บทความ
สรุปประเด็นสำคัญจากงาน Bitkub Meetup ครั้งที่ 7 “Rebuilding Thailand Startup Spirit”
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ได้จัดงานเสวนา Bitkub Meetup 2025 ครั้งที่ 7 ในหัวข้อ Rebuilding Thailand Startup Spirit งานเสวนาที่นำผู้ประกอบการบริษัทชั้นนำ และผู้นำในวงการสตาร์ทอัปของประเทศไทย ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นและถ่ายทอดความรู้ด้านการทำธุรกิจโดยแบ่งการเสวนาออกเป็น 2 ช่วง ประกอบด้วย
ช่วงที่ 1 : The Rising-Star Entrepreneurs & Startups Stage เสวนาในหัวข้อ “Thai Startups & Entrepreneurs Staying Power” เจาะลึกการเติบโตของสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่ที่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง
ในช่วงนี้เป็นการร่วมเสวนาโดย
1. คุณชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์ — ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท บรันช์ไทม์ จำกัด (Diamond Grains )
2. คุณซีเค เจิง (CK Cheong, CPA ) — CEO of Fastwork
3. คุณวิภาวี วงศ์สิริศักดิ์ — CCO & Co-Founder of GoWabi
4. คุณพีรดนย์ เหมยากร — ผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ไอ แฮฟ ซีพียู จำกัด (iHAVECPU)
การเสวนาครั้งนี้ดำเนินรายการโดย คุณชน วจนานนท์ โดยการเสวนาครั้งนี้เน้นไปที่กลยุทธ์ทางธุรกิจ, รูปแบบการบริหารจัดการ, และแนวคิดของผู้ประกอบการแต่ละท่าน รูปแบบของการเสวนาครั้งนี้สามารถแบ่งความแตกต่างของระหว่างกลุ่มธุรกิจได้ระหว่างแบบสตาร์ทอัพ (Fastwork, GoWabi) และธุรกิจ SME/ผู้ประกอบการ (Diamond Grains, iHAVECPU)
⚫ ประเด็นสำคัญและมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจและทีม
คุณ “อูน” ชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์ (Diamond Grains)
การกระจายความเสี่ยงและความสนุก เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของคุณอูน คือ การขยายแบรนด์ไปสู่หลากหลายอุตสาหกรรม (4–5 แบรนด์) เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความน่าสนใจในการทำงานให้ทีม
การทำงานเป็นการทำด้วยทีมเดียว แต่สสลับหมุนเวียนการทำงาน บริษัทใช้ทีมงานชุดเดียวกันบริหารทุกแบรนด์ ทำให้พนักงานสามารถ “หมุนสมอง” และสลับไปทำโปรเจกต์อื่นเมื่อรู้สึกตัน หน้าที่ของคนทำงานคือ การถือกุญแจแล้วไข เข้าไปในแต่ละห้อง ซึ่งตัวอย่างที่ชัดเจน อย่างการทำ Diamond Grain ทุกวันแก้ปัญหาเดิมๆ พอทำงานเป็นลักษณะเดิมคนทำงานก็จะคิดไม่ออกเริ่มไม่สนุก ก็ปรับไปทำอีกแบรนด์หนึ่งเปลี่ยนกุญแจ โดยคุณอูนมองว่าแนวคิดนี้ค่อนข้างได้ผล
ไม่ยึดติด KPI, เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง สำหรับการทำงานของ Diamond Grains ไม่ได้ใช้ KPI แบบเคร่งครัด แต่เน้นการทำให้ผลิตภัณฑ์ดีที่สุดเพื่อลูกค้า เป้าหมายคือการมอบ “ความสุขเล็กๆ” ให้ลูกค้าได้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น
สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับปัญหา คุณอูนมองว่าปัญหาคือเรื่องปกติของการเติบโตทางธุรกิจ และการไม่มีปัญหานั่นแหละคือเรื่องผิดปกติ
⚫ คุณซีเค เจิง (Fastwork)
หาคนเก่งมาร่วมงานและเชื่อใจ บทบาทหลักของคุณซีเคคือการหาคนเก่งที่สุดมาทำงาน โดยเขาเชื่อว่าคนเก่งไม่จำเป็นต้องถูกบริหาร แต่ต้องการเป้าหมายที่ชัดเจน ส่วนหน้าที่หลักของคุณซีเค คือการสื่อสาร
ผู้นำต้องลงสนามรบ คุณซีเคระบุว่าลงไปทำงานทุกอย่าง มีส่วนร่วมอย่างมากกับทุกแผนก ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการตลาด โดยเชื่อว่าผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจคือคนที่พร้อมจะ “ลงไปอยู่ในสนามรบ” กับทีม
Product Market Fit สำคัญกว่ากำไร Fastwork ให้ความสำคัญกับการเติบโตของผู้ใช้ที่เกิดจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่จากการตลาดเพียงอย่างเดียว และเขามีวิสัยทัศน์ที่จะทำให้ Fastwork เป็นส่วนสำคัญของ GDP ประเทศ ยกตัวอย่าง บางแบรนด์แทบจะไม่ได้ลงทุนกับการทำการตลาดเลย แต่ตัวแบรนด์หรือสินค้าเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภค ส่งผลดีกับการเติบโตของธุรกิจผ่านพูดต่อมี Community คอยเข้าไปขับเคลื่อน
⚫ คุณ “เปา” พีรดนย์ เหมยากร (iHAVECPU)
เข้าใจทุกกระบวนการทำงาน โดยเริ่มต้นธุรกิจด้วยตัวเองจนเข้าใจทุกกระบวนการ ก่อนจะขยายทีมและมอบหมายงานให้คนที่เหมาะสม
ต้องบริหารคนเก่งแบบมีขอบเขต เขามองว่าคนเก่งต้องมีการกำหนดขอบเขตเพราะบางครั้งเหมือนเป็นดาบสองคม เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้
การปรับตัวและสร้าง Content ในยุคที่เงินไม่ใช่ทุกอย่าง เขามุ่งเน้นการสร้าง Content และ Personal Branding ที่คู่แข่งมีเงินเท่าไหร่ก็ซื้อไม่ได้ อย่างเช่นการไลฟ์สดเล่นเกม กินข้าว คำคม ยาวต่อเนื่องกว่า 9 ชั่วโมงต่อวัน
⚫ คุณ “ปุ้ย” วิภาวี วงศ์สิริศักดิ์ (GoWabi)
จ้างคนที่เหมาะสมกับงาน คุณปุ้ยเชื่อในการจ้างคนที่เหมาะสมกับงาน ไม่ใช่แค่คนที่เก่ง และให้คุณค่ากับ Passion ของคนรุ่นใหม่
สนับสนุน SME สำหรับ GoWabi เริ่มต้นด้วยความตั้งใจที่จะเป็นพาร์ทเนอร์ด้านการตลาดให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในธุรกิจสุขภาพและความงาม ซึ่งเธอรู้สึกอิ่มเอมใจเมื่อเห็นธุรกิจของพาร์ทเนอร์เติบโต ทำให้ธุรกิจบางธุรกิจสามารถเติบโตได้ สามารถเพิ่ม มี Community ในเรื่อง Wellness มากขึ้น
การร่วมทุนกับ OR การจับมือกับ OR ช่วยให้ GoWabi มีที่ปรึกษา, เข้าถึงข้อมูลขนาดใหญ่ และโอกาสในการขยายธุรกิจให้เติบโตในระดับประเทศและต่างประเทศ
นิยามของความสำเร็จและปรัชญาชีวิต
▪️ ️คุณอูน ชนิสรา ความสำเร็จ คือ การส่งมอบสิ่งที่มีคุณค่าให้ลูกค้า เธอรู้สึกเหมือนกำลังตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้ และความสุขของเธอมาจากการได้มอบความสุขเล็กๆ ให้ลูกค้า
▪️ ️คุณซีเค ความสำเร็จคือการสร้างองค์กรที่ประเทศขาดไม่ได้ จนสามารถสร้างอาชีพได้มากที่สุดในประเทศ
▪️ ️คุณเปา พีรดนย์ ความสำเร็จของเขาคือเพื่อตัวเอง ไม่ใช่เพื่อประเทศ เขาเชื่อว่าความสุขไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา และการยอมรับความจริงที่ว่าความสำเร็จแลกมาด้วยการทุ่มเทอย่างหนักหน่วงก็เป็นเรื่องปกติ
▪️ ️คุณปุ้ย วิภาวี ความสำเร็จของเธอคือการได้เห็นธุรกิจของพาร์ทเนอร์เติบโตและได้รับคำขอบคุณ ซึ่งมีคุณค่ามากกว่าผลตอบแทนที่เป็นตัวเงิน
ข้อคิดสุดท้ายเพื่อ “Staying Power” (การดำรงอยู่และเติบโตอย่างต่อเนื่อง)
▪️ ️คุณเปา พีรดนย์ คือ “มีวินัย”
▪️ ️คุณปุ้ย วิภาวี คือ “อดทน”
▪️ ️คุณซีเค คือ “กล้าที่จะฝันใหญ่และล้มเหลว ดีกว่าฝันเล็กและสำเร็จ”
▪️ ️คุณอูน ชนิสรา คือ “บาลานซ์เงินกับใจให้ดี”
— — — — — — — — — —
ช่วงที่ 2 : “The Unicorns” เสวนาภายใต้หัวข้อ The “Unbreakable Unicorns” ที่รวมยูนิคอร์นหัวแถวของไทยที่ยังยืนหยัดท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง
ในช่วงนี้เป็นการร่วมเสวนาโดย
1. คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai
2. คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด
3. คุณคมสันต์ แซ่ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด
การเสวนาครั้งนี้ดำเนินรายการโดย คุณชน วจนานนท์ โดยการเสวนาครั้งนี้เน้นไปที่แนวคิด การก่อตั้งสตาร์ทอักสู่อัพยูนิคอร์นชั้นนำของไทย ซึ่งการสนทนาครอบคลุมถึงเส้นทางการเป็นผู้ประกอบการ ความท้าทาย กุญแจสู่ความสำเร็จ และคำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการที่กำลังจะเริ่มต้น
⚫ แนวคิดแบบยูนิคอร์นและการนิยามความสำเร็จ
ในยุคที่มีความเสี่ยงมากมาย สตาร์ทอัพยังควรตั้งเป้าหมายที่จะเป็นยูนิคอร์นอยู่หรือไม่ หรือแค่การทำกำไรก็เพียงพอแล้ว?
คุณ ยอด ชินสุภัคกุล
ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “ถ้าจะทำสตาร์ทอัพแล้วไม่อยากเป็นยูนิคอร์น ก็อย่าทำสตาร์ทอัพ” เขามองว่าสตาร์ทอัพคือการรวมตัวกันของคนช่างฝันที่ต้องการเติบโตให้ใหญ่ สำหรับคุณยอดมองว่า เป้าหมายสูงสุดคือการเป็นยูนิคอร์น เพราะธุรกิจอื่นมีความเสี่ยงน้อยกว่าและต้องใช้เงินทุนและความมุ่งมั่นน้อยกว่า เขามองว่าตัวเองเป็น “วิศวกร” ที่สร้างและเชื่อมต่อส่วนต่างๆ เพื่อสร้างระบบนิเวศ (ecosystem) โดยเน้นว่าวิสัยทัศน์ในตอนแรกสามารถเปลี่ยนแปลงอย่างมากได้เมื่อธุรกิจพัฒนาไปและมีโอกาสใหม่ๆ เกิดขึ้น
คุณท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
จุดเริ่มต้นเราไม่ได้เน้นที่จะต้องเติบโตเพื่อเป็นยูนิคอร์นแต่เน้นที่วิสัยทัศน์ระยะยาวของการสร้าง “สถาบันที่ยั่งยืน” (sustainable institution) และ “สถาบันที่น่าเชื่อถือ” (respectable institution) ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ประเทศไทย มากกว่าที่จะเป็นเพียงแค่สตาร์ทอัพ คุณท๊อปมองว่าสถานะยูนิคอร์นเป็นเพียง “หลักชัย” (milestone) หนึ่งเท่านั้น
คุณคมสันต์ แซ่ลี้
แม้จะยอมรับถึงความยากลำบากและความ “เจ็บปวด” ของเส้นทางการทำธุรกิจแต่ก็เชื่อว่าโดยนัยในการตั้งเป้าหมายเพื่อผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ คุณคมสันกล่าวว่า “ถ้าผลตอบแทนใหญ่พอ คุณจะไม่ยอมแพ้” เขาเน้นว่าถ้าผลตอบแทนไม่มากพอ การทำงานในบริษัทอาจเป็นเส้นทางที่ง่ายกว่า
⚫ กุญแจสู่ความสำเร็จและการมองเห็นโอกาส
คุณยอด ชินสุภัคกุล
▪️โอกาสในการทำธุรกิจหลายครั้งมาจากการสังเกตและการสนทนา มาจากการพูดคุยกับผู้คนและการสังเกตแนวโน้มของตลาด (เช่น การใช้งานมอเตอร์ไซค์สำหรับเดลิเวอรีที่เพิ่มขึ้น, ผู้ใช้ระบบ POS ที่ต้องการโซลูชันการชำระเงิน)
▪️การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ โดยคุณยอดเน้นความสำคัญของการ “ทำงานเหมือนเป็นเจ้าของ” แม้จะเป็นเพียงพันธมิตร เมื่อร่วมมือกับ Line Man ในช่วงแรก คุณยอดบอกว่าได้เสนอฐานข้อมูลของ Wongnai ให้ฟรี โดยขอเพียงส่วนแบ่งรายได้ในอนาคต ความทุ่มเทนี้ส่งผลให้เกิดการควบรวมกิจการในที่สุด “เราทำงานราวกับเราเป็นเจ้าของก่อน จนในที่สุดเราก็กลายเป็นเจ้าของจริง ๆ”
▪️ความเปิดกว้างต่อโอกาส คุณยอดบอกว่า “ไม่ค่อยปฏิเสธโอกาส” โดยเชื่อว่าการลองทำและอาจล้มเหลวยังดีกว่าการมาเสียดายในภายหลัง
คุณท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
▪️ตามปรัชญาของ Steve Jobs คือ การเชื่อมโยงจุดต่าง ๆ อย่างเช่นความเข้าใจใน Bitcoin ของเขามาจากการศึกษาประวัติศาสตร์เศรษฐศาสตร์และการเงินโลก ทำให้มองเห็น “ความจริงที่คนส่วนใหญ่ไม่เห็น” คุณท๊อปบอกว่าการยืมวิสัยทัศน์ของคนอื่นมาปรับใช้ต่อโดยสังเกตว่าอินเทอร์เน็ต, บล็อกเชน, และสมาร์ทโฟนจะสร้างการเปลี่ยนแปลง (disrupt) การเงินได้อย่างมาก
▪️ความเชื่อมั่นจากประสบการณ์ของคุณท๊อป บอกว่าเป็นประสบการณ์ส่วนตัวในการโอนเงินระหว่างประเทศที่ช้าและมีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้ความเชื่อในศักยภาพของ Bitcoin ของเขาแข็งแกร่งขึ้น
คุณคมสันต์ แซ่ลี้
▪️คุณคมสันต์บอกว่า “ความไม่รู้คือจุดแข็ง” เพราะเราไม่รู้ เราจึงไม่กลัว เพราะเราไม่กลัว เราจึงกล้าลงมือทำ เขายอมรับว่าถ้าเขารู้ว่ามันจะยากเพียงใด เขาคงไม่เริ่มต้น
▪️การเรียนรู้จากผู้อื่นและการปรับใช้ คุณคมสันต์บอกว่าได้เห็นความสำเร็จของธุรกิจที่คล้ายกันในจีนและตัดสินใจที่จะ “ลอกเลียนและปรับใช้” (copy and adapt) โมเดลเหล่านั้นสำหรับประเทศไทย
▪️ความเชื่อและวิสัยทัศน์: คุณคมสันต์เน้นถึงความจำเป็นที่จะต้อง “เชื่อก่อนแล้วคุณจะเห็น” คล้ายกับทางคุณยอดที่บอกว่า “ล้างสมอง” ตัวเองและทีมให้เชื่อในความสำเร็จ แม้จะระดมทุนโดยมีพนักงานเพียงสามคน ย้ำหนักเน้น (โม้) ว่าเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ แล้วก็ร่วมกันสร้างฝันให้เป็นจริง
⚫ การเอาชนะความท้าทายและบทเรียนที่ได้รับ
ความเป็นมืออาชีพ
▪️คุณคมสันต์ แซ่ลี้ แนะนำผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นให้ “ไปทำงานกับมืออาชีพก่อน ไปทำงานกับบริษัทใหญ่ก่อน เรียนรู้ให้มากที่สุดแล้วค่อยออกมาทำ” เขาเสียใจที่การขาดความเป็นมืออาชีพของตัวเองทำให้เกิดคดีความจำนวนมากและความล้มเหลวที่เกือบจะทำให้บริษัทล่ม “ต้นทุนของการไม่เป็นมืออาชีพนั้นแพงมาก”
▪️คุณยอด ชินสุภัคกุล แม้ว่าจะไม่ “เป็นมืออาชีพ” ตั้งแต่วันแรก ในอดีตที่ผ่านมาคุณยอดได้เริ่มเข้าทำงานในบริษัทใหญ่ก่อนที่จะเริ่มต้น Wongnai ประสบการณ์นี้ช่วยลดความผิดพลาดไปได้บ้าง
▪️คุณท๊อป จิรายุส มองว่าการไม่ได้เป็นมืออาชีพมาตั้งแต่แรก สร้างความผิดพลาดเยอะมากๆ เพราะส่วนตัวไม่เคยไปทำงานในบริษัทใหญ่ๆ เริ่มจากไม่มีความรู้
ปัญหาทางการเงินของการทำธุรกิจ
▪️ คุณยอด ชินสุภัคกุล ประสบความเครียดจากการไม่สามารถจ่ายเงินเดือนพนักงานหรือแม้แต่เงินเดือนของตัวเองได้ในช่วงสองสามปีแรก กลายเป็นบทเรียนสำคัญ ต้องยอมรับว่าในช่วงแรกได้นำการเงินส่วนตัวและบริษัทมารวมกัน โดยไม่มีการวางแผน PNL หรือ Cash Flow ที่เป็นระเบียบ คุณยอดอธิบายว่าในช่วงเริ่มต้นเป็นเหมือน “เด็ก” ที่ไม่ได้วางแผนอะไรไว้ดี
▪️คุณท๊อปจิรายุส ไม่ได้จ่ายเงินเดือนให้ตัวเองในช่วง 10 เดือนแรกและเหลือเงินทุน (runway) เพียงสองเดือนสำหรับพนักงาน 80 คน เขาได้แบ่งปันเรื่องราวความขัดแย้งที่คล้ายกันกับพ่อแม่ ซึ่งไม่เข้าใจเรื่อง Bitcoin เรียนจบมาต่างประเทศแต่มาทำธุรกิจฟอกเงิน (ภาพลักษณ์ในตอนนั้นในสายตาของพ่อกับแม่)
▪️คุณคมสันต์ แซ่ลี้ ยอมรับว่ามี “หนี้สินจำนวนมาก” โดยคุณคมสันต์ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายที่ไม่เหมือนใคร เมื่อได้รับเงินลงทุนจำนวนมาก (300–400 ล้านบาท) เขากลับไม่รู้วิธีบริหารจัดการ ทำให้เกิดความวุ่นวายมากกว่าตอนที่ไม่มีเงินเสียอีก “ตอนไม่มีเงิน เราใช้จ่ายอย่างประหยัด…แต่พอมีเงินในกระเป๋าเยอะๆ ก็ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร”
สุขภาพจิตและสุขภาพกาย
▪️คุณท๊อป จิรายุส เน้นย้ำอย่างหนักแน่นถึงความสำคัญของการนอนหลับ “นอนให้พอ” เขามองว่าการนอนหลับเป็น “ยา” ที่ช่วยให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ 100% คุณท๊อปเล่าว่าในอดีตนอนหลับที่ไม่เพียงพอส่งผลต่อการตัดสินใจที่ผิดพลาดและมุมมองเชิงลบ ได้กลับมาเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพ โดยมองว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเป็นผู้บริหารที่ดีขึ้น
▪️คุณยอด ชินสุภัคกุล: มีอาการที่เกี่ยวข้องกับความเครียดในช่วงแรกของการทำงาน นอกจากนี้คุณยอดยังเชื่อว่าภาพลักษณ์และเสน่ห์ในทางบวกของซีอีโอ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากสุขภาพและรูปลักษณ์ที่ดี สามารถส่งผลกระทบบริษัทด้วย
▪️คุณคมสันต์ แซ่ลี้ เปิดเผยว่าเขาเชื่อว่าตัวเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและความวิตกกังวลมาตลอดชีวิตโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งได้ดูซีรีส์ชีวประวัติของตัวเอง เขายังยอมรับว่าเคยติดแอลกอฮอล์จนมีอาการมือสั่นเมื่อไม่ดื่ม แต่ปัจจุบันลดการบริโภคลงแล้ว
ความมุมานะและความรับผิดชอบ
▪️คุณยอด ชินสุภัคกุล ช่วงหนึ่งก็เคยมีความคิดอยากเลิกแต่ทีมผู้ร่วมก่อตั้งไม่เคยยอมแพ้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เขาย้ำความสำคัญของการรูปแบบของการ “ล้างสมอง” (brainwashing) ให้ผู้อื่นเชื่อในวิสัยทัศน์ของพวกเขา มั่นใจในการทำธุรกิจว่าต้องสำเร็จ
▪️คุณท๊อปจิรายุส ยังไม่เคยยอมแพ้แต่มีความรู้สึกท้อแท้บ้างในบางครั้ง แต่เรามีเรื่องของความรับผิดชอบอยู่ “เราต้องรับผิดชอบ เราเป็นคนที่พาคนอื่นมาด้วย” คุณท๊อปเน้นย้ำถึงความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงที่มีต่อลูกค้า
▪️คุณคมสันต์ แซ่ลี้ กล่าวว่าเขาอยากจะเลิกทำ “ทุกวัน” แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากมีหนี้สินจำนวนมาก (ทั้งทางการเงินและต่อผู้ลงทุน/พนักงาน) เขาย้ำว่านี่เป็น “หน้าที่” ที่ต้องทำต่อไป
⚫ มุมมองสำหรับสตาร์ทอัพใหม่ในประเทศไทย
คุณยอด ชินสุภัคกุล
▪️“มันไม่ง่าย มันยากมาก” คุณยอดเล่าว่าเขาเชื่อว่าตลาด B2C (ธุรกิจถึงผู้บริโภค) ส่วนใหญ่ถูกครอบครองโดยผู้เล่นที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติ)
▪️ตลาด B2B (ธุรกิจถึงธุรกิจ) อาจมีโอกาสอยู่บ้าง แต่ก็อาจอยู่ในระดับ SME ไม่ใช่ระดับยูนิคอร์น
▪️AI คือโอกาส เป็น “คลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี” ครั้งใหม่ที่มาพร้อมกับ AI อาจเป็น “แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์” ธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI ใหม่ควรตั้งเป้าหมายไปที่ตลาดโลกตั้งแต่เริ่มต้นเขามองว่าโอกาสประสบความสำเร็จอยู่ที่ “ประมาณ 1%”
▪️โชคคือสิ่งที่สร้างขึ้น คุณยอดเชื่อว่า “โชคจะตามคนที่วิ่งไล่มัน” ซึ่งหมายถึงคนที่ทำงานหนักและเตรียมพร้อม
คุณท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
▪️จังหวะเวลาคือหัวใจสำคัญ เพราะความสำเร็จขึ้นอยู่กับ “จังหวะเวลาที่สมบูรณ์แบบ” (perfect timing) อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ Bitkub สามารถเกิดขึ้นได้มาช่วงจังหวะเวลาเหมาะสมพอดี
▪️มองหาโอกาสใหม่ เช่น AI, Longevity, 3D Printing, Internet from the Sky, และเทคโนโลยี AR/VR ว่ายังไม่มีผู้นำที่ชัดเจนในประเทศไทย จึงเป็นโอกาส
▪️ขณะที่ยังคงดำเนินงานในประเทศไทย คุณท๊อปแนะนำแนวทาง “สัจนิยม” (realist) เหนืออุดมคติสำหรับการลงทุนใหม่ โดยสร้าง เกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง” (เช่น การจัดการภาษี, การจดทะเบียนเชิงกลยุทธ์) เพื่อทำให้บริษัทแข็งแกร่งและเปราะบางน้อยลง
คุณคมสันต์ แซ่ลี้
▪️ประเทศไทยเป็นตลาดกำลังพัฒนา ทำให้ยังมี “ช่องว่างและโอกาสมากมาย” สำหรับธุรกิจ
▪️การท้าทายผู้เล่นรายใหญ่ โดยผู้มาใหม่ต้องเป็น “คนที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน” เพื่อเอาชนะผู้เล่นรายใหญ่ได้อุตสาหกรรมที่มีอยู่ “สุกงอมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง”
▪️การร่วมมือกับต่างชาติเป็นส่วนหนึ่งของการมองหาโอกาสเข้าสู่ตลาดไทย แทนที่จะพยายามสร้างขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้น
▪️การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ช่วยลดความจำเป็นในการใช้ทีมงานและเงินทุนจำนวนมาก ทำให้การสร้างการเปลี่ยนแปลง (disruption) ทำได้ง่ายขึ้น
▪️ความมุมานะและอดทน เพราะ”โอกาสมีอยู่เสมอ อย่าเพิ่งยอมแพ้”
▪️คุณคมสันต์เน้นว่าในขณะที่ต้องทุ่มสุดตัว (“all in”) การมี “แผน B” สำหรับการปรับตัว (ไม่ใช่การยอมแพ้) เป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่มีแผนไหนที่สมบูรณ์แบบ
⚫ ความสำคัญของระบบสนับสนุน
ผู้ร่วมก่อตั้ง/พันธมิตร
▪️ คุณยอด ชินสุภัคกุล ให้เครดิตกับความแน่วแน่และคุณค่าร่วมกันของผู้ร่วมก่อตั้ง อย่างเรื่องความไม่โลภ, เต็มใจทำงานหนัก, เน้นการเติบโตระยะยาว ว่าเป็นสิ่งสำคัญ
▪️คุณท๊อปจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ยอมรับว่ามีการไม่เห็นด้วยกับผู้ร่วมก่อตั้งบ่อยครั้ง แต่ความเชื่อและความรับผิดชอบร่วมกันทำให้พวกเขาร่วมงานกันต่อไป เขาย้ำความสำคัญของการมีพันธมิตรที่ “เข้ากันได้” (compatible) และมีทักษะที่เสริมกัน และเต็มใจที่จะ “ประนีประนอม”
⚫ คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการที่กำลังจะเริ่มต้น
คุณคมสันต์ แซ่ลี้
▪️ ยืมเงินตั้งแต่เนิ่นๆ คุณคมสันต์ระบุว่า “โทรหาทุกคนที่คุณรู้จักและขอยืมเงิน คุณจะต้องใช้มันแน่นอน” สิ่งนี้ยังทำหน้าที่เป็น “การตรวจสอบเครดิต” ว่าใครที่สนับสนุนคุณอย่างแท้จริง
▪️ มีแผน B เสมอ สำหรับการปรับตัว ไม่ใช่สำหรับการยอมแพ้
คุณท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
▪️ ️อย่า “หน้าใหญ่” การเอาชนะความกลัวที่จะล้มเหลว, ดูไม่ดี หรือเสียหน้า เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทดลองและความยืดหยุ่น “เราเคยดูไม่ดีจนเป็นเรื่องปกติ”
▪️ ️อย่ายอมแพ้ เราต้องเป็นคนที่ “กัดแล้วอย่าปล่อย” ความมุมานะเป็นกุญแจสำคัญในการอดทนจนกว่า “จังหวะ” ของคุณจะมาถึง
คุณยอด ชินสุภัคกุล
▪️ ️“ความเอื้อเฟื้อเป็นสิ่งสำคัญ” มีความยุติธรรม, ให้การสนับสนุน, และเต็มใจที่จะให้ความสำคัญกับทีมเป็นอันดับแรก แม้ในยามที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากทางการเงิน “แม้จะจน เราก็ต้องเป็นคนใจกว้าง”
— — — — — — — — — —
คำเตือน:
-คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
-ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตหรือผลการดําเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทน ของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดําเนินงานในอนาคต
— — — — — — — — — —
หากคุณยังเป็นมือใหม่ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในบทความ “แหล่งความรู้ มือใหม่หัดเทรดคริปโต เริ่มต้นที่นี่” แล้วมาเริ่มต้นเทรดได้วันนี้ที่ Bitkub Exchange → คลิกสมัครเลย
— — — — — — — — — —
ที่มา:
Medium