Mastercard จับมือ BVNK เปิดตัว Global Money Platform เชื่อมโลกการเงินเดิมกับคริปโต

รวมเงินสดและคริปโตไว้ในระบบเดียวอย่างไร้รอยต่อ
ลองจินตนาการว่าคุณล็อกอินเข้าบัญชีธนาคารสำหรับธุรกิจ แล้วเห็นเงินดอลลาร์ธรรมดาวางอยู่ข้างๆ เงินดอลลาร์ดิจิทัลหรือ สเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) คุณสามารถโอนเงินสลับไปมาได้ด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียว โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการแปลงเงินซับซ้อน หรือการโอนเงินผ่านธนาคารที่เชื่องช้า
และนี่คือสิ่งที่ยักษ์ใหญ่ด้านระบบชำระเงินอย่าง Mastercard และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคริปโตอย่าง BVNK ร่วมกันพัฒนาขึ้น ทั้งสองบริษัทเปิดตัว Global Money Platform อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบแยกส่วน ช่วยให้สถาบันการเงิน บริษัทฟินเทค และองค์กรขนาดใหญ่ สามารถเชื่อมต่อบัญชีหลายสกุลเงินเข้ากับผลิตภัณฑ์ของตัวเองได้ทันที
Global Money Platform คืออะไร และทำงานอย่างไร?
หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือสิ่งที่ Mastercard เรียกว่า Global Money Account ซึ่งเป็นโครงสร้างบัญชีที่ทำให้เงินสดในระบบเดิม (เงินฟิแอต) และสเตเบิลคอยน์ดิจิทัล อยู่ร่วมกันได้ในบัญชีเดียวกัน
ปกติแล้ว การจัดการเงินโอนผ่านธนาคารและการโอนบนบล็อกเชน ต้องใช้ระบบเทคโนโลยีการเงินแยกกันโดยสิ้นเชิง Mastercard และ BVNK จึงลดความยุ่งยากนี้ด้วยการเสนอ API เดียว เพื่อให้ธุรกิจจัดการธุรกรรมสำคัญได้ง่ายๆ ดังนี้
- รับและส่งเงินได้หลายสกุลทั่วโลก
- สลับเปลี่ยนระหว่างเงินฟิแอตปกติกับสเตเบิลคอยน์ได้ทันทีแบบเรียลไทม์
- จัดเก็บเงินได้อย่างปลอดภัยทั้งในระบบดิจิทัลและระบบการเงินแบบดั้งเดิม
- ออกบัตรชำระเงินที่เชื่อมกับสเตเบิลคอยน์ เพื่อให้ลูกค้าใช้จ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลได้ทุกที่
- บริหารจัดการระบบบริหารเงินและการชำระราคาหลังบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ก้าวสำคัญมูลค่า 1.8 พันล้านดอลลาร์เบื้องหลังการเปิดตัว
การเปิดตัวครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นหลังจาก Mastercard ประกาศเข้าซื้อกิจการ BVNK เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยมูลค่าสูงถึงประมาณ 1.8 พันล้านดอลลาร์
BVNK เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจรับและประมวลผลสินทรัพย์ดิจิทัลได้ โดยไม่ต้องสร้างระบบบล็อกเชนที่ซับซ้อนขึ้นมาเองตั้งแต่ต้น
การเปิดตัว Global Money Platform ถือเป็นการรวมผลิตภัณฑ์หลักครั้งแรกของทั้งสองบริษัทหลังปิดดีลซื้อกิจการ ด้วยการผนวกเครือข่ายระดับโลกของ Mastercard เข้ากับระบบคริปโตของ BVNK ทั้งสองมุ่งหวังให้สเตเบิลคอยน์ใช้งานได้ง่ายและเข้าถึงสะดวกเหมือนเงินทั่วไป
ใช้จ่ายได้ในชีวิตจริง พร้อมรองรับการโอนเงินครอบคลุมทั่วโลก
หนึ่งในความท้าทายใหญ่ของสเตเบิลคอยน์คือการนำมาใช้ในชีวิตจริง ว่าจะเปลี่ยนเงินดอลลาร์ดิจิทัลเป็นเงินท้องถิ่นเพื่อจ่ายค่าสินค้าหรือจ่ายให้ซัพพลายเออร์ได้ง่ายแค่ไหน
เพื่อแก้ปัญหานี้ Global Money Platform จึงเชื่อมต่อโดยตรงกับ Mastercard Move ซึ่งเป็นเครือข่ายโอนเงินระดับโลกของบริษัท ทำให้ผู้ใช้ดึงยอดเงินสเตเบิลคอยน์มาโอนเป็นเงินท้องถิ่นเข้าบัญชีธนาคารของผู้รับทั่วโลกได้ทันที
แผนการดำเนินงานของระบบนี้ประกอบด้วย:
- ครอบคลุมทั่วโลก: คาดว่าการโอนเงินสกุลท้องถิ่นจะรองรับมากกว่า 40 สกุลเงิน ในกว่า 200 ประเทศและเขตปกครองภายในปี 2027
- ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน: ลูกค้าจะสามารถใช้จ่ายด้วยสเตเบิลคอยน์ได้ทุกร้านที่รับ Mastercard โดยมีแผนออกบัตรในกว่า 130 ประเทศ
- ปรับแต่งได้ตามใจ: ธุรกิจสามารถเลือกใช้เครื่องมือที่จำเป็นตอนนี้ แล้วค่อยเพิ่มฟีเจอร์อื่นๆ เพิ่มเติมในภายหลังได้
ยักษ์ใหญ่ในวงการฟินเทคและการชำระเงินหลายแห่งเริ่มนำแพลตฟอร์มนี้ไปใช้แล้ว โดยผู้ใช้งานกลุ่มแรกๆ ได้แก่ ผู้ให้บริการประมวลผลการชำระเงินอย่าง Nuvei แพลตฟอร์มออกบัตรอย่าง Marqeta รวมถึงบริษัทฟินเทคอย่าง Ontop, Beem และ Almond FinTech
เตรียมความพร้อมสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agent
Mastercard ไม่ได้มองแค่ระบบชำระเงินในปัจจุบัน แต่ยังเตรียมพร้อมสำหรับธุรกรรมอัตโนมัติในอนาคตอีกด้วย
"เราเชื่อว่าอนาคตของการค้าจะถูกสร้างขึ้นบนการทำงานร่วมกันระหว่างเงินหลายรูปแบบ" Raj Dhamodharan รองประธานบริหารฝ่ายบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลของ Mastercard กล่าว "การเปิดตัวครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญสู่การรองรับการค้ารูปแบบใหม่ที่โปรแกรมได้และขับเคลื่อนด้วย AI Agent"
คำว่า Agentic Commerce หมายถึงรูปแบบการค้าที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำธุรกรรมทางการเงินแทนผู้ใช้หรือธุรกิจได้ด้วยตัวเอง เช่น AI อาจสั่งซื้อสินค้าเติมสต็อกอัตโนมัติ หรือชำระค่าบริการเมื่อเข้าเงื่อนไขที่กำหนดไว้
สเตเบิลคอยน์และเงินที่โปรแกรมได้ถูกออกแบบมาสำหรับ AI Agent โดยเฉพาะ เพราะทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องรอเวลาทำการของธนาคารหรือการอนุมัติด้วยคน Mastercard ได้วางรากฐานด้านนี้ด้วยการคว้าใบอนุญาต New York BitLicense (ครอบคลุมสเตเบิลคอยน์และเงินฝากโทเคน) พร้อมจับมือกับแพลตฟอร์มคริปโตอย่าง Coinbase และ RippleXRP-0.51% ในโครงการชำระเงินด้วย AI
เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรต่อระบบนิเวศคริปโต
การที่ Mastercard ดึงสเตเบิลคอยน์มาร่วมใช้งาน สะท้อนถึงเทรนด์ใหญ่ของสถาบันการเงินชั้นนำ ที่มุ่งเชื่อมต่อสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ากับเครือข่ายการชำระเงินที่มีอยู่เดิม
แม้การใช้งานสเตเบิลคอยน์จะขยายตัว แต่มุมกว้างของตลาดคริปโตยังคงมีความผันผวนของราคาตามปกติ เช่น บิตคอยน์ (BTCBTC-0.27%) ล่าสุดซื้อขายกันที่ประมาณ 82,118 ดอลลาร์ ท่ามกลางความเคลื่อนไหวจากสถาบันการเงิน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้เป็นสิ่งบ่งชี้หรือรับประกันผลตอบแทนในอนาคต
ในอนาคต Mastercard มีแผนจะขยาย Global Money Platform โดยเพิ่มการรองรับระบบการค้าผ่าน AI Agent และเงินฝากธนาคารแบบโทเคน เพื่อดึงการธนาคารแบบเดิมให้เข้าใกล้สินทรัพย์ดิจิทัลมากยิ่งขึ้น
บทความล่าสุด

Multiliquid ระดมทุนได้ 8 ล้านดอลลาร์ สำหรับระบบชำระราคาสินทรัพย์ดิจิทัล
Multiliquid คว้าเงินทุน 8 ล้านดอลลาร์ในรอบ Pre-seed และ Seed โดยมี Polychain Capital เป็นผู้นำการลงทุนในรอบ Seed

CleanSpark และ BitFuFu เผยยอดขุด Bitcoin เดือน ก.ย. ร่วงลง
CleanSpark และ BitFuFu รายงานยอดการขุด Bitcoin เดือนกันยายนที่ลดลง ส่วน Canaan ยังทรงตัว ขณะที่ CleanSpark ประกาศยกเลิกการรายงานผลรายเดือนแล้ว

CEO Charles Schwab มองคริปโตเป็นเครื่องยนต์สร้างรายได้ใหม่
Charles Schwab เปิดให้บริการซื้อขาย Bitcoin และ Ether โดยตรงสำหรับลูกค้ารายย่อยแล้ว บนแพลตฟอร์มโบรกเกอร์ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การดูแลสูงถึง 13.33 ล้านล้านดอลลาร์