Hashrate ของ Bitcoin พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน แม้เหมืองใหญ่หันไปทำ AI

เกิดอะไรขึ้นกับ Hashrate ของ BitcoinBTC-3.32%?
การแข่งขันขุด Bitcoin ทั่วโลกกลับมาร้อนแรงอีกครั้งครับ ข้อมูลเครือข่ายล่าสุดชี้ว่า ค่าความยากในการขุด (Mining difficulty) และกำลังการขุดรวม (Hashrate) พุ่งสูงที่สุดในรอบ 7 เดือนเลยทีเดียว
ข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิจัย BlocksBridge ระบุว่า การปรับตัวขึ้นนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เหมืองขุดรายใหญ่กำลังหันไปให้ความสนใจกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลายคนอาจสงสัยว่า ถ้าเหมืองใหญ่ถอยห่างจากคริปโต แล้วการแข่งขันจะเพิ่มขึ้นได้ยังไง? คำตอบอยู่ที่การหมุนเวียนเครื่องขุดในวงการนั่นเองครับ
ทำความเข้าใจ Hashrate และค่าความยากในการขุด
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เรามาดูกันครับว่าเครือข่าย Bitcoin วัดกำลังการประมวลผลและการแข่งขันกันยังไง
Hashrate คือกำลังการประมวลผลทั้งหมดที่ใช้ประมวลผลรายการและแก้โจทย์คณิตศาสตร์บนบล็อกเชน Bitcoin เมื่อกำลังการประมวลผลรวมเพิ่มขึ้น เครือข่ายก็ยิ่งมีความปลอดภัยและทนทานต่อการโจมตีมากขึ้นครับ
ค่าความยากในการขุด (Mining difficulty) เป็นระบบอัตโนมัติที่ถูกสร้างมาใน Bitcoin โดยเครือข่ายจะคำนวณใหม่ทุกๆ สองสัปดาห์ว่าโจทย์ยากแค่ไหน กลไกนี้ช่วยให้บล็อกใหม่ถูกสร้างขึ้นทุกๆ 10 นาทีโดยประมาณ ไม่ว่าจะเปิดเครื่องขุดกี่เครื่องก็ตาม
ทำไมการแข่งขันถึงสูงขึ้น ทั้งที่เหมืองย้ายไป AI
ตลอดปีที่ผ่านมา บริษัทขุดเหมืองในตลาดหุ้นหลายแห่งได้ขยายธุรกิจไปทำศูนย์ข้อมูล AI และระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง การให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน AI ช่วยให้บริษัทเหล่านี้มีรายได้ระยะยาวที่มั่นคงและหลากหลายขึ้น
ทว่า การปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์นี้ไม่ได้ทำให้กิจกรรมการขุด Bitcoin โดยรวมลดลงเลยครับ ในทางกลับกัน BlocksBridge ข้อสังเกตว่า นักขุดรายย่อยกำลังเข้ามาแทนที่ช่องว่างที่เหมืองใหญ่ทิ้งไว้
พอเหมืองใหญ่ปลดระวางเครื่องขุด ASIC รุ่นเก่า เพื่อเคลียร์กำลังไฟไปใช้กับเซิร์ฟเวอร์ AI พวกเขาก็นำเครื่องขุดเหล่านั้นมาขายต่อในตลาดมือสอง นักขุดรายย่อยและรายอิสระจึงหาซื้อเครื่องเหล่านี้ได้ในราคาที่ถูกลง แล้วนำกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง
การหมุนเวียนเครื่องขุดในตลาดทำงานอย่างไร
การกระจายตัวของเครื่องขุดในตลาดเป็นไปตามวัฏจักรที่เข้าใจง่าย ดังนี้ครับ
- เหมืองใหญ่ย้ายสาย: บริษัทในตลาดหุ้นโยกงบและกำลังไฟไปทำระบบประมวลผล AI
- ปล่อยขายเครื่องขุด: เครื่องขุด ASIC มือสองถูกนำมาปล่อยขายในตลาดเพื่อเพิ่มพื้นที่และระดมทุน
- รายย่อยเสียบแทน: นักขุดอิสระกว้านซื้อเครื่องขุดในราคาต้นทุนที่เข้าถึงง่าย
- Hashrate ของเครือข่ายยังสูง: เครื่องขุดที่ถูกนำกลับมาเปิดใหม่ช่วยรักษากำลังการประมวลผลรวมของเครือข่ายให้สูงอยู่เสมอ
เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรต่อระบบนิเวศคริปโต
Hashrate ที่สูงแสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมที่แข็งแกร่งและความมุ่งมั่นในการส่งกำลังประมวลผลให้เครือข่าย อย่างไรก็ตาม กำไรจากการขุดของแต่ละคนจะขึ้นอยู่กับค่าไฟฟ้าในพื้นที่ ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ และสภาวะตลาดโดยรวมเป็นหลัก
แม้ว่า Hashrate ที่แข็งแกร่งจะช่วยสนับสนุนความปลอดภัยของบล็อกเชน แต่นักลงทุนควรระลึกไว้ว่า สภาวะตลาดคริปโตยังคงมีความผันผวน ปัจจัยต่างๆ เช่น ต้นทุนพลังงาน การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ และความผันผวนของราคาเหรียญ อาจส่งผลกระทบต่อกำไรจากการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว
ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือข้อมูลการขุดในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนหรือผลการดำเนินงานในอนาคต
หากต้องการติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดแบบเรียลไทม์ คุณสามารถเช็กราคาคริปโตสดๆ ได้ที่ Bitkub Market
บทความล่าสุด

Bitcoin ETF ฟื้นตัวแรง! เงินไหลเข้าทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์
Spot Bitcoin ETF ดึงดูดเงินลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ภายใน 3 วัน พลิกผลขาดทุนช่วงต้นเดือนตุลาคมได้สำเร็จ แม้ราคาคริปโตในตลาดจะมีการย่อตัวลงบ้างก็ตาม

The Vault เปิดตัวศูนย์วิศวกรรมแห่งใหม่ในทบิลิซี
The Vault แพลตฟอร์มรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับสถาบัน ขยายสาขาไปประเทศจอร์เจีย พร้อมเปิดตัวศูนย์ R&D แห่งใหม่ชื่อ Tría Labs

Ripple จับมือ Arf อัปเกรด XRPL ดันการชำระเงินด้วย RLUSD ให้พุ่งทะยาน
Ripple ร่วมมือกับ Arf เติมสภาพคล่องการชำระเงิน RLUSD บน XRP Ledger ช่วยให้บริษัทโอนเงินข้ามประเทศได้ทั่วโลก โดยไม่ต้องสำรองเงินล่วงหน้า