Bitcoin ดิ่งหลุด $80,000 หลังตลาดเจอแรงล้างพอร์ตมหาศาล

ทำไมราคา Bitcoin ถึงร่วงหลุด $80,000?
ราคา Bitcoin ร่วงหลุดระดับ $80,000 ในวันเสาร์ หลังจากเกิดเหตุการณ์ล้างพอร์ต (Liquidation) แบบฉับพลัน กวาดสัญญาเทรดคริปโตวูบไปกว่า 200 ล้านดอลลาร์ในเวลาเพียง 60 นาที
คนที่มองว่าราคาจะขึ้นกลับเป็นฝั่งที่เจ็บหนักที่สุด โดยในยอดล้างพอร์ตภายในหนึ่งชั่วโมงนั้น เป็นโพซิชันฝั่ง Long สูงถึง 191.33 ล้านดอลลาร์
การดิ่งลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดแค่กับ Bitcoin เท่านั้น เพราะ EthereumETH-3.62% และ Altcoin อื่นๆ ก็ร่วงลงมาด้วยเช่นกัน ส่งผลให้มูลค่าตลาดคริปโตรวมลดลง 4.06% ในรอบ 24 ชั่วโมง เหลืออยู่ที่ 2.72 ตริลเลียนดอลลาร์
แม้การแกว่งตัวของราคาอย่างรวดเร็วจะกลายเป็นข่าวใหญ่ แต่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลก็ยังคงมีความผันผวนสูงเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว โดยแนวโน้มราคาสามารถเปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็ว ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องและภาวะเศรษฐกิจโดยรวม
ทำความเข้าใจเรื่อง Leverage และการโดนล้างพอร์ต (Liquidation)
ถ้าอยากเข้าใจว่าทำไมราคาถึงร่วงแรงและเร็วขนาดนี้ เราต้องลองมาดูวิธีทำงานของ Leverage ในการเทรดคริปโตกันก่อน
ลองจินตนาการว่า Leverage ก็เหมือนการกู้เงินมาซื้อบ้านหลังใหญ่เกินกว่าเงินสดที่เรามี หากมูลค่าบ้านดิ่งลงเกินไป ธนาคารก็จะต้องเรียกเก็บเงินเพิ่มเพื่อปิดความเสี่ยง
สำหรับการเทรดคริปโต Leverage ช่วยให้นักลงทุนยืมเงินมาเพิ่มขนาดออเดอร์ให้ใหญ่ขึ้นได้ แต่ถ้าราคาดันวิ่งสวนทาง กระดานเทรดจะปิดออเดอร์นั้นทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้ขาดทุนไปมากกว่านี้ ซึ่งเหตุการณ์นี้เรียกว่าการล้างพอร์ต หรือ Liquidation นั่นเอง
เมื่อสัญญาเทรดมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ถูกล้างพอร์ตพร้อมกัน คำสั่งขายอัตโนมัติจะทะลักเข้าสู่ตลาดทันที ยิ่งในวันเสาร์-อาทิตย์ที่วอลลุ่มการซื้อขายเบาบาง แรงขายบังคับเหล่านี้จึงยิ่งฉุดราคาให้ดิ่งลงอย่างรวดเร็ว
สรุปตัวเลข 24 ชั่วโมง: คลื่นล้างพอร์ตยับ $837 ล้าน
การดิ่งลงรวดเร็วใน 60 นาทีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของรอบการล้างพอร์ตตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลจาก Coinglass ชี้ว่า ยอดล้างพอร์ตรวมพุ่งสูงถึง 837.12 ล้านดอลลาร์ จากเทรดเดอร์ทั้งหมด 227,681 รายตลอดทั้งวัน
- ฝั่ง Long เจ็บหนักที่สุด: เทรดเดอร์ที่มองว่าราคาจะขึ้นต้องสูญเงินไปถึง 693.05 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 82.8% ของยอดล้างพอร์ตทั้งหมด
- ฝั่ง Short ก็โดนด้วย: เทรดเดอร์ที่แทงสวนตลาดโดนล้างพอร์ตไป $144.07 ล้านดอลลาร์
- Bitcoin นำโด่ง: สัญญา BTCBTC-2.03% ถูกล้างพอร์ตรวม $232.55 ล้านดอลลาร์ โดยมากกว่า 93% มาจากออเดอร์ฝั่ง Long
- Ethereum ตามมาติดๆ: สัญญา ETH โดนล้างพอร์ตไป $181.51 ล้านดอลลาร์ ซึ่งฝั่ง Long ก็โดนไปเกิน 93% เช่นกัน
ออเดอร์ล้างพอร์ตครั้งใหญ่ที่สุดในไม้เดียวเกิดขึ้นบน Binance โดยเทรดเดอร์ที่เปิด Long คู่ ETH/USDT มูลค่าสูงถึง 11.85 ล้านดอลลาร์ ถูกล้างพอร์ตไปเนื่องจากราคาถอยร่นลงมา
สถานการณ์ของเหรียญใหญ่เมื่อตลาดปรับฐาน
ณ ขณะที่เขียนรายงาน Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ $79,464 ลดลง 2.48% ในรอบ 24 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน
ด้านเหรียญ Altcoin อื่นๆ ปรับตัวลดลงเป็นเปอร์เซ็นต์ที่แรงกว่าในรอบ 24 ชั่วโมงเดียวกัน:
- Ethereum (ETH): ร่วงลง 4.71% มาอยู่ที่ $2,288.73 แตะระดับต่ำสุดในรอบประมาณสองเดือน
- SolanaSOL-4.01%: ลดลง 5.20% ลงมาเคลื่อนไหวแถวๆ $98.92
- Zcash (ZEC): ดิ่งลงหนักสุดในกลุ่มเหรียญหลัก โดยร่วงไป 8.39% มาอยู่ที่ $1,124.36
ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัล มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต เทรดเดอร์สามารถเช็กราคาและข้อมูลทางเทคนิคของสินทรัพย์แบบเรียลไทม์ได้ที่ bitkub.com/th/market/BTC
ทำไมระดับ $80,000 ถึงสำคัญต่อ งบการเงิน ขององค์กร
การที่ราคาหลุด $80,000 มีความหมายอย่างมากต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทเอกชนที่ถือครอง Bitcoin ไว้ในงบการเงิน
การประเมินจาก Glassnode ระบุว่า $80,000 คือราคาต้นทุนเฉลี่ยต่อเหรียญที่สถาบันและบริษัทต่างๆ เข้าซื้อสะสมไว้
เมื่อราคาซื้อขายต่ำกว่าระดับดังกล่าว พอร์ตถือครองรวมของฝั่งนิติบุคคลจึงเข้าสู่สถานะขาดทุนทางบัญชี (Unrealized Loss) แม้นักลงทุนสถาบันมักจะเน้นถือยาว แต่การที่ราคาหลุดต้นทุนเฉลี่ยสะสมก็อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดโดยรวมได้
แนวรับทางเทคนิคและสแนริโอของตลาดที่ต้องจับตา
นักวิเคราะห์ตลาดกำลังประเมินระดับราคาทางเทคนิคที่สำคัญ เพื่อวิเคราะห์ทิศทางความเป็นไปได้ในอนาคต
การล้างพอร์ตในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์มักจะขยายความผันผวนให้แรงขึ้น ทว่าระดับแนวรับสำคัญมักจะเป็นตัวตัดสินว่าราคาจะเริ่มสร้างฐานได้ หรือจะลงไปทดสอบแนวรับที่ต่ำกว่าเดิม
นักวิเคราะห์ Benjamin Cowen ให้ข้อสังเกตว่า หาก Bitcoin ปิดสัปดาห์ต่ำกว่า $83,000 ในวันที่ 25 ตุลาคม จะยิ่งสนับสนุนแนวโน้มขาลงต่อไป อย่างไรก็ตาม หาก Bitcoin สามารถฟื้นตัวกลับมาเหนือ $83,000 และยืนระยะได้ คาดการณ์เชิงลบดังกล่าวก็จะเป็นอันยกเลิกไป
การวิเคราะห์ทางเทคนิคชี้ว่า $77,876 คือแนวรับระยะสั้นด่านแรก หากแรงขายยังคงดันราคาให้หลุดจุดนี้ลงไป แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ช่วง $76,700 ถึง $72,500
ตลาดเคยลงไปทดสอบระดับใกล้เคียงกันนี้มาแล้ว โดยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม มูลค่าตลาดรวมเคยลงไปแตะที่ 2.69 ตริลเลียนดอลลาร์ก่อนจะดีดตัวกลับขึ้นมา ซึ่งมูลค่าปัจจุบันที่ 2.72 ตริลเลียนดอลลาร์นั้น อยู่สูงกว่าจุดต่ำสุดเดิมราวๆ 1% เท่านั้น
ปัจจัยมหภาคและตัวเลขเงินเฟ้อที่ต้องติดตาม
ปัจจัยทางเศรษฐกิจภายนอกอาจเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อทิศทางราคาคริปโตในสัปดาห์หน้า
Ted นักสังเกตการณ์ตลาด ได้โพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียว่า Bitcoin และ Ethereum เผชิญแรงขายในช่วงที่สภาพคล่องเบาบางของวันหยุด ซึ่งชวนให้ตั้งข้อสังเกตว่า ตลาดกำลังตอบรับข่าวด้านเศรษฐกิจสำคัญที่กำลังจะมาถึงหรือไม่
ปัจจัยมหภาคสำคัญที่ต้องจับตา ได้แก่:
- การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed): ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะจัดประชุมในวันที่ 27 และ 28 ตุลาคม เพื่อพิจารณาตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย
- ดัชนีเงินเฟ้อ PCE: ข้อมูลดัชนีรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนกันยายน มีกำหนดประกาศในวันที่ 29 ตุลาคม
- ราคาน้ำมัน: ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดที่ $116.72 ในวันศุกร์ ซึ่งอาจเป็นระดับที่กดดันให้เงินเฟ้อในภาพรวมยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง
หากตัวเลขเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าคาด หรือนโยบายของธนาคารกลางยังคงเข้มงวด สินทรัพย์เสี่ยงก็อาจเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง ในทางกลับกัน หากภาวะเศรษฐกิจผ่อนคลายลง แรงซื้อบริเวณแนวรับสำคัญทางเทคนิคก็อาจเข้ามาช่วยพยุงตลาดให้มีเสถียรภาพขึ้นได้
บทความล่าสุด

XRP เจอวิกฤตล้างพอร์ตพุ่งสูงถึง 2,008% หลังตลาดคริปโตร่วงหนัก
XRP ร่วงแตะ $1.27 หลังตลาดคริปโตโดนเทขายอย่างหนัก ทำสาย L โดนล้างพอร์ตยับ แต่ในทางกลับกัน ยอดกระเป๋าเงินใหม่บนเครือข่ายกลับพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่

McRib ของ McDonald's กลับมาแล้ว: เปิดตำนานมีมสุดปังของสายคริปโต
McDonald's ประกาศนำเมนู McRib กลับมาขาย 27 ต.ค. นี้ จุดกระแสมุกตลกสุดฮิตของชาวคริปโตที่ชอบลุ้นให้ราคา Bitcoin พุ่งสูงขึ้น

บิทคอยน์ร่วงหลุด 80,000 ดอลลาร์ หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุ
ราคาบิทคอยน์และตลาดคริปโตโดยรวมปรับตัวลดลงในช่วงวันหยุด หลังสหรัฐฯ สั่งอพยพเจ้าหน้าที่ออกจากตะวันออกกลางเนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์