รู้จัก “G-Token” พันธบัตรรัฐบาลในรูปแบบโทเคน ซื้อขายผ่านกระดานเทรดอย่าง Bitkub Exchange ได้หรือไม่?

รัฐบาลไทยกำลังเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมทางการเงินใหม่ในรูปแบบโทเคนดิจิทัลที่เรียกว่า “G-Token” หรือ “Government Token” ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาปรับใช้กับการระดมทุนของภาครัฐ อาจนับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ของโลกที่ออกโทเคนในลักษณะนี้
G-Token คืออะไร?
Government Token หรือ G-Token จัดอยู่ในประเภท Investment Token (โทเคนเพื่อการลงทุน) ภายใต้การกำกับดูแลของพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 มีลักษณะเป็น ตราสารหนี้ภาครัฐในรูปแบบดิจิทัล คล้ายพันธบัตรออมทรัพย์ โดยให้สิทธิแก่ผู้ถือในการได้รับเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยตามเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังกำหนด แต่มาใน รูปแบบดิจิทัล 100% บนระบบบล็อกเชน ไม่ใช่เงินดิจิทัล สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ไม่สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ซึ่งนับได้ว่าเป็นเครื่องมือที่รัฐบาลใช้ในการระดมทุนโดยตรงจากประชาชน มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้ตามกรอบงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งรวมถึงการบริหารจัดการเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณประจำปี
กำหนดการการออก G-Token
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2565 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังออก G-Token โดยมีแผนจะ เปิดให้ประชาชนจองซื้อได้ภายในช่วงเดือนกรกฎาคม โดยวางแผนเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 2568 ภายใต้ขนาดการทดลองที่เหมาะสม ก่อนพิจารณาขยายวงเงินหรือขอบเขตการดำเนินงานเพิ่มเติมในระยะถัดไป หากได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน โดยมีวงเงินเบื้องต้นประมาณ 5,000 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินที่ได้ไปใช้ตามงบประมาณ และช่วยชดเชยการขาดดุลงบประมาณประจำปี
ซื้อ G-Token อย่างไร
ตามรายละเอียดของพรรคเพื่อไทยระบุว่า สามารถซื้อขาย G-Token ผ่านระบบระบบดิจิทัลของตลาดทุน ทั้งนี้คาดว่ายังอยู่ในช่วงหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องเพื่อวางโครงสร้างระบบให้มั่นคง ซึ่งรายละเอียดดังกล่าวจะติดตามกันต่อไปว่าจะมีรายละเอียดเมื่อไรและสามารถซื้อขายได้ที่ใดบ้าง
ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถเตรียมกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการลงทุนรูปแบบใหม่ในอนาคต เรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องการเปิดบัญชีบิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ ได้ตั้งแต่วันนี้ คลิกเลย
ลักษณะเด่นและการลงทุน
— รูปแบบดิจิทัลบนบล็อกเชน: ข้อมูลการเป็นเจ้าของและการทำรายการจะถูกบันทึกบนบล็อกเชน ทำให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
— วงเงินลงทุน: สามารถเริ่มต้นลงทุนได้ในวงเงินที่ไม่มากนัก
— ผลตอบแทนและความค้ำประกัน: รัฐบาล ค้ำประกันทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ตลอดอายุการลงทุน และให้ผลตอบแทนที่แข่งขันได้หรือดีกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไป
— ระยะเวลาลงทุน: สั้น 1–3 ปี
— ผู้ลงทุน: ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสามารถลงทุนได้
— ช่องทางการซื้อขาย: หากมีการพิจารณาเรียบร้อยแล้วสามารถซื้อผ่าน ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) หรือ ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. รวมถึงผ่านแอปพลิเคชันของบริษัทหลักทรัพย์ที่ร่วมโครงการ
ข้อดีของ G-Token เมื่อเปรียบเทียบกับการเป็นพันธบัตรแบบดั้งเดิม
— เข้าถึงง่าย: ช่วยให้ประชาชนรายย่อยและคนรุ่นใหม่เข้าถึงการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐได้สะดวกขึ้น (Financial Inclusion)
— สภาพคล่องสูง: สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดรองได้สะดวกเกือบเรียลไทม์
— ลดต้นทุนภาครัฐ: ช่วยลดภาระและต้นทุนในการบริหารจัดการพันธบัตรแบบเดิมของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ
— โปร่งใสและปลอดภัย: การบันทึกบนบล็อกเชนเพิ่มความน่าเชื่อถือและลดความเสี่ยงการทุจริต
— เสริมการออมเพิ่มการใช้งานระบบดิจิทัล: กระตุ้นให้คนหันมาออมและลงทุนในรูปแบบดิจิทัล สนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล
ความเสี่ยงและข้อควรพิจารณา
— ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี: ความปลอดภัยของระบบบล็อกเชน หรือปัญหาการโจรกรรมทางไซเบอร์
— ความเสี่ยงด้านราคาและสภาพคล่อง: แม้จะมุ่งเพิ่มสภาพคล่อง แต่อาจยังมีความผันผวนของราคาในตลาดรอง (หากมี) และความสะดวกในการขายก่อนกำหนด
— ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ: การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือนโยบายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
— ความเข้าใจและการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัล: ประชาชนที่ยังไม่คุ้นเคยกับสินทรัพย์ดิจิทัลอาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ
— ข้อกังวล: เกี่ยวกับความโปร่งใสในการดำเนินโครงการ และความเสี่ยงด้านการฟอกเงินที่ต้องมีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด
G-Token ที่คนมักเข้าใจผิด
— G-Token ไม่ใช่คริปโทเคอร์เรนซีเหมือน Bitcoin แต่เป็น Investment Token (โทเคนเพื่อการลงทุน) เช่นเดียวกับ REALX และ SUMX
— ไม่สามารถนำ G-Token ไปซื้อของหรือชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ไม่สามารถนำไปใช้แลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการได้โดยตรง เป็นเพียงเครื่องมือในการระดมทุนและการลงทุน
— G-Token ออกโดยกระทรวงการคลังซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐบาลแตกต่างจากโทเคนอื่นๆ ที่สร้างโดยเครือข่ายแบบกระจายอำนาจ (Decentralized Networks) หรือองค์กรเอกชน
การกำกับดูแล
G-Token อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้ง พ.ร.บ. การบริหารหนี้สาธารณะ และ พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมี ก.ล.ต. เป็นผู้กำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย และทำงานร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน
G-Token จึงถือเป็นทางเลือกการลงทุนใหม่ที่น่าสนใจในยุคดิจิทัล แต่ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะ ข้อดี ข้อจำกัด และความเสี่ยงต่างๆ ก่อนตัดสินใจลงทุน
ที่มา:
ThaiPBS — ครม.อนุมัติ G-token เครื่องมือระดมทุนรูปแบบใหม่
ThaiPBS — รู้จัก “G-Token” พันธบัตรดิจิทัล ครม.เปิดโอกาสคนไทยร่วมลงทุน
กรุงเทพธุรกิจ — G-Token คืออะไร? นวัตกรรมลงทุนภาครัฐไทย เปิดมิติใหม่การลงทุนภาครัฐ
ไทยรัฐ — อธิบาย G-Token ทางเลือกใหม่ ลงทุนหนี้รัฐ ประชาชนเข้าถึงง่าย ซื้อขายผ่านกระดานเทรดสินทรัพย์ดิจิทัล
Facebook พรรคเพื่อไทย
คำเตือน
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
บทความล่าสุด

Bitmine ทุบสถิติซื้อหุ้นคืน พร้อมลุยเป้าหมายถือครอง Ethereum 5%
Bitmine เข้าซื้อ ETH เพิ่ม 10,452 เหรียญ พร้อมเดินหน้าโปรแกรมซื้อหุ้นคืนมูลค่าสูงถึง 399.6 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างมูลค่าให้ผู้ถือหุ้น

Strive ช้อนซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 6,182 เหรียญ ดันยอดถือครองรวมพุ่งแตะ 43,000 BTC
Strive เข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 6,182 เหรียญ มูลค่า 511.4 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดถือครองรวมพุ่งเป็น 43,000 BTC ขึ้นแท่นบริษัทที่ถือ Bitcoin มากที่สุดอันดับ 4 ของโลก

คลัง Ethereum ของ BitMine พุ่งแตะ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์หลังเข้าซื้อระลอกล่าสุด
BitMine บริษัทบริหารคลังสินทรัพย์ดิจิทัล เข้าซื้อ Ethereum เพิ่มอีก 10,452 ETH มูลค่ากว่า 24 ล้านดอลลาร์ ดันยอดถือครองรวมพุ่งเกือบ 5% ของ Ethereum ทั้งหมดในระบบ