างมาก แม้ว่าราคาในปัจจุบันที่อยู่เหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์จะช่วยให้เหมืองระดับท็อปยังมีกำไร แต่ตลาดคริปโตก็ยังคงมีความผันผวนสูงตามธรรมชาติ

หากเกิดการปรับฐานราคาครั้งใหญ่ อัตรากำไรที่ลดลงจะกลายเป็นบททดสอบแม้กระทั่งสำหรับผู้เล่นรายใหญ่ที่สุด หากรายได้ลดลงจนต่ำกว่าต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าบำรุงรักษา แม้แต่เหมืองขุดระดับสถาบันก็อาจเผชิญแรงกดดันในการดำเนินงาน หรืออาจต้องลดกำลังการผลิตลง

นักลงทุนควรจำไว้ว่า Hashrate ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงความปลอดภัยของเครือข่ายและการเข้ามามีส่วนร่วมของสถาบัน แต่ไม่ได้การันตีว่าราคาจะปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โปรดประเมินระดับความเสี่ยงที่รับได้ของตนเองและศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนเข้าลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

แหล่งอ้างอิง:U.TodayU.Today
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news

SoFi ให้ดอกเบี้ยดอลลาร์ดิจิทัล 4.40% พร้อมความคุ้มครองจาก FDIC

SoFi เปิดตัว SoFi Earn (SOFIE) เงินฝากธนาคารในรูปแบบโทเคน รับดอกเบี้ย 4.40% ต่อปี พร้อมประกันเงินฝาก FDIC ช่วยให้นักลงทุนคริปโตสร้างผลตอบแทนจากเงินสดที่จอดอยู่เฉยๆ ได้

22 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
22 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTCicon ETHicon SOL

สเตเบิลคอยน์สู่กระแสหลัก: จุดเปลี่ยนการชำระเงินขององค์กรปี 2026

การนำสเตเบิลคอยน์และเงินฝากโทเคนมาใช้ในภาคองค์กรพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวในปี 2026 เมื่อสถาบันการเงินและบริษัทต่างๆ เริ่มขยับจากการทดลองเบื้องต้นมาสู่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

22 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon ETHicon SOL|
22 ต.ค. 69 | AI Generated
news

Fireblocks สยบลือ! ปฏิเสธข่าว Visa ทุ่ม 2.5 พันล้านดอลลาร์ขอซื้อกิจการ

Fireblocks ออกมาปฏิเสธข่าวลือเรื่อง Visa เตรียมทุ่มเงิน 2.5 พันล้านดอลลาร์เข้าซื้อกิจการ โดยยืนยันว่ารายงานดังกล่าวไม่เป็นความจริงในขณะนี้

22 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
22 ต.ค. 69 | AI Generated