ข่าว
icon XRP

บททดสอบดอกเบี้ยของ Jim Cramer: ทำไมเขาถึงเชียร์ Reddit มากกว่า SiTime

ผู้เขียน : AI Generated16 ต.ค. 69อ่าน : 2BeInCryptoBeInCrypto
AI Generated
16 ต.ค. 69อ่าน : 2BeInCrypto
บททดสอบดอกเบี้ยของ Jim Cramer: ทำไมเขาถึงเชียร์ Reddit มากกว่า SiTime

ทำความเข้าใจตัวกรองประเมินมูลค่าหุ้นของ Jim Cramer ในยุคดอกเบี้ยสูง

เคยสงสัยไหมครับว่า นักวิเคราะห์รุ่นเก๋าปรับกลยุทธ์ยังไงเวลาดอกเบี้ยเริ่มขึ้น? ในรายการ 'Mad Money' ทางช่อง CNBC เมื่อเร็วๆ นี้ Jim Cramer ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดหุ้น ได้เปิดเผยกรอบการประเมินหุ้นแบบใหม่ ที่เขาเรียกว่า 'บททดสอบอัตราดอกเบี้ย'

ไอเดียหลักของบททดสอบนี้ค่อนข้างเข้าใจง่ายครับ เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น หุ้นที่ถูกตั้งราคาหวังผลกำไรเติบโตมหาศาลในอนาคตมักจะเจอแรงกดดันหนัก เหตุผลคือ ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะไปลดมูลค่าปัจจุบันของกำไรในอนาคตลงนั่นเอง

แทนที่จะซื้อหุ้นเติบโตราคาแพง Cramer กลับชอบหุ้นที่ถูกเทขายลงมาหนักแล้วมากกว่า ในมุมมองของเขา หุ้นที่ย่อตัวลงมาแล้วอาจมีความยืดหยุ่นดีกว่าหุ้นเทคราคาสูงลิ่วที่แบกราคาแพงๆ เอาไว้

การย้ายทิศทางนโยบายของเฟดและเทรนด์มหภาค

ถ้าอยากเข้าใจวิธีเลือกหุ้นของ Cramer เราต้องมาดูสิ่งที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดกำลังทำก่อนครับ เฟดได้ขึ้นดอกเบี้ยไปเมื่อเดือนกันยายน และตอนนี้คนในตลาดกำลังจับตาการประชุมนโยบายที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 27-28 ตุลาคมอย่างใกล้ชิด

ตลาดฟิวเจอร์สทางการเงินประเมินว่ามีโอกาสราว 27% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกในการประชุมนี้ แม้จะสะท้อนว่าน่าจะคงดอกเบี้ยมากกว่า แต่โอกาสที่ต้นทุนการกู้ยืมจะสูงขึ้นก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับนักลงทุน

สภาวะเศรษฐกิจมหภาคแบบนี้ส่งผลกระทบเป็นลูกคลื่นไปทั่วทุกสินทรัพย์ทางการเงิน เมื่อการกู้ยืมเงินมีต้นทุนสูงขึ้น การจัดสรรเงินลงทุนในตลาดจึงต้องระมัดระวังและคัดสรรมากขึ้นตามไปด้วย

ทำไม Reddit (RDDT) ถึงได้ใจ Cramer หลังจากราคาหุ้นร่วงลงมา

หนึ่งในหุ้นหลักที่ Cramer สนใจก็คือ Reddit (RDDT) แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดัง หุ้นของบริษัทต้องเผชิญกับแรงกดดันดิ่งลง โดยดิ่งลงไปกว่า 12% ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา

ในระหว่างรายการ มีผู้ชมทางบ้านโทรเข้ามาชี้ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับมูลค่าของ Reddit โดยสังเกตว่านักลงทุนในวอลล์สตรีทหลายคนดูเหมือนจะลงโทษบริษัท เพราะทราฟฟิกค้นหาจาก Google ที่ไม่ได้ทำกำไรนั้นลดลงไป

ในขณะเดียวกัน ผู้ชมสายนี้มองว่าตลาดกำลังมองข้ามรายได้ที่แข็งแกร่งของ Reddit ซึ่งมาจากฐานผู้ใช้งานที่ล็อกอินโดยตรง Cramer เห็นด้วยว่าราคาที่ย่อตัวลงมาเมื่อเร็วๆ นี้ อาจทำให้หุ้นตัวนี้น่าสนใจสำหรับนักลงทุน

Steve Huffman ซีอีโอของบริษัทระบุในเดือนกรกฎาคมว่า ทราฟฟิกที่ส่งมาจาก Google มีความผันผวน แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตอย่างน่าประทับใจถึง 61% ก็ตาม

แม้ทราฟฟิกจากเสิร์ชเอ็นจินจะไม่แน่นอน แต่ Reddit ก็แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่ง การแยกแยะความผันผวนของทราฟฟิกระยะสั้นออกจากสร้างรายได้จากผู้ใช้ในระยะยาว จึงเป็นสิ่งสำคัญมากในการประเมินแพลตฟอร์มดิจิทัลยุคนี้

Rocket Lab (RKLB): ยอดคำสั่งซื้อค้างส่งมหาศาล ปะทะ ปัญหาจรวดล่าช้า

อีกหนึ่งบริษัทที่ผ่านบททดสอบอัตราดอกเบี้ยของ Cramer ก็คือผู้ให้บริการปล่อยจรวดอย่าง Rocket Lab (RKLB) โดย Cramer ยอมรับว่าแปลกใจที่ราคาหุ้นพยุงตัวได้ดีมาก แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินงานเมื่อเร็วๆ นี้

เมื่อวันพุธ สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Rocket Lab ได้เลื่อนการเปิดตัวจรวดขนส่งขนาดกลาง Neutron ออกไปเป็นปี 2027 การล่าช้าด้านการดำเนินงานในอุตสาหกรรมอวกาศมักส่งผลเชิงลบต่อบรรยากาศตลาด แต่หุ้นของ Rocket Lab กลับร่วงลงน้อยกว่าที่คิด

เหตุผลสำคัญที่ทำให้หุ้นยังแข็งแกร่ง มาจากความต้องการใช้งานที่สูงมาก บริษัทรายงานยอดสัญญาค้างส่ง (Backlog) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 2.36 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสสอง ซึ่งพุ่งขึ้นถึง 137% เมื่อเทียบกับปีก่อน

  • ยอดค้างส่งสถิติใหม่: สัญญาจากลูกค้าสูงถึง 2.36 พันล้านดอลลาร์ แสดงถึงความต้องการที่ชัดเจน
  • การเติบโตแบบปีต่อปี: มูลค่าสัญญาเพิ่มขึ้น 137% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  • เส้นทางสู่กำไร: Rocket Lab ยังทำกำไรไม่ได้ ทำให้ความสำเร็จของจรวด Neutron เป็นหัวใจสำคัญของแผนการเงินระยะยาว

แม้การเลื่อนปล่อยจรวด Neutron ไปปี 2027 จะเป็นอุปสรรค แต่ยอดคำสั่งซื้อเชิงพาณิชย์ที่เติบโตขึ้น ก็ช่วยให้เห็นแนวโน้มรายได้ที่ชัดเจนในช่วงขยายตัว

รับมือทางเลือกในกลุ่มพลังงาน: Chevron, Enterprise และ Valero

Cramer ยังได้ประเมินสภาวะตลาดพลังงาน โดยชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตและโรงกลั่นพลังงานอย่างไร

เมื่อเปรียบเทียบผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ Cramer ระบุว่าเขาชอบ Chevron (CVX) มากกว่า ExxonMobil (XOM) แต่เขาก็ตักเตือนว่าการสลับหุ้นอาจส่งผลกระทบทางภาษีที่ยุ่งยากสำหรับพอร์ตของแต่ละคน

ส่วนคำถามเรื่อง Enterprise Products Partners (EPD) นั้น Cramer อธิบายว่าธุรกิจนี้มีรายได้จากก๊าซธรรมชาติเหลว (NGLs) เช่น อีเทนและโพรเพน มากกว่าจะขึ้นอยู่กับความผันผวนของราคาน้ำมันดิบโดยตรง

สำหรับโรงกลั่นน้ำมันอย่าง Valero (VLO) Cramer มองว่าหุ้นตัวนี้เหมือนการเดิมพันแบบสองทางที่ผูกกับ 'Crack Spread' โดยตรง

'Crack Spread' คืออะไรและทำงานอย่างไร?

คำว่า 'Crack Spread' หมายถึงส่วนต่างราคาระหว่างน้ำมันดิบกับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูป (เช่น น้ำมันเบนซินและดีเซล) ที่กลั่นออกมาได้

เมื่อส่วนต่างกว้างขึ้น กำไรจากการกลั่นก็โตขึ้น แต่ถ้าส่วนต่างแคบลง กำไรก็ลดลง Cramer ข้อสังเกตว่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นกับอิหร่าน มีส่วนสำคัญโดยตรงที่ทำให้ส่วนต่างราคาน้ำมันกลั่นผันผวน

ทำไม SiTime (SITM) ถึงสอบตกในตัวกรองประเมินมูลค่าของ Cramer

ในขณะที่ Reddit และ Rocket Lab เข้าสเปกการซื้อของ Cramer แต่บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์อย่าง SiTime (SITM) กลับไม่ผ่านบททดสอบอัตราดอกเบี้ย

SiTime ผลิตชิปควบคุมเวลาจากซิลิคอน ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในระบบโทรคมนาคม อิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภค และงานอุตสาหกรรม แม้บริษัทจะมีตำแหน่งในตลาดเฉพาะกลุ่มที่ดี แต่ Cramer ก็ปฏิเสธที่จะแนะนำหุ้นตัวนี้เนื่องจากอัตราส่วนประเมินมูลค่าแพงเกินไป

“มันแพงครับ และผมจะไม่แนะนำหุ้นราคาแพง ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกกลุ่มเทคโนโลยีก็ตาม”

จุดยืนนี้เน้นย้ำถึงมุมมองเศรษฐกิจมหภาคของ Cramer ว่าเมื่อธนาคารกลางคงดอกเบี้ยไว้ในระดับสูง หุ้นที่มีมูลค่าประเมินสูงเกินไปก็อาจเปราะบางต่อการย่อตัวลงแรงได้ หากผลประกอบการทางการเงินออกมาต่ำกว่าคาด

เชื่อมโยงดอกเบี้ยมหภาคสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

กลไกอัตราดอกเบี้ยที่ส่งผลต่อการเลือกหุ้นนั้น ก็มีบทบาทสำคัญต่อสภาวะตลาดคริปโทเคอร์เรนซีด้วยเช่นกัน

สินทรัพย์ดิจิทัลก็เหมือนกับหุ้นเติบโตสูงที่มักจะตอบสนองต่อสภาพคล่องในตลาดและการตัดสินใจนโยบายของเฟด เมื่ออัตราดอกเบี้ยยังคงสูง ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยงในสินทรัพย์ดั้งเดิมจะเปลี่ยนไป และส่งผลต่อสภาพคล่องในภาพรวม

บทวิเคราะห์จากผู้จัดการสินทรัพย์อย่าง Grayscale ชี้ว่า ความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ต่างๆ ในระบบรวดเร็วและแตกต่างกันไป

หากอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยังสูงอยู่หรือปรับขึ้นอีก สินทรัพย์เติบโตสายเก็งกำไรมักเจอแรงกดดันด้านมูลค่า ในทางกลับกัน หากนโยบายการเงินผ่อนคลายลงตามเวลา สภาพคล่องในภาพรวมมักจะเอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยง (risk-on) ซึ่งรวมถึงหุ้นเทคโนโลยีและคริปโทเคอร์เรนซี

หมายเหตุ: ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือเครื่องมือทางการเงิน ไม่ได้เป็นสิ่งการันตีผลลัพธ์ในอนาคต นักลงทุนควรประเมินความผันผวนของตลาดและสภาวะเศรษฐกิจมหภาคอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจทางการเงิน

แหล่งอ้างอิง:BeInCryptoBeInCrypto
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news

จำเลย 3 รายจ่อยอมรับสารภาพในคดีล็อกผลการแข่งขัน NBA

อัยการสหรัฐฯ เผย จำเลย 3 รายในคดีล็อกผลการแข่งขัน NBA ที่เชื่อมโยงกับ Malik Beasley อดีตการ์ด NBA เตรียมที่จะรับสารภาพผิดตามข้อหา

16 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
16 ต.ค. 69 | AI Generated
news

อีลอน มัสก์ เปรยใบ้ควบรวม Tesla x SpaceX: เจาะรายละเอียดสำคัญ

อีลอน มัสก์ โพสต์ภาพคำใบ้เชื่อมโยง Tesla กับ SpaceX ก่อนงานเปิดตัว Roadster ปลุกกระแสข่าวลือเรื่องการควบรวมกิจการอีกครั้ง ขณะที่ตลาดคาดการณ์กำลังจับตาโชว์รถบินได้

16 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
16 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTC

กฎใหม่ MSCI อาจส่งผลกระทบต่อ Strategy และ Metaplanet

MSCI ผู้จัดทำดัชนีระดับโลกปรับกฎใหม่ที่อาจถอด Strategy, Metaplanet และ Upexi ออกจากดัชนี โดยจะประกาศผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้

16 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTC|
16 ต.ค. 69 | AI Generated