Bitcoin ETF ของ BlackRock เจอเงินไหลออกครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน

เงินไหลออกจาก BitcoinBTC-1.27% ETF ของ BlackRock ครั้งใหญ่ในวันจันทร์
กองทุน spot Bitcoin ETF ตัวท็อปของ BlackRock เจอแรงเทขายครั้งใหญ่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยนักลงทุนสถาบันถอนเงินออกจากกองทุนสูงถึง 405.3 ล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว
การถอนเงินทุนก้อนใหญ่นี้ถือเป็นเงินทุนไหลออกต่อวันครั้งใหญ่ที่สุดของกองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน
การไถ่ถอนหน่วยลงทุนอย่างหนักนี้ส่งผลให้กระแสเงินทุนสุทธิรวมของกองทุน spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ติดลบ โดยภาพรวมกองทุนเหล่านี้มีเงินทุนไหลออกสุทธิเกือบ 399 ล้านดอลลาร์ในการเริ่มซื้อขายของเดือนพฤศจิกายน
ETF Inflows และ Outflows คืออะไร?
หากต้องการเข้าใจว่าการเคลื่อนไหวนี้หมายถึงอะไร ลองมาทบทวนวิธีทำงานของ Exchange-Traded Fund (ETF) กันก่อน ให้นึกภาพว่า ETF คือตะกร้าที่ถือสินทรัพย์จริงไว้ให้นักลงทุน
เมื่อนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นของ spot Bitcoin ETF เงินสดใหม่ก็จะไหลเข้าสู่กองทุน ผู้จัดการกองทุนต้องไปกว้านซื้อ Bitcoin จริงในตลาดเพื่อมาหนุนหุ้นใหม่เหล่านั้น เราเรียกสิ่งนี้ว่า เงินไหลเข้า (inflow)
ในทางกลับกัน เมื่อนักลงทุนขายหุ้น ETF คืน เงินสดก็ไหลออกจากกองทุน ผู้จัดการกองทุนก็ต้องขาย Bitcoin ที่ถืออยู่ออกมาเพื่อคืนเป็นเงินสด เราเรียกสิ่งนี้ว่า เงินไหลออก (outflow)
เงินไหลออกไม่ได้แปลว่าสินทรัพย์นั้นกำลังล้มเหลว มันแค่แสดงว่านักลงทุนรายใหญ่ตัดสินใจลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนนั้น ณ วันดังกล่าว
เจาะลึกการถอนเงิน 405.3 ล้านดอลลาร์
ตัวเลขเงินไหลออก 405.3 ล้านดอลลาร์จาก IBIT ในวันจันทร์มีความสำคัญมาก เพราะ BlackRock คือผู้จัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และกองทุน ETF ของเขามักจะมีเงินไหลเข้าเป็นอันดับต้นๆ ของตลาดเสมอ
เงินไหลออกหนักขนาดนี้เกิดขึ้นได้ยากมากสำหรับ IBIT โดยครั้งล่าสุดที่เห็นการถอนเงินระดับนี้ต้องย้อนกลับไปถึงเดือนมิถุนายนเลยทีเดียว
ที่น่าสนใจคือ ยอดเงินไหลออกสุทธิรวมของ spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ทั้งหมดอยู่ที่เกือบ 399 ล้านดอลลาร์ในวันจันทร์ นั่นแสดงว่าแม้ BlackRock จะเผชิญเงินไหลออกหนัก แต่กองทุนคู่แข่งบางแห่งก็ยังมีเงินไหลเข้าเล็กน้อย ช่วยลดตัวเลขขาดทุนสุทธิของทั้งตลาดลงได้นิดหน่อย
ทำไมสถาบันใหญ่ๆ ถึงถอนเงินออก?
กองทุนระดับสถาบันดูแลเงินหลายพันล้านดอลลาร์ภายใต้กฎเกณฑ์ที่เข้มงวด พวกเขามักจะปรับพอร์ตด้วยเหตุผลด้านการบริหารตามปกติ มากกว่าจะเกิดจากความตื่นตระหนก
และนี่คือปัจจัยทั่วไปบางประการที่อยู่เบื้องหลังการถอนเงินของสถาบัน:
- การขายทำกำไร (Profit-Taking): ผู้จัดการกองทุนอาจขายสินทรัพย์บางส่วนออกไปเพื่อล็อคกำไร หลังจากราคาปรับตัวสูงขึ้น
- การปรับสมดุลพอร์ตรายเดือน (Monthly Rebalancing): กองทุนขนาดใหญ่มักปรับสัดส่วนการถือครองเป็นประจำในช่วงต้นหรือสิ้นเดือน
- การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจมหภาค: แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยหรือรายงานเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป อาจทำให้สถาบันเลือกถือเงินสดเพิ่มขึ้นชั่วคราว
- การลดความเสี่ยง: เทรดเดอร์มืออาชีพมักจะลดขนาดสถานะลง เมื่อความผันผวนของตลาดในระยะสั้นเพิ่มสูงขึ้น
กระแสเงิน ETF ส่งผลต่อตลาดอย่างไร?
Spot Bitcoin ETF ได้กลายมาเป็นตัวขับเคลื่อนสภาพคล่องหลักในตลาดคริปโต เพราะช่วยเชื่อมสถาบันการเงินในวอลล์สตรีทเข้ากับตลาด spot ของ Bitcoin โดยตรง
เมื่อ ETF เผชิญเงินไหลออกอย่างหนัก ผู้จัดการกองทุนก็ต้องขาย Bitcoin จริงออกมา อุปทานที่เพิ่มขึ้นนี้อาจสร้างแรงกดดันให้ราคาปรับตัวลงในระยะสั้นได้
อย่างไรก็ตาม ทิศทางกระแสเงินของ ETF สามารถกลับทิศได้อย่างรวดเร็ว เงินไหลออกหนักเพียงวันเดียวไม่ได้ยืนยันถึงแนวโน้มขาลงระยะยาว เช่นเดียวกับวันที่เงินไหลเข้ามากก็ไม่ได้การันตีว่าราคาจะพุ่งขึ้นเรื่อยๆ
ทำความเข้าใจความเสี่ยงและความผันผวนของตลาด
สินทรัพย์คริปโตยังคงมีความผันผวนโดยธรรมชาติ ความผันผวนของราคาอาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วจากกิจกรรมของสถาบัน การอัปเดตด้านกฎระเบียบ หรือพัฒนาการทางเศรษฐกิจมหภาค
นักลงทุนควรประเมินเป้าหมายทางการเงินและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้อยู่เสมอ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลิตภัณฑ์กองทุนที่เกี่ยวข้อง
ผลตอบแทนในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงิน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต
หากต้องการติดตามแนวโน้มราคาและข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์ คุณสามารถเข้าไปดูได้ที่ Bitkub Market
สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไป
เมื่อเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน ผู้ร่วมตลาดจะคอยเฝ้าระวังตัวชี้วัดหลายๆ ตัว เพื่อประเมินมุมมองของนักลงทุนสถาบัน:
- กระแสเงิน ETF ต่อเนื่อง: รอดูว่าเงินไหลออกในวันจันทร์เป็นแค่เหตุการณ์ชั่วคราว หรือเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มต่อเนื่องหลายวัน
- ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค: การประกาศของธนาคารกลางและรายงานเศรษฐกิจ จะยังคงมีอิทธิพลต่อการจัดสรรเงินทุนต่อไป
- ความหนาแน่นของตารางเสนอซื้อเสนอขาย (Order Book Depth): สภาพคล่องของตลาดจะแสดงให้เห็นว่ากระดานเทรดแบบ spot สามารถรองรับแรงขายจากสถาบันได้ดีเพียงใด
การติดตามข้อมูลที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว จะช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจได้อย่างรอบคอบในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
บทความล่าสุด

สภา NEAR อนุมัติลดเพดานการผลิตเหรียญรายปีลงเหลือ 1.6%
สภา House of Stake ของ NEAR Protocol อนุมัติข้อเสนอ HSP-029 ปรับลดเพดานการผลิตเหรียญรายปีจาก 2.5% เหลือ 1.6% โดยจะค่อยๆ ปรับลดลงในระยะเวลา 24 เดือน

ยอดประเมินเคสต้องสงสัยโจรกรรมคริปโตในยุโรปพุ่งแตะ 133 ล้านดอลลาร์: ZachXBT
ZachXBT นักสืบบล็อกเชนแกะรอยพบการถอนเงินออกจากศูนย์ซื้อขายเพิ่มอีก 27 ล้านดอลลาร์ที่เชื่อมโยงกับเหตุโจรกรรมคริปโตครั้งใหญ่ในยุโรป ดันยอดความเสียหายประเมินพุ่งสูงถึง 133 ล้านดอลลาร์

Cipher Mining โชว์กำไร Q3 พุ่ง 31 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางการปรับทัพลุยธุรกิจ AI
Cipher Mining รายงานกำไรไตรมาส 3 สูงถึง 31 ล้านดอลลาร์ จากอานิสงส์กำไรทางบัญชี 127 ล้านดอลลาร์ แม้ว่ารายได้หลักจะลดลง 63% ก็ตาม