Bitcoin เสี่ยงปิดลบเป็นสัปดาห์ที่ 5 ขณะที่ตลาดจับตาด้วยความระมัดระวัง

BitcoinBTC-1.21% เสี่ยงปิดลบติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5
ตอนนี้ Bitcoin กำลังดิ่งลงสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกันครับ หากราคายังปิดลบเมื่อจบสัปดาห์นี้ ก็จะทำสถิติราคาลดลงต่อเนื่องยาวนานที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ของคริปโทเลยทีเดียว
สำหรับคนที่ติดตามตลาด แท่งเทียนสีแดงติดกัน 5 สัปดาห์ถือเป็นสัญญาณที่มองข้ามไม่ได้เลย สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคยังคงส่งผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต คุณสามารถติดตามราคาและแนวโน้มตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลแบบเรียลไทม์ได้ที่ Bitkub Market
3 ปัจจัยสำคัญที่กดดันบรรยากาศการลงทุน
ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีไม่ได้เคลื่อนไหวโดยลำพังครับ แต่ได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ฟื้นตัว และคำเตือนเรื่องผลประกอบการของบริษัทใหญ่ๆ จนทำให้นักลงทุนทั่วโลกต้องเพิ่มความระมัดระวัง
1. การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ
การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่กำลังจะมาถึง เพิ่มความไม่แน่นอนให้ตลาดการเงินทั่วโลก ในช่วงที่มีเหตุการณ์ทางการเมืองใหญ่ๆ นักลงทุนสถาบันมักจะลดความเสี่ยงลงและรอดูสถานการณ์ก่อน
ผลการเลือกตั้งอาจส่งผลกระทบต่อนโยบายการคลัง กฎระเบียบข้อบังคับ และแผนการใช้จ่ายของรัฐบาล ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบต่อไปยังทั้งตลาดการเงินดั้งเดิมและตลาดสินทรัพย์คริปโท
2. ราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวกลับขึ้นมา
ราคาน้ำมันเริ่มดีดตัวกลับขึ้นมาหลังจากที่ลดลงไปก่อนหน้านี้ ซึ่งต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั่วโลก
เมื่อต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ธนาคารกลางก็ต้องเผชิญแรงกดดันในการคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่สูงมักจะลดสภาพคล่องในระบบ ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงสูงดูน่าดึงดูดลดลงสำหรับผู้จัดสรรเงินทุน
3. คำเตือนเรื่องกำไรของ Apple
Apple ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยี เพิ่งออกมาระบุถึงความกังวลเกี่ยวกับอัตรากำไร โดยชี้ให้เห็นถึงแรงกดดันจากอุปสงค์ของผู้บริโภคทั่วโลกและต้นทุนห่วงโซ่อุปทาน
ในฐานะหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนที่ใหญ่ที่สุดในโลก Apple จึงเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญของกำลังซื้อผู้บริโภคและผลประกอบการภาคธุรกิจ คำเตือนเรื่องกำไรจากหุ้นเทคขนาดใหญ่เช่นนี้ มักส่งผลให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดคริปโท
ปัจจัยมหภาคเชื่อมโยงกับคริปโทอย่างไร?
ในอดีต Bitcoin มักจะเคลื่อนไหวเป็นอิสระจากตลาดหุ้นดั้งเดิม แต่เมื่อนักลงทุนสถาบันเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ความสัมพันธ์กับดัชนีหุ้นหลักและตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
เมื่อปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคผลักดันให้ตลาดดั้งเดิมต้องเน้นตั้งรับ สินทรัพย์คริปโทก็มักจะเผชิญกับแรงขายในลักษณะเดียวกัน
ผู้ร่วมตลาดควรระมัดระวังความผันผวนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอาจช่วยหนุนราคาสินทรัพย์ได้ในที่สุด แต่เงินเฟ้อที่ยืดเยื้อหรือนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น อาจกดดันให้ราคาปรับตัวลงได้ในระยะสั้น
สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไป
ในช่วงที่ตลาดกำลังระมัดระวังตัวเช่นนี้ นักลงทุนกำลังเฝ้าติดตามปัจจัยสำคัญหลายประการ:
- ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ และสัญญาณนโยบายที่จะตามมา
- แนวโน้มตลาดพลังงานและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อข้อมูลเงินเฟ้อรายเดือน
- รายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่กำลังจะประกาศ
- ถ้อยแถลงของธนาคารกลางเกี่ยวกับการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย
การเข้าใจปัจจัยเศรษฐกิจโลกเหล่านี้ ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าทำไมสินทรัพย์ดิจิทัลถึงมีการปรับฐานราคานานหลายสัปดาห์ ในช่วงที่ตลาดวงกว้างเกิดการเปลี่ยนแปลง
บทความล่าสุด

Liquid Network เติมทุนสำรอง Bitcoin ครบ 1:1 แล้ว หลังเหตุการณ์ถูกแฮก
Liquid Network เติมทุนสำรอง Bitcoin จนเต็มจำนวนหลังเหตุการณ์ถูกแฮกเมื่อเดือนกันยายน ทำให้ LBTC กลับมามี Bitcoin ค้ำประกันแบบ 1:1 เต็มจำนวนอีกครั้ง

สภา NEAR อนุมัติลดเพดานการผลิตเหรียญรายปีลงเหลือ 1.6%
สภา House of Stake ของ NEAR Protocol อนุมัติข้อเสนอ HSP-029 ปรับลดเพดานการผลิตเหรียญรายปีจาก 2.5% เหลือ 1.6% โดยจะค่อยๆ ปรับลดลงในระยะเวลา 24 เดือน

Bitcoin ETF ของ BlackRock เจอเงินไหลออกครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน
กองทุน spot Bitcoin ETF ของ BlackRock มีเงินไหลออกสูงถึง 405.3 ล้านดอลลาร์ในวันจันทร์ ฉุดให้กระแสเงินทุนรวมของกองทุน Bitcoin ในสหรัฐฯ ร่วงลงสู่แดนลบในการเริ่มซื้อขายของเดือนพฤศจิกายน