Galaxy Digital ส่งสัญญาณ ตลาดหมี Bitcoin อาจจบลงแล้ว

ตลาดหมีของ BitcoinBTC-1.08% จบลงแล้วจริงๆ หรือยัง?
Galaxy Digital บริษัทลงทุนชั้นนำด้านคริปโต ได้ออกมาเปิดเผยมุมมองใหม่เกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยทีมวิจัยของพวกเขาประเมินว่า ตลาดหมีอันยาวนานของ Bitcoin ได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
เหตุผลสำคัญเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้ คือแรงเทขายจากนักลงทุนระยะยาวลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อผู้เล่นในตลาดที่มีความอดทนสูงหยุดขาย อุปทานหรือจำนวนเหรียญที่มีให้ซื้อขายบนศูนย์ซื้อขายก็เริ่มลดลงตาม Galaxy ชี้ว่าจุดนี้อาจเป็นสัญญาณของช่วงเวลาที่น่าสนใจสำหรับการทยอยสะสม แม้ความผันผวนของราคาในระยะสั้นจะยังคงเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำในตลาดคริปโตก็ตาม
ตลาดหมีของ Bitcoin สิ้นสุดลงในเดือนมิถุนายน เนื่องจากแรงขายจากนักลงทุนระยะยาวที่แผ่วลง เป็นสัญญาณชี้ถึงโอกาสในการเข้าซื้อที่น่าสนใจ
ทำความเข้าใจมุมมองของ Galaxy Digital
Galaxy Digital เป็นบริษัทผู้ให้บริการทางการเงินและการบริหารจัดการการลงทุนชั้นนำในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล นำโดย Mike Novogratz นักลงทุนระดับเก๋า โดยบริษัทได้วิเคราะห์ข้อมูล On-chain บนบล็อกเชนเป็นประจำ เพื่อติดตามการไหลเวียนของเงินทุนและพฤติกรรมของนักลงทุน
เวลากลับมาออกบทวิเคราะห์ ตลาดและเหล่านักวิเคราะห์จึงให้ความสนใจอย่างมาก เพราะข้อมูล On-chain ช่วยให้เห็นภาพอย่างโปร่งใสว่า ผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดกำลังบริหารจัดการเงินทุนของพวกเขาอย่างไร
นักลงทุนระยะยาวคือใคร และทำไมพวกเขาถึงมีความสำคัญ?
ในการวิเคราะห์คริปโต นักลงทุนระยะยาว (Long-Term Holders หรือ LTHs) หมายถึงกระเป๋าเหรียญที่ถือ Bitcoin ไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 155 วัน ข้อมูลสถิติ On-chain ชี้ว่า เมื่อเหรียญถูกถือเกินระยะเวลานี้ โอกาสที่จะถูกนำออกมาขายจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
และนี่คือเหตุผลว่าทำไมการติดตามพฤติกรรมของนักลงทุนระยะยาว ถึงมีความสำคัญต่อการเข้าใจวัฏจักรของตลาด:
- ช่วงเวลาเก็บของ (Accumulation Phase): นักลงทุนระยะยาวมักจะเข้าซื้ออย่างหนักในช่วงที่ตลาดซบเซาอย่างรุนแรง และอารมณ์ของคนส่วนใหญ่ในตลาดยังคงติดลบ
- เสาหลักของตลาด: พวกเขาเปรียบเสมือนกลุ่มคนที่ใจแข็ง (Strong Hands) ในระบบนิเวศ ซึ่งคอยดึงอุปทานหรือเหรียญออกจากตลาดเปิด
- อุปทานเริ่มเหือดแห้ง: เมื่อกลุ่ม LTHs หยุดขาย แม้แรงซื้อจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็สามารถดันราคาตลาดให้สูงขึ้นได้ เนื่องจากปริมาณเหรียญที่รอตั้งขายใน Order Book ลดลง
สถานการณ์ตลาดและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องพิจารณา
แม้แรงขายที่ลดลงจากนักลงทุนระยะยาวมักจะเป็นสัญญาณที่ดีในอดีต แต่ผลลัพธ์ของตลาดยังคงขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจมหภาคและแนวโน้มอุปสงค์ในวงกว้างเสมอ และนี่คือรูปแบบสถานการณ์ตลาดที่อาจเกิดขึ้นได้:
- กรณีตลาดเป็นขาขึ้น (Bullish): หากความต้องการใน Spot ETF และการยอมรับจากสถาบันยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่อุปทานระยะยาวยังตึงตัว ราคา Bitcoin อาจได้รับแรงดันให้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสข้างหน้า
- กรณีตลาดเป็นขาลง (Bearish): วิกฤตเศรษฐกิจที่ไม่ได้คาดคิด อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับสูง หรือข่าวลบด้านกฎระเบียบ อาจกดดันความสนใจของผู้ซื้อในวงกว้าง ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาปรับตัวลดลงได้ แม้แรงขายจาก LTHs จะต่ำก็ตาม
- กรณีตลาดเคลื่อนตัวออกข้าง (Sideways): หากความต้องการจากนักลงทุนรายย่อยและสถาบันยังคงอยู่ในระดับปานกลาง ราคา Bitcoin อาจเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ เพื่อสะสมกำลังสำหรับสภาวะตลาดระลอกใหญ่ถัดไป
รับมือกับความผันผวนของคริปโตอย่างระมัดระวัง
แม้รายงานจากสถาบันอย่าง Galaxy Digital จะให้ข้อมูลและบริบทที่เป็นประโยชน์ แต่สภาวะตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้เป็นสิ่งการันตีผลตอบแทนในอนาคต คุณสามารถติดตามราคาและข้อมูลการซื้อขายแบบเรียลไทม์ได้โดยตรงที่ Bitkub Market
นักลงทุนที่สนใจจะลงทุนควรประเมินความเสี่ยงที่ตนเองรับได้อยู่เสมอ กระจายการลงทุนในพอร์ต และหลีกเลี่ยงการตัดสินใจทางการเงินโดยพึ่งพาเพียงพาดหัวข่าวในระยะสั้นเท่านั้น
บทความล่าสุด

Strategy พักซื้อ Bitcoin หันไปซื้อหุ้น STRC ของตัวเองคืน
Strategy หยุดพักการซื้อ Bitcoin รายสัปดาห์ชั่วคราว เพื่อนำเงิน 204.9 ล้านดอลลาร์ไปซื้อหุ้นบุริมสิทธิของตัวเองคืนแทน

Strive จ่อขึ้นอันดับ 2 บริษัทถือ Bitcoin มากสุดในโลก หลังทุ่มซื้ออีก 511 ล้านดอลลาร์
Strive บริษัทจัดการสินทรัพย์เข้าซื้อ Bitcoin มูลค่า 511 ล้านดอลลาร์ จ่อแซง Metaplanet พร้อมประกาศแผนระดมทุนผ่านหุ้นบุริมสิทธิอีก 1 พันล้านดอลลาร์

Strategy เบรกซื้อ Bitcoin หันไปซื้อหุ้นคืน
Strategy พักการซื้อ Bitcoin ชั่วคราว เพื่อนำเงิน 205 ล้านดอลลาร์ไปซื้อหุ้นบุริมสิทธิคืน ในขณะที่ยังคงถือครอง Bitcoin สูงถึง 4% ของอุปทานทั้งหมด