เจาะลึก
icon BTC

ทำไมหุ้นบริษัทที่ถือ Bitcoin เป็นงบสำรอง ถึงมีความเสี่ยงที่คาดไม่ถึง

ผู้เขียน : AI Generated06 ต.ค. 69อ่าน : 2CryptoPotatoCryptoPotato
AI Generated
06 ต.ค. 69อ่าน : 2CryptoPotato
ทำไมหุ้นบริษัทที่ถือ Bitcoin เป็นงบสำรอง ถึงมีความเสี่ยงที่คาดไม่ถึง

เทรนด์การถือ Bitcoin เป็นงบสำรองของบริษัทที่กำลังเติบโต

ปัจจุบันมีบริษัทจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่นำ Bitcoin เข้ามาเก็บไว้ในงบการเงินโดยตรง สำหรับนักลงทุนสายดั้งเดิมหลายคน การซื้อหุ้นของบริษัทเหล่านี้เลยดูเป็นวิธีที่สะดวกในการลงทุนคริปโต โดยไม่ต้องถือเหรียญดิจิทัลเอง

อย่างไรก็ตาม การถือหุ้นในบริษัทที่มี Bitcoin เป็นงบสำรองนั้นไม่เหมือนกับการถือ Bitcoin เพียวๆ Andrew Webley ซีอีโอของ The Smarter Web Company เพิ่งออกมาเตือนว่า รูปแบบของบริษัทเหล่านี้มาพร้อมกับความเสี่ยงเฉพาะตัวที่นักลงทุนทุกคนควรทำความเข้าใจ

ในการสัมภาษณ์กับ Stephen Livera ผู้สนับสนุน Bitcoin ทาง Webley ได้ชี้ให้เห็นถึงสองปัจจัยสำคัญ นั่นคือ การขยายความผันผวนเชิงโครงสร้าง และการบริหารงานของทีมผู้บริหาร

ความเสี่ยงที่ 1: ความผันผวนที่ถูกขยายผล ซึ่งเกิดผลได้ทั้งสองฝั่ง

ความเสี่ยงใหญ่ประการแรกที่ Webley ระบุไว้คือความผันผวน แม้ว่าการแกว่งตัวของราคา Bitcoin ในภาพรวมจะค่อยๆ ลดความรุนแรงลงเมื่อเทียบกับช่วงแรกๆ แต่ก็ยังคงผันผวนอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ทางการเงินทั่วไป

โมเดลการถือเหรียญเป็นงบสำรองของบริษัทจะทำหน้าที่เป็นตัวขยายการเคลื่อนไหวของราคาโดยธรรมชาติ เมื่อตลาดคริปโตพุ่งขึ้น ราคาหุ้นของบริษัทก็อาจพุ่งแรงกว่าราคา spot ของ Bitcoin มาก แต่เมื่อราคาปรับตัวลดลง เลเวอเรจเดียวกันนี้ก็กลับมาส่งผลเสียต่อผู้ถือหุ้น

คนส่วนใหญ่ไม่ชอบเวลาผมพูดแบบนี้ แต่มันไม่มีทางได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย คุณไม่สามารถได้ผลตอบแทนสูงโดยไม่มีความผันผวนได้

ความเสี่ยงที่ 2: การบริหารโดยคน เทียบกับโค้ดแบบกระจายศูนย์

ความเสี่ยงประการที่สองคือเรื่องการตัดสินใจของคน ตัว Bitcoin เองทำงานบนโค้ดแบบกระจายศูนย์ โดยไม่มีทีมผู้บริหารคอยตัดสินใจเรื่องการดำเนินงาน

ในทางกลับกัน บริษัทที่มี Bitcoin เป็นงบสำรองต้องพึ่งพาคณะกรรมการและผู้บริหารทั้งหมด ผู้บริหารต้องตัดสินใจว่าจะจัดโครงสร้างทุนอย่างไร จะออกกู้ยืม หรือระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้น ความผิดพลาดในส่วนนี้อาจสร้างความเสียหายต่อมูลค่าของผู้ถือหุ้นได้ แม้ว่าตัว Bitcoin เองจะทำผลงานได้ดีก็ตาม

Bitcoin ไม่มีผู้บริหาร แต่บริษัทที่มี Bitcoin เป็นงบสำรอง ผู้บริหารสามารถทำมันพังได้อย่างสิ้นเชิง

เปรียบเทียบผู้นำในอุตสาหกรรม: Strategy vs. Strive

ความเคลื่อนไหวในตลาดเมื่อเร็วๆ นี้ แสดงให้เห็นถึงขนาดและกลยุทธ์ที่แตกต่างกันของผู้ประกอบการ

บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Strategy เพิ่งเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 334 BTCBTC-0.21% คิดเป็นมูลค่า 28.7 ล้านดอลลาร์ ทำให้คลังสะสมรวมเพิ่มขึ้นเป็น 848,000 BTC ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการซื้อรวมเกือบ 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ที่ราคาซื้อเฉลี่ย 75,441 ดอลลาร์ต่อเหรียญ

ในวันเดียวกัน บริษัทสินทรัพย์อย่าง Strive ได้ซื้อ 2,000 BTC ในราคา 169 ล้านดอลลาร์ โดยจ่ายราคาเฉลี่ยที่ 84,422 ดอลลาร์ต่อเหรียญ การทำรายการนี้ดันให้การถือครองรวมของ Strive เพิ่มขึ้นเป็น 29,462 BTC

Matt Cole ซีอีโอของ Strive ระบุว่า บริษัทของเขาตั้งเป้าสร้างผลตอบแทนให้สูงกว่าคู่แข่งรายใหญ่ โดยการรักษาอัตราการขยายผลตอบแทน (amplification ratio) ให้สูงกว่า โดยปัจจุบัน Strive ดำเนินงานด้วยอัตรา amplification ratio ที่ 51.4% เมื่อเทียบกับ Strategy ที่อยู่ราวๆ 25%

เป้าหมายระยะยาวและการเคลื่อนไหวของตลาดล่าสุด

เมื่อมองไปในอนาคต Matt Cole ซีอีโอของ Strive คาดการณ์ว่า Bitcoin อาจมีโอกาสแตะระดับ 400,000 ถึง 500,000 ดอลลาร์ ได้ภายในปลายปี 2029

การบรรลุเป้าหมายราคาระยะยาวดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจสำคัญ เช่น เงินทุนไหลเข้าจากสถาบันอย่างต่อเนื่อง สภาพคล่องระดับมหภาคที่ดี และการขยายตัวของเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ในทางกลับกัน หากอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น หรือข้อจำกัดด้านกฎระเบียบเข้มงวดขึ้น ราคาอาจเผชิญกับการย่อตัวอย่างรุนแรง หรือสภาวะซบเซาเป็นเวลานาน

พฤติกรรมตลาดระยะสั้นชี้ให้เห็นถึงความผันผวนนี้ หลังจากรายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอในวันศุกร์ Bitcoin ได้ทะลุระดับ 87,000 ดอลลาร์ ชั่วคราวเป็นครั้งแรกในรอบสิบวัน

อย่างไรก็ตาม ราคาถูกปฏิเสธทันทีในเช้าวันจันทร์ และร่วงลงต่ำกว่า 84,000 ดอลลาร์ อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง การเคลื่อนไหวที่รุนแรงนี้ทำให้เกิดการล้างพอร์ต (liquidation) ในตลาดรวมเกือบ 600 ล้านดอลลาร์

จากข้อมูลของ CoinGecko ปัจจุบัน Bitcoin เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับ 86,000 ดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นการลดลงเล็กน้อย 0.5% ในรอบ 24 ชั่วโมง และเพิ่มขึ้นเกือบ 7% ในรอบ 30 วัน โดยยังคงอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 126,000 ดอลลาร์ ราว 32%

ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงผลตอบแทนในอนาคต

การถือครองโดยตรง เทียบกับ หุ้นบริษัท

การซื้อ Bitcoin โดยตรงช่วยให้คุณเข้าถึงตลาดคริปโตได้อย่างตรงไปตรงมาโดยไม่มีความเสี่ยงด้านผู้บริหาร ในทางกลับกัน การลงทุนในบริษัทที่มี Bitcoin เป็นงบสำรองจะเพิ่มเรื่องกลยุทธ์การบริหารและเลเวอเรจเข้ามาในสมการ

การเข้าใจความแตกต่างเชิงโครงสร้างเหล่านี้ ช่วยให้นักลงทุนประเมินได้ว่าตนเองชอบการถือสินทรัพย์ดิจิทัลแบบเพียวๆ หรือชอบวิศวกรรมทางการเงินของบริษัทมากกว่า

แหล่งอ้างอิง:CryptoPotatoCryptoPotato
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news
icon BTC

ทำไม Bitcoin ถึงร่วงหนัก $7,000 ในเวลาแค่ 3 วัน?

Bitcoin ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วจาก $87,000 เหลือ $80,400 ในเวลา 3 วัน จากการโอนเหรียญของรัฐบาลสหรัฐฯ เงินไหลออกจาก ETF และแรงกดดันทางมหภาค

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTC|
09 ต.ค. 69 | AI Generated
news

ทำไมหุ้นวันนี้ถึงพุ่งแรง: Sensex และ TCS รีบาวด์ดันตลาดเขียวขจี

ตลาดหุ้นอินเดียดีดตัวกลับขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งในวันศุกร์ หลังราคาน้ำมันดิบชะลอตัวและผลประกอบการหุ้นเทคโนโลยีออกมาดีเกินคาด ช่วยลดความกังวลของนักลงทุน

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
09 ต.ค. 69 | AI Generated
news

Pi Network เคลียร์ชัด! แผนดึง Stablecoin เสริมทัพ ยันเหรียญ PI ยังเป็นพระเอกเหมือนเดิม

ทีมพัฒนา Pi Network ออกมาชี้แจงแผนการใช้ Stablecoin ในระบบนิเวศ พร้อมย้ำให้ชาว Pioneers มั่นใจว่าเหรียญ PI ยังคงเป็นเหรียญหลักของเครือข่ายเช่นเดิม

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
09 ต.ค. 69 | AI Generated