บทความ
ภาษี Cryptocurrency 15% ไม่เห็นต้องกลัว!
สำหรับรายละเอียดของภาษีคริปโตนั้นได้มีการประกาศรายละเอียดออกมาตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยในวันนี้เราได้ยกเอาส่วนที่สำคัญของเนื้อหาในเอกสารมา ดังนี้
มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (ซ) และ (ฌ) ของ (๔) ในมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร
(ซ) เงินส่วนแบ่งของกําไร หรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกันที่ได้จากการถือหรือครอบครองโทเคนดิจิทัล
(ฌ) ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล ทั้งนี้ เฉพาะซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน”
มาตรา ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (ฉ) ของ (๒) ในมาตรา ๕๐ แห่งประมวลรัษฎากร
(ฉ) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๔) (ซ) และ (ฌ) ให้คํานวณหักในอัตราร้อยละ ๑๕.๐ ของเงินได้
ในช่วงแรกๆ ที่ได้มีการเผยเงื่อนไขในการจัดเก็บภาษีคริปโตออกนั้นค่อนข้างสร้างความปั่นป่วนให้กับนักเทรดไทยมากพอสมควร เนื่องจากตัวเลขในการจัดเก็บภาษีนั้นค่อนข้างสูง และเงื่อนไขในการจัดเก็บค่อนข้างคลุมเครือ
โดยเงื่อนไขในการจัดเก็บภาษีคือ “หัก 15% จากส่วนกำไร” ประมาณว่าซื้อเหรียญนึงด้วยทุน 1,000 บาท ขายตอนราคา 1,200 เท่ากับเราได้กำไร 200 บาท เราก็ต้องหัก 15% ของ 200 บาท (หรือ 30 บาท) ไว้จ่ายภาษีแบบรายได้บุคคลธรรมดาทันที
แต่ปัญหาคือจะทราบได้อย่างไรว่านั่นคือกำไรจริงๆ? เนื่องจากการตรวจสอบธุรกรรมการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลนั้นค่อนข้างซับซ้อน ยิ่งคนที่ซื้อขายผ่านตลาดนอกที่ไม่สามารถระบุต้นทุนได้หรือนอกตลาดยิ่งลำบากมากกว่าเดิมในการตรวจสอบ แถมในทางปฏิบัติแล้วยังไม่มีหน่วยงานภาครัฐหน่วยงานใดที่มีอำนาจสั่งตรวจหรือชำแหละได้ชนิดทุกรายการสั่งซื้อขายขนาดนั้น ก็เลยยังไม่มีการเก็บภาษีการเทรดส่วนนี้เป็นจริงจัง (ยกเว้นซื้อขายด้วยเงินก้อนจำนวนมากๆ)
สำหรับผู้ที่ซื้อขายและมีเงินเข้าออกบัญชีการเทรดด้วยเม็ดเงินมหาศาลแล้วมีจดหมายให้ยื่น Declare ทรัพย์สิน ก็จะต้องมีการจัดเตรียมเอกสารแจกแจงให้ชัดเจนว่าได้กำไรเท่าไหร่คิดเป็นรายได้บุคคลธรรมดา โดยถ้าสามารถ Declare ออกมาได้ว่าขาดทุนย่อยยับไม่มีกำไร นั่นก็เท่ากับว่าไม่เสียภาษีคริปโตนั่นเอง
สำหรับสายขุดเองก็ใช่ว่าจะปลอดภัย หากมีการถอนเงินออกบัญชีเทรดจำนวนมากๆ ผ่านระบบแล้วถูกเรียกตรวจสอบขึ้นมา สำหรับใครที่ขุดโดยใช้ชื่อนิติบุคคลยังพอสามารถเอาต้นทุนค่าไฟค่าเครื่องขุดไปแจกแจงเป็นต้นทุนได้ แต่สำหรับสายขุดทั่วไปที่เอาเหรียญไปขายแล้วถอนเงินออกมาเป็นเงินบาททีละมากๆ แล้วถูกตรวจสอบ ต้องมีการจัดทำเอกสารในการ Declare ให้ชัดเจนถึงที่มาที่ไปของเงินและการลงทุนให้ชัดเจนเพื่อให้เสียภาษีตามจริง แต่หากพลาดตรงนี้อาจต้องรับเต็มๆ คือจ่าย 15% จากเงินสดที่ถอนออกมา 100% เลยทีเดียว
จากที่กล่าวไปข้างต้นจะเห็นว่าถึงแม้จะมีกฏหมายประกาศออกมาแล้ว แต่ในทางปฏิบัติกลับติดขัดข้อจำกัดค่อนข้างมากในการจัดเก็บภาษีจากตรงนี้ ทางเราแนะนำให้ทุกท่านมีการจัดทำบัญชีให้ดี เพราะหากมีการถูกเรียกตรวจสอบก็สามารถเสียภาษีในเรทตามจริง
นอกจากนี้หากท่านมีการซื้อขายบน Exchange ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง เพื่อเป็นตัวกลางซื้อขาย Bitcoin หรือ Cryptocurrency อื่นๆ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทางเว็บเหล่านี้จะมีการจัดเก็บประวัติการทำธุรกรรมการทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายและฝากถอนทั้งเงินสดและเหรียญดิจิทัล
รูปแบบการแลกเปลี่ยนดังข้างต้นนี้นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการเทรดแล้ว ยังสามารถที่จะใช้ประวัติในการทำธุรกรรมที่บันทึกไว้มาชี้แจงได้หากถูกเรียกตรวจสอบ
โดยท่านสามารถทดลองเทรดบนกระดานซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฏหมายของเราได้ที่ https://www.bitkub.com/
ที่มา:
Medium