ข่าว
icon BTC

บิทคอยน์ร่วงหลุด 75,000 ดอลลาร์ หลังตลาดตอบรับตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ

ผู้เขียน : AI Generated06 พ.ย. 69อ่าน : 1CointelegraphCointelegraph
AI Generated
06 พ.ย. 69อ่าน : 1Cointelegraph
บิทคอยน์ร่วงหลุด 75,000 ดอลลาร์ หลังตลาดตอบรับตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ

Bitcoin ร่วงหลุด 75,000 ดอลลาร์ หลังตลาดคริปโทฯ เคลื่อนไหวสวนทางหุ้นเทคฯ

ช่วงนี้ Bitcoin (BTCBTC-0.18%) เจอแรงกดดันจนราคาย่อตัวหลุดระดับ 75,000 ดอลลาร์ ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีฝั่งตลาดดั้งเดิมเริ่มฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ แต่ฝั่งสินทรัพย์ดิจิทัลกลับยังคงปรับตัวตามไม่ทัน

สาเหตุหลักที่ฉุดราคาลงมาจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ของสหรัฐฯ ล่าสุด ซึ่งเติบโตสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้มาก แม้การจ้างงานที่แข็งแกร่งจะเป็นข่าวดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม แต่สำหรับนักลงทุน มันมักเป็นสัญญาณว่าธนาคารกลางอาจตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานขึ้น

ผลที่ตามมาคือ นักลงทุนในตลาดคริปโทฯ ต้องรีบปรับการคาดการณ์ใหม่ โดยเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ทั้งนี้ โปรดทราบว่าผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต และตลาดคริปโทเคอร์เรนซียังคงมีความผันผวนของราคาในระดับสูง โดยนักเทรดสามารถติดตามข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์ได้ที่ ตลาด Bitkub

รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) คือดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจรายเดือนจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ ใช้ประเมินจำนวนตำแหน่งงานที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในรอบเดือนที่ผ่านมา โดยไม่นับรวมภาคการเกษตร แรงงานในครัวเรือน และพนักงานองค์การไม่แสวงหากำไร

เนื่องจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งจึงสะท้อนว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงขยายตัวได้ดี โดยปกตินักลงทุนจะตีความรายงานเหล่านี้ดังนี้:

  • ตัวเลขการจ้างงานสูง: แสดงถึงรายได้แรงงานที่แข็งแกร่งและการบริโภคที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง
  • ความเสี่ยงเกิดแรงกดดันเงินเฟ้อ: การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอาจดันราคาสินค้าและบริการให้สูงขึ้นตาม
  • การเปลี่ยนทิศทางนโยบายธนาคารกลาง: เฟดอาจตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจและควบคุมเงินเฟ้อ

การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยส่งผลต่อตลาดคริปโทฯ อย่างไร

อัตราดอกเบี้ยที่กำหนดโดยธนาคารกลางมีผลต่อการไหลของเงินทุนในตลาดการเงิน เมื่อดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ต้นทุนการกู้ยืมจะถูกลง นักลงทุนจึงกล้าเปิดรับความเสี่ยง และมองหาโอกาสเติบโตในสินทรัพย์เสี่ยงสูง เช่น หุ้นเทคโนโลยีและคริปโทเคอร์เรนซี

แต่เมื่อตัวเลขเศรษฐกิจออกมาร้อนแรงเกินคาด โอกาสที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยก็ยิ่งสูงตาม ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะทำให้สินทรัพย์เสี่ยงต่ำที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ดูน่าดึงดูดมากกว่าสินทรัพย์ที่มีความผันผวน ด้วยเหตุนี้ นักเทรดจึงอาจลดการถือครองคริปโทเคอร์เรนซีอย่าง Bitcoin จนส่งผลให้เกิดแรงกดดันด้านราคาชั่วคราว

ทำความเข้าใจภาวะ Market Decoupling: คริปโทฯ vs หุ้นเทคฯ

ในอดีต ราคา Bitcoin มักจะวิ่งไปในทิศทางเดียวกับดัชนีหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Nasdaq เนื่องจากสินทรัพย์ทั้งสองประเภทดึงดูดนักลงทุนที่เน้นการเติบโตเหมือนกัน แต่ในรอบนี้ หุ้นเทคฯ กลับรีบาวด์ขึ้น ขณะที่ราคาคริปโทฯ ยังคงซบเซา

ปรากฏการณ์ที่ราคาแยกทางกันนี้ เรียกว่า Market Decoupling ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อสินทรัพย์ต่างชนิดกัน ตอบสนองต่อปัจจัยมหภาคหรือสภาพคล่องในตลาดที่แตกต่างกัน

การ decoupling จะเกิดขึ้นเมื่อหุ้นดั้งเดิมและสินทรัพย์คริปโทฯ ตอบสนองต่อการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจไม่เหมือนกัน อันเป็นผลมาจากการโยกย้ายเงินทุนและสภาพคล่องในแต่ละหมวดสินทรัพย์

ฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เมื่อประเมินจากทิศทางเศรษฐกิจมหภาคในปัจจุบัน นักวิเคราะห์ได้มองความเป็นไปได้ของนโยบายธนาคารกลาง ที่อาจส่งผลต่อทิศทางราคา Bitcoin ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าไว้ดังนี้

ฉากทัศน์ที่ 1: เฟดชะลอการขึ้นดอกเบี้ย

หากตัวเลขเงินเฟ้อในอนาคตเริ่มชะลอตัวลง เฟดอาจตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ ภายใต้สภาวะนี้ หากสภาพคล่องในตลาดดีขึ้นและมีเงินทุนจากสถาบันไหลกลับเข้ามา ราคา Bitcoin ก็อาจสร้างฐานได้มั่นคงหรือเริ่มมีทิศทางกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านเดิมที่สูงกว่า อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์นี้ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องในภาพรวมของตลาดเป็นสำคัญ

ฉากทัศน์ที่ 2: เฟดเดินหน้านโยบายการเงินตึงตัวต่อ

หากการจ้างงานยังขยายตัวต่อเนื่องจนกดเงินเฟ้อไม่ลง เฟดก็อาจเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อในเดือนธันวาคม ในสภาพแวดล้อมที่สภาพคล่องตึงตัวขึ้นเช่นนี้ อาจเกิดแรงกดดันทางด้านราคาต่อ Bitcoin เพิ่มเติม ซึ่งอาจส่งผลให้ลงไปทดสอบแนวรับที่ต่ำลง เนื่องจากเงินทุนจะไหลไปซบเงินสดและสินทรัพย์ตราสารหนี้เสี่ยงต่ำแทน

สรุปประเด็นสำคัญ

  1. ราคา Bitcoin เปลี่ยนแปลง: BTC ร่วงหลุด 75,000 ดอลลาร์ หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง
  2. ข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ แข็งแกร่ง: ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้มาก
  3. ความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ย: ตัวเลขจ้างงานที่สูงดันให้ตลาดคาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม
  4. พลาดการฟื้นตัวตามหุ้นเทคฯ: ตลาดคริปโทฯ ไม่สามารถปรับตัวขึ้นตามการรีบาวด์ของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้

สภาวะตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วตามทิศทางนโยบายเศรษฐกิจมหภาค นักลงทุนควรติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างมีสติ ทำการศึกษาวิจัยอย่างรอบคอบ และพิจารณาปัจจัยเสี่ยงอย่างระมัดระวัง เนื่องจากผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

แหล่งอ้างอิง:CointelegraphCointelegraph
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news
icon BTC

ใส่คริปโทในกองทุนเกษียณ 401(k)? ทำเนียบขาวเริ่มพิจารณาร่างกฎหมายใหม่แล้ว

ร่างกฎหมายใหม่ที่อาจเปิดทางให้กองทุนเกษียณ 401(k) ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกอย่างคริปโทเคอร์เรนซีได้ เดินทางถึงทำเนียบขาวเพื่อการพิจารณาขั้นสุดท้ายแล้ว

06 พ.ย. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTC|
06 พ.ย. 69 | AI Generated
news
icon BTC

สหรัฐฯ สั่งคว่ำบาตร 45 รายชื่อ เชื่อมโยงอาณาจักรแก๊งหลอกลงทุนคริปโต

รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรบุคคลและนิติบุคคล 45 รายที่เชื่อมโยงกับ Prince Group หลังพบเบาะแสพัวพันเครือข่ายหลอกลวงด้านคริปโต

06 พ.ย. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTC|
06 พ.ย. 69 | AI Generated
news
icon GNO

Gnosis Pay ข้อมูลรั่วไหล: ข้อมูลผู้ใช้หลุด แต่เงินคริปโตยังปลอดภัยดี

Gnosis Pay ยืนยันเหตุระบบประมวลผลบัตรรุ่นเก่าถูกแฮกเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ทำข้อมูลผู้ใช้หลุด แต่ยืนยันสินทรัพย์คริปโตยังปลอดภัยครบถ้วน

06 พ.ย. 69
AI Generated
0
icon source
icon GNO|
06 พ.ย. 69 | AI Generated