ข่าว
icon BTC

BlackRock เทขาย Bitcoin จริงหรือ? เจาะลึกเบื้องหลังเงินไหลออก IBIT กว่า 405 ล้านดอลลาร์

ผู้เขียน : AI Generated03 พ.ย. 69อ่าน : 0BeInCryptoBeInCrypto
AI Generated
03 พ.ย. 69อ่าน : 0BeInCrypto
BlackRock เทขาย Bitcoin จริงหรือ? เจาะลึกเบื้องหลังเงินไหลออก IBIT กว่า 405 ล้านดอลลาร์

BlackRock เพิ่งเทขาย Bitcoin ไป 405 ล้านดอลลาร์จริงๆ หรือเปล่า?

ถ้าคุณเล่นโซเชียลมีเดียช่วงนี้ คุณอาจจะเห็นโพสต์น่าตกใจที่บอกว่ายักษ์ใหญ่แห่งวงการลงทุนอย่าง BlackRock เทขาย Bitcoin ไปหลายร้อยล้านดอลลาร์ ข่าวลือนี้เริ่มขึ้นหลังจากกองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock มีเงินไหลออกสุทธิมหาศาลถึง 405.3 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 2 พฤศจิกายน

โพสต์พาดหัวข่าวสุดพีกกลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็วบนแพลตฟอร์มอย่าง X เช่น บัญชีดังอย่าง Whale Insider ได้โพสต์เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนว่า:

ด่วน: BlackRock ขาย $BTCBTC-0.61% มูลค่า 405.3 ล้านดอลลาร์

แม้พาดหัวนั้นจะฟังดูน่าตื่นตระหนก แต่มันข้ามรายละเอียดสำคัญไปครับ เพราะ BlackRock ไม่ได้เป็นคนซื้อขาย Bitcoin ในงบการเงินของตัวเอง แตเป็นลูกค้ารายย่อยและสถาบันที่ถือหุ้นกองทุนต่างหากที่ตัดสินใจถอนเงินออก แล้วทำไมความต่างนี้ถึงสำคัญกับนักลงทุนคริปโตทั่วไป? เรามาดูกันว่ากองทุนเหล่านี้ทำงานอย่างไร และทำไมการตัดสินใจของลูกค้าถึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อเหรียญในตลาด

Spot Bitcoin ETF ทำงานอย่างไร: ความต่างระหว่างลูกค้ากับผู้จัดการกองทุน

ถ้าอยากเข้าใจว่าทำไม BlackRock ไม่ได้เทขาย Bitcoin ของตัวเอง ลองจินตนาการว่า Spot Bitcoin ETF เป็นเหมือนตู้นิรภัยไฮเทคครับ เมื่อนักลงทุนซื้อหุ้น IBIT ผู้จัดการกองทุนก็ต้องไปซื้อ Bitcoin จริงๆ มาเก็บไว้ในตู้นั้น และเมื่อนักลงทุนตัดสินใจขายหุ้น ETF กระบวนการก็แค่ย้อนกลับ ผู้จัดการกองทุนต้องนำ Bitcoin ออกมาขายในจำนวนที่เท่ากัน เพื่อนำเงินสดไปคืนให้ลูกค้าที่มาขายคืน

ดังนั้น เงินไหลออก 405.3 ล้านดอลลาร์จึงสะท้อนการตัดสินใจของลูกค้านับพันราย ไม่ใช่กลยุทธ์จากผู้บริหารของ BlackRock แถมจริงๆ แล้ว BlackRock เสียรายได้ด้วยซ้ำเวลาเงินไหลออกจากกองทุน เพราะบริษัทเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการ 0.25% ต่อปีจากสินทรัพย์ทั้งหมดของ IBIT ยิ่งกองทุนเล็กลง BlackRock ก็ยิ่งได้เงินน้อยลง

แต่สำหรับคนถือคริปโตทั่วไป ผลลัพธ์สุดท้ายก็อาจรู้สึกไม่ต่างกันมากครับ เมื่อลูกค้าขายคืนหุ้น ETF เหรียญเบื้องหลังก็จะถูกนำออกมาขายในตลาดเสรี ทำให้เกิดแรงขายในระยะสั้น แม้ว่า Spot ETF จะช่วยให้นักลงทุนฝั่งการเงินดั้งเดิมเข้าสู่ตลาดคริปโตได้ง่ายขึ้น แต่สินทรัพย์ดิจิทัลก็ยังคงมีความผันผวนสูงโดยธรรมชาติ และกระแสเงินของกองทุนสถาบันอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอน

เจาะตัวเลข: สรุปเจาะลึกเงินไหลออก 405.3 ล้านดอลลาร์

จากข้อมูลของ Farside Investors แพลตฟอร์มติดตามนักลงทุนสถาบัน พบว่าวันที่ 2 พฤศจิกายน เป็นวันที่ IBIT มีเงินไหลออกต่อวันสูงที่สุดนับตั้งแต่ 26 มิถุนายน โดยมีแรงขายกระจายไปทั่วช่องทางการเงินดั้งเดิม แต่ก็มีกองทุนหนึ่งที่สวนกระแสขึ้นมา

  • เงินไหลออกสุทธิของ IBIT: มีเงินออกจากกองทุนหลักของ BlackRock สูงถึง 405.3 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว
  • ผลกระทบต่อตลาดรวม: กระแสเงินสุทธิของ Spot Bitcoin ETF ทุกกองในสหรัฐฯ ติดลบถึง 398.6 ล้านดอลลาร์
  • กองทุนสวนกระแส: Wise Origin Bitcoin Fund (FBTC) ของ Fidelity เป็น Spot ETF เพียงกองเดียวที่มีเงินไหลเข้าเป็นบวก โดยเพิ่มขึ้น 6.7 ล้านดอลลาร์
  • ยอดไหลออกรวม 2 วัน: เมื่อรวมกับเงินไหลออกวันศุกร์อีก 233.7 ล้านดอลลาร์ เท่ากับว่า IBIT เสียเงินไปถึง 639 ล้านดอลลาร์ในเวลาแค่ 2 วันทำการ
  • การถอนเงินของตลาดวงกว้าง: ยอดขายคืนรวมของ Spot Bitcoin ETF ทุกกองในสหรัฐฯ พุ่งเกิน 1.04 พันล้านดอลลาร์ภายใน 2 วันทำการนั้น

การพลิกผันอย่างกะทันหันนี้ทำให้นักวิเคราะห์ตลาดหลายคนตั้งตัวไม่ทัน เพราะมันลบภาพการเติบโตที่ต่อเนื่องมาหลายวันจนหมดสิ้น โดยระหว่างวันที่ 26 ถึง 29 ตุลา IBIT เคยดึงเงินไหลเข้าสุทธิได้ถึง 410.6 ล้านดอลลาร์ติดต่อกัน 4 วันทำการ แต่ภายในเวลาแค่ 24 ชั่วโมง กำไรเกือบทั้งหมดนั้นก็หายวับไปกับตา

ทำไมนักลงทุนถึงตื่นตระหนก? 3 ปัจจัยตระหนกหลัก

นักลงทุนสถาบันคงไม่อยู่ๆ ก็ถอนเงินหลายร้อยล้านออกไปโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน นักวิเคราะห์มองว่าเกิดจากปัจจัยลบหลายอย่างที่เข้ามาพร้อมกัน จนทำให้เกิดความระมัดระวังระลอกนี้ขึ้นมา

1. เหตุการณ์แฮก Binance ครั้งใหญ่ประวัติศาสตร์

แรงขายมหาศาลนี้เริ่มขึ้นเพียงวันเดียวหลังเกิดเหตุการณ์เจาะระบบความปลอดภัยครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโตบนกระดานเทรด Binance โดยบริษัทความปลอดภัยบล็อกเชนอย่าง TRM Labs ระบุว่าการโจรกรรมมูลค่าสูงถึง 6.36 พันล้านดอลลาร์เป็นฝีมือของ TraderTraitor กลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ การโจมตีครั้งนี้ดึงเงินออกไปได้ถึง 18,270 BTC จาก Hot Wallet ของ Binance ซึ่งข่าวความเสียหายร้ายแรงระดับนี้ ย่อมทำให้ผู้จัดการกองทุนสถาบันรู้สึกกังวลเป็นธรรมดา

2. ความระมัดระวังก่อนการเลือกตั้ง

ความไม่แน่นอนทางการเมืองก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน ผู้จัดการกองทุนดั้งเดิมหลายรายจึงเลือกที่จะลดความเสี่ยงและถือเงินสดไว้ก่อน จนกว่าผลการเลือกตั้งและทิศทางกฎหมายในอนาคตจะมีความชัดเจนขึ้น

3. ผลกระทบจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

สุดท้าย ความผันผวนในตลาดหุ้นวงกว้างก็มีส่วนทำให้เกิดการถอนเงินเช่นกัน การเทขายหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่างกะทันหันได้ส่งผลกระทบมาถึงสินทรัพย์ดิจิทัล เพราะพอร์ตของสถาบันมักจะมองว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์เติบโตสูงที่เคลื่อนไหวคล้ายหุ้นเทคในช่วงที่ตลาดมีการปรับฐาน

มองภาพใหญ่: สถานการณ์โดยรวมของ IBIT

แม้ข่าวเงินไหลออก 405.3 ล้านดอลลาร์จะพาดหัวใหญ่โต แตการมองตัวเลขนี้ในภาพรวมของการยอมรับคริปโตจากฝั่งสถาบันก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน

นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในเดือนมกราคม 2024 IBIT มียอดเงินไหลเข้าสุทธิสะสมรวมกว่า 6.59 หมื่นล้านดอลลาร์แล้ว เมื่อเทียบกับฐานเงินก้อนใหญ่ขนาดนั้น การถอนเงิน 405 ล้านดอลลาร์ในวันเดียวจึงถือเป็นการปรับฐานเล็กๆ เท่านั้น ไม่ใช่การล่มสลายของความสนใจจากนักลงทุนสถาบันแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระลึกไว้เสมอว่าผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงพฤติกรรมของตลาดในอนาคต ผลตอบแทนในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดำเนินงานในอดีตของผลิตภัณฑ์ทางการเงินมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต คุณสามารถติดตามราคาแบบเรียลไทม์และตัวเลขสถิติต่างๆ ได้โดยตรงผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Bitkub Market

แนวรับของ Bitcoin จะเป็นอย่างไรต่อไป?

คำถามสำคัญสำหรับคนในตลาดตอนนี้คือ การขายคืนครั้งนี้เป็นแค่การตอบสนองชั่วคราว หรือเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มระยะยาว เพราะ Spot ETF ได้กลายเป็นสะพานเชื่อมหลักระหว่างมุมมองของวอลล์สตรีทกับราคา Spot ของ Bitcoin ไปแล้ว

นักวิเคราะห์มองว่าเส้นทางข้างหน้าอาจเป็นไปได้ 2 แนวทาง ขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์ตลาดจะพัฒนาไปอย่างไร:

  • ฉากทัศน์กรณีตลาดขาขึ้น (Bullish): หากมีความชัดเจนหลังการเลือกตั้งและหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกเริ่มนิ่ง เงินไหลเข้า ETF จากสถาบันก็อาจจะกลับมา ซึ่งจะช่วยให้ Bitcoin รักษาแนวรับราคาปัจจุบันและกลับมาสร้างแรงส่งฝั่งขาขึ้นได้อีกครั้ง
  • ฉากทัศน์กรณีตลาดขาลง (Bearish): หากการขายคืน ETF ยังคงดำเนินต่อไปติดต่อกันหลายสัปดาห์ ควบคู่ไปกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาค ราคาของ Bitcoin ก็อาจถูกกดดันให้ลงไปทดสอบแนวรับเดิมที่ต่ำกว่าได้

การเข้าใจความแตกต่างระหว่างผู้จัดการกองทุนกับนักลงทุนในกองทุน ช่วยให้คุณมองทะลุพาดหัวข่าวที่เว่อร์เกินจริงได้ BlackRockไม่ได้ละทิ้ง Bitcoin เพียงแต่ลูกค้าของเขากำลังจัดการความเสี่ยงของตัวเองในสัปดาห์ที่ตลาดผันผวนก็เท่านั้นเอง

แหล่งอ้างอิง:BeInCryptoBeInCrypto
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news
icon NEARicon SHIBicon XRP

David Schwartz เคลียร์ชัด! บทบาทปัจจุบันของเขาที่ Ripple คืออะไรกันแน่

David Schwartz อดีต CTO ของ Ripple ออกมาชี้แจงสถานะในคณะกรรมการบริหาร พร้อมเผยบทบาทที่ยังคงขับเคลื่อนชุมชน XRP อย่างต่อเนื่อง

03 พ.ย. 69
AI Generated
0
icon source
icon NEARicon SHIBicon XRP|
03 พ.ย. 69 | AI Generated
news
icon BTC

Liquid Network ดึงทุนสำรอง Bitcoin กลับมาหนุนหลังเต็ม 100% หลังถูกแฮก

Liquid Network กู้คืนเงินสำรอง Bitcoin แบบ 1:1 สำเร็จแล้ว หลังผ่านเหตุการณ์ถูกแฮกเงินไปกว่า 320 ล้านดอลลาร์เมื่อสองเดือนก่อน มาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นและทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

03 พ.ย. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTC|
03 พ.ย. 69 | AI Generated
news
icon ETH

Ethereum ในฐานะทางด่วนการเงิน: เหตุผลที่ทำไม ETH ถึงน่าจับตา

Joseph Chalom อดีตผู้บริหาร BlackRock อธิบายว่าทำไม Ethereum ถึงเปรียบเสมือนทางด่วนสายหลักสำหรับ Tokenization ของ Wall Street และธุรกรรมของ AI

03 พ.ย. 69
AI Generated
0
icon source
icon ETH|
03 พ.ย. 69 | AI Generated