เจาะลึก
icon BTC

ทำไม Bitcoin ยังยืนเหนือ $77,000 ได้ ท่ามกลางมรสุมตลาดโลก

ผู้เขียน : AI Generated01 พ.ย. 69อ่าน : 16CryptoPotatoCryptoPotato
AI Generated
01 พ.ย. 69อ่าน : 16CryptoPotato
ทำไม Bitcoin ยังยืนเหนือ $77,000 ได้ ท่ามกลางมรสุมตลาดโลก

Bitcoin ยังยืนหยัดได้ ท่ามกลางมรสุมตลาดโลก

เคยเห็นพายุลูกใหญ่ถล่ม แล้วสงสัยไหมครับว่าทำไมต้นไม้บางต้นยังยืนต้นได้อย่างมั่นคง ในขณะที่สิ่งรอบข้างโดนลมพัดกระจัดกระจาย? นั่นแหละครับคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในโลกการเงินตอนนี้เลย ในช่วงเดือนที่ผ่านมา มีปัจจัยท้าทายหลายอย่างประดังเข้ามาใส่เข็มทิศนักลงทุนทั่วโลกพร้อมๆ กัน

ตั้งแต่หุ้นเทคโนโลยีที่ดิ่งลงทั้งในนิวยอร์กและเซี่ยงไฮ้ ไปจนถึงตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังค้างสูง และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้น นักลงทุนจึงมีเหตุผลมากมายที่จะต้องระมัดระวัง ยิ่งไปกว่านั้น วงการคริปโตยังเจอช็อกรอบใหญ่จากเหตุการณ์ความปลอดภัยครั้งใหญ่ ซึ่งในสภาวะปกติ ข่าวร้ายรัวๆ แบบนี้คงกดดันให้สินทรัพย์เสี่ยงสูงดิ่งลงลึกไปแล้ว

ทว่า Bitcoin (BTCBTC+0.25%) กลับยังยืนเทรดอยู่อย่างแข็งแกร่งในช่วง $77,000 ถึง $78,000 แม้ว่าเดือนตุลาคมที่ผ่านมาจะไม่ได้ราบรื่นเลย โดย BTC ปิดเดือนด้วยการปรับตัวลดลงมากกว่า 7% แต่การที่ยังทรงตัวได้ใกล้ระดับปลาย $70,000 ทำให้ผู้สังเกตการณ์หลายคนตั้งคำถามว่า ทำไม Bitcoin ถึงไม่ดิ่งลงหนักกว่านี้?

ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ตลาดคริปโทเคอร์เรนซียังมีความผันผวนสูง และราคาอาจผันผวนอย่างรวดเร็วตามสภาวะตลาดโลก คุณสามารถตรวจสอบข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์ได้ที่ Bitkub Market

แรงเทขายในตลาดหุ้นโลก: หุ้นเทคโนโลยีถูกถล่มหนัก

การจะเข้าใจว่าทำไมเสถียรภาพราคาของ Bitcoin ในช่วงนี้ถึงน่าจับตา เราต้องไปดูสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดการเงินดั้งเดิมกันก่อนครับ เมื่อเร็วๆ นี้ แรงเทขายพุ่งสูงขึ้นอย่างหนักทั่ววอลล์สตรีท โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้รับผลกระทบหนักที่สุด

ดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยี ปรับตัวลงเกือบ 3% ภายในวันศุกร์เดียว ซึ่งเป็นการร่วงลงในวันเดียวที่แรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน หากมองภาพรวม ดัชนีปิดต่ำกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมเกือบ 8%

กระแส AI เจอกระแทกด้วยความจริงเรื่องกำไร

ทำไมหุ้นเทคโนโลยีถึงย่อตัวลงแรงขนาดนี้? สาเหตุสำคัญมาจากเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) ครับ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์ไปกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI แต่นักลงทุนเริ่มกังวลว่า เงินลงทุนมหาศาลเหล่านั้นอาจไม่ได้สร้างผลตอบแทนทางการเงินที่แข็งแกร่งได้เร็วอย่างที่คิด

ความกังขาที่เพิ่มขึ้นนี้ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มชิปและเซมิคอนดักเตอร์หลักๆ ย่อตัวลงอย่างเห็นได้ชัด:

  • Intel ดิ่งลงเป็นเปอร์เซ็นต์ถึงสองหลักภายในวันทำการเดียว
  • AMD ก็ร่วงลงสองหลักเช่นกัน เนื่องจากเทรดเดอร์ประเมินมูลค่าหุ้นเทคใหม่
  • หุ้นวอลุ่มใหญ่ที่เป็นแกนหลักของดัชนี ได้ฉุดรั้งบรรยากาศการลงทุนในภาพรวมทั่วตลาดวอลล์สตรีท

มรสุมข้ามแปซิฟิก: ตลาดหุ้นจีนร่วงหนัก

ความย่ำแย่ของตลาดหุ้นไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ฝั่งตลาดการเงินจีนก็ปรับตัวลดลงลึกยิ่งกว่า จนเกิดเป็นสภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) พร้อมกันทั่วโลก

และนี่คือผลงานของตลาดหุ้นจีนในช่วงเวลาดังกล่าวครับ:

  • ดัชนี CSI 300 ซึ่งติดตามหุ้นชั้นนำในเซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น ลดลง 1.4% ในวันศุกร์
  • ดัชนี CSI 300 ปิดเดือนตุลาคมด้วยการปรับตัวลดลงสูงถึง 8.5% ซึ่งถือเป็นการร่วงลงรายเดือนที่ใหญ่ที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ
  • ดัชนีร่วงลงมาแล้วราว 15% ตลอดการลดลงติดต่อกัน 12 สัปดาห์
  • หุ้นเทคโนโลยีในจีนได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยดัชนี STAR50 ดิ่งลง 5.5% ในวันเดียว

โดยทั่วไปแล้ว เมื่อตลาดหุ้นโลกทั้งในสหรัฐฯ และเอเชียร่วงพร้อมกัน Bitcoin มักจะเผชิญแรงกดดันขาลงตามไปด้วย เนื่องจากสถาบันการเงินมักมองว่าคริปโตเป็นสินทรัพย์เสี่ยงสูง การที่ตลาดหุ้นร่วงหนักจึงมักนำไปสู่แรงเทขายเป็นวงกว้างในตลาดคริปโต

เงินเฟ้อขยับขึ้น ท่าทีถัดไปของ Fed ที่น่าจับตา

นอกเหนือจากการย่อตัวของตลาดหุ้นแล้ว สัญญาณเศรษฐกิจมหภาคจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังเพิ่มความกดดันอีกชั้นหนึ่งด้วย เพราะเมื่อธนาคารกลางปรับขึ้นดอกเบี้ย ต้นทุนการกู้ยืมจะสูงขึ้น ซึ่งอาจลดสภาพคล่องโดยรวมในตลาดลง

แม้ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดกลับออกมาสาดความร้อนแรงเกินคาด ซึ่งชี้ว่าเงินเฟ้อไม่ได้ชะลอตัวลงเร็วอย่างที่ผู้กำหนดนโยบายต้องการ

ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องจับตา

รายงานทางเศรษฐกิจสำคัญ 2 ฉบับส่งผลให้ความคาดหวังของนักลงทุนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว:

  1. การเติบโต GDP สหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง: ผลิตภัณฑ์รวมในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ ขยายตัวที่ระดับ 3.4% ต่อปีในไตรมาสที่สาม แสดงถึงแรงส่งทางเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง
  2. เงินเฟ้อ PCE พุ่งขึ้น: ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE)—ซึ่งเป็นตัววัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ—ปรับตัวขึ้นเป็น 3.6% ในเดือนกันยายน จาก 3.4% ในเดือนสิงหาคม

เมื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจยังแข็งแกร่งและเงินเฟ้อขยับขึ้น ตลาดจึงคาดการณ์ว่าอาจมีการคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติม โดยรายงานจาก Reuters ระบุว่า ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเริ่มสะท้อนโอกาสราว 80% ที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธันวาคม ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมักสร้างสภาวะที่ยากลำบากต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin เนื่องจากผลตอบแทนเงินสดดูมีความน่าสนใจมากขึ้น

ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้นในตะวันออกกลาง

เหมือนแค่ตลาดหุ้นย่อตัวและความกังวลเรื่องดอกเบี้ยยังไม่พอ ปัจจัยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ก็ทวีความรุนแรงขึ้นในเวลาเดียวกัน ตลาดการเงินโลกไม่ชอบความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ เพราะความขัดแย้งในภูมิภาคอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและดันราคาพลังงานให้สูงขึ้นได้

รายงานหลายฉบับในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เกี่ยวกับแผนการกลับมาโจมตีทางทหารต่ออิหร่านอย่างเร็วที่สุดในสัปดาห์หน้า

รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ดังกล่าว ได้แก่:

  • ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เตือนหลายครั้งว่า การโจมตีทางทหารอาจดำเนินต่อไปทันทีหลังการเลือกตั้งกลางเทอมสิ้นสุดลงในวันอังคาร
  • มีรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เตือนกลุ่มประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซียให้เตรียมพร้อมรับมือกับปฏิบัติการทางทหารที่สั้นแต่รุนแรงหลังวันที่ 3 พฤศจิกายน
  • ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้น มักกระตุ้นให้นักลงทุนย้ายเงินทุนไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัยดั้งเดิม เช่น เงินสด หรือสินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองคำ

ข่าวแฮก Binance มูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์

นอกเหนือจากมรสุมเศรษฐกิจมหภาคระดับโลกแล้ว ระบบนิเวศคริปโตยังได้รับแรงกระแทกโดยตรงอีกด้วย เมื่อมีรายงานยืนยันว่า Binance ศูนย์ซื้อขายคริปโตรายใหญ่ ประสบเหตุละเมิดความปลอดภัยและการแฮกมูลค่าสูงถึง 6.3 พันล้านดอลลาร์

ความเสียหายด้านความปลอดภัยระดับนี้สร้างความตื่นตระหนกในตลาดทันที ข่าวร้ายดังกล่าวส่งผลให้ Bitcoin ดิ่งลงอย่างรวดเร็วไปทำจุดต่ำสุดของรอบที่ $76,100 ในวันศุกร์

อย่างไรก็ตาม Bitcoin แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรองรับแรงขายได้อย่างน่าทึ่ง หลังจากแตะระดับ $76,100 ได้ไม่นาน BTC สามารถดีดตัวกลับขึ้นมาได้เกือบ $2,000 ไต่กลับขึ้นมาอยู่ในช่วง $77,000 ถึง $78,000 ทั้งนี้ เทรดเดอร์ควรสังเกตว่าการดีดตัวของราคาในระยะสั้นอาจมีความไม่แน่นอน และความผันผวนของราคายังคงเป็นปัจจัยสำคัญในช่วงที่ตลาดมีความกดดัน

วิเคราะห์ความแข็งแกร่งของราคา Bitcoin: ฉากทัศน์ในอนาคต

เมื่อนำจิ๊กซอว์ทั้งหมดมารวมกัน—ทั้งการปรับตัวลง 7% ของ BTC ในเดือนตุลาคม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และจีนที่ร่วงหนัก โอกาส 80% ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และข่าวแฮกกระดานเทรด 6.3 พันล้านดอลลาร์—การที่ Bitcoin ยังยืนเหนือ $77,000 ได้ จึงเป็นผลลัพธ์ที่น่าทึ่งมากครับ

ทำไม BTC ถึงไม่ดิ่งลงแรงกว่านี้? นักวิเคราะห์มองว่า การยอมรับจากสถาบัน อุปสงค์ใน Spot ETF และความเชื่อมั่นของผู้ถือยาว อาจเป็นฐานรับที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ทิศทางถัดไปของ Bitcoin จะขึ้นอยู่กับว่าตัวแปรระดับเศรษฐกิจมหภาคเหล่านี้จะดำเนินไปอย่างไร

ฉากทัศน์ตลาดที่น่าจับตามอง

และนี่คือ 3 ฉากทัศน์สำคัญที่อาจกำหนดทิศทางราคาของ Bitcoin ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า:

ฉากทัศน์ที่ 1: การฟื้นตัวแบบกระทิง (มีเงื่อนไข) หากตลาดหุ้นโลกเริ่มทรงตัว ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ผ่อนคลายลง และ Fed ตัดสินใจไม่ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม Bitcoin ก็อาจสร้างแรงส่งเพื่อขึ้นไปทดสอบแนวต้านเดิมที่เหนือ $80,000 ได้ โดยฉากทัศน์นี้ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องของ ETF ที่ต่อเนื่องและบรรยากาศตลาดโดยรวมที่ปรับตัวดีขึ้น

ฉากทัศน์ที่ 2: การปรับฐานแบบหมี (มีเงื่อนไข) หาก Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธันวาคม เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นอีก และความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น สภาพคล่องโดยรวมในตลาดอาจหดตัว ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ Bitcoin อาจเผชิญแรงเทขายอีกครั้ง และมีโอกาสลงไปทดสอบแนวรับด้านล่างที่ต่ำกว่า $75,000 ได้

ฉากทัศน์ที่ 3: การแกว่งตัวออกข้าง (มีเงื่อนไข) หากสัญญาณเศรษฐกิจมหภาคยังคงคลุมเครือ Bitcoin อาจเคลื่อนไหวออกข้างอยู่ในช่วง $75,000 ถึง $79,000 ต่อไป ในขณะที่ผู้เล่นในตลาดกำลังรอความชัดเจนด้านนโยบายจากธนาคารกลาง

สรุปส่งท้ายสำหรับนักลงทุนคริปโต

การลงทุนในตลาดคริปโตจำเป็นต้องประเมินทั้งเหตุการณ์เฉพาะในวงการคริปโตและแนวโน้มเศรษฐกิจโลกควบคู่กันไป เดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้ส่งมรสุมหลายด้านมารวมกัน ทั้งตลาดหุ้นร่วง เงินเฟ้อค้างสูง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของกระดานเทรดรายใหญ่

แม้จะมีความท้าทายเหล่านี้ การที่ Bitcoin ยังสามารถเทรดอยู่ในช่วง $77,000 ถึง $78,000 แสดงให้เห็นว่าตลาดมีแนวรับเชิงโครงสร้างที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง และเมื่อสถานการณ์โลกดำเนินต่อไปในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม การติดตามข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคอย่างใกล้ชิดยังคงเป็นสิ่งสำคัญในการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

แหล่งอ้างอิง:CryptoPotatoCryptoPotato
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news
icon SOL

ทำไมราคา Solana ถึงติดหล่มต่ำกว่า $100? เจาะลึก 3 ปัจจัยสำคัญ

Solana เผชิญแรงขายต่อเนื่องใต้ระดับ $100 หลังพบวาฬโอนเหรียญเข้ากระดานเทรดกว่า $149 ล้านดอลลาร์ ประกอบกับเงินไหลออกจาก Spot ETF ทุบสถิติ และสัญญาณทางเทคนิคที่ยังคงอ่อนแอ

02 พ.ย. 69
AI Generated
0
icon source
icon SOL|
02 พ.ย. 69 | AI Generated
news
icon BTCicon XRP

ทำไม XRP อาจต้องถอยหนึ่งก้าวเมื่อเทียบกับ Bitcoin ก่อนจะพุ่งขึ้นรอบใหม่

นักวิเคราะห์ ChartNerd ชี้ว่า XRP อาจลงไปทดสอบโซนอุปสงค์ในอดีตเมื่อเทียบกับ Bitcoin ก่อนที่จะเริ่มการพุ่งขึ้นครั้งใหญ่รอบใหม่ นี่คือบทวิเคราะห์ฉบับเต็ม

02 พ.ย. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon XRP|
02 พ.ย. 69 | AI Generated