Bitcoin เป็นอย่างไรในตลอด 14 ปีที่ผ่านมา
บิตคอยน์ได้ถือกำเนิดมาอยู่ในโลกการเงินดิจิทัลเป็นเวลา 14 ปีแล้ว จากแนวคิดของการที่จะแก้ปัญหาการเงินรูปแบบเก่าที่ถูกควบคุมและแทรกแซงกลไกตลาดจากคนกลาง กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ บิตคอยน์ (Bitcoin) สกุลเงินดิจิทัลที่ผู้ใช้งานสามารถแลกเปลี่ยนกันอย่างอิสระแบบ Decentralised หรือปราศจากตัวกลาง ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนที่มาช่วยรองรับการทำงานและทำให้ทุกคนในเครือข่ายสามารถเข้าถึงและตรวจสอบทุกธุรกรรมที่เกิดขึ้นบนบล็อกเชนนั้นได้อย่างอิสระ
.
(บิตคอยน์คืออะไร? สำหรับนักลงทุนมือใหม่อ่านได้ที่นี่ www.bitkub.com/th/blog/what-is-bitcoin-8e94e8b61b5e)
.
ความเคลื่อนไหวของ Bitcoin ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา
2008 — ในวันที่ 31 ตุลาคม 2008 เกิดการเคลื่อนไหวครั้งแรก เมื่อคำว่า Bitcoin (บิตคอยน์) ปรากฎขึ้นในอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรกของโลกในเอกสารที่ชื่อว่า Bitcoin: A Peer-to-Peer Electronic Cash System เป็นเอกสารที่อธิบายรายละเอียดของ Bitcoin อย่างละเอียดหรือ Whitepaper จากผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตที่ใช้นามแผงว่า “ชาโตชิ นากาโมโตะ”
.
(สำหรับใครที่ยังไม่เคยอ่าน Bitcoin Whitepaper สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่ https://bitcoin.org/en/bitcoin-paper)
2009 — เครือข่ายก็ได้เริ่มการทำงานอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2009 หลังจากซาโตชิสร้างบล็อกแรกขึ้นบนบล็อกเชนของ Bitcoin หรือที่ในวงการเรียกว่า Genesis block
2010 — เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2010 นายลาสซ์โล ฮันแยชซ์ โปรแกรมเมอร์ในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกาได้ใช้ Bitcoin ในการซื้อพิซซ่า Papa John’s จำนวน 2 ถาดในราคา 10,000 BTC ซึ่งในขณะนั้นมีราคาเพียงแค่ 0.04 ดอลลาร์สหรัฐ แต่หากคิดมูลค่าในปัจจุบันก็เท่ากับ 7,531,529,100 ดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว ซึ่งวันที่ 22 พฤษภาคมของทุกปีก็ถูกกำหนดให้เป็นวัน Bitcoin Pizza Day ด้วย เหตุการณ์ครั้งนั้นถือเป็นการใช้ Bitcoin ในการซื้อสินค้าได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกหลังจาก Bitcoin เกิดขึ้นได้เพียง 2 ปีกว่า
2011 — เป็นช่วงที่เอ็กซ์เชนจ์ซื้อขายคริปโทฯในต่างประเทศเริ่มลิสต์ Bitcoin มาให้นักลงทุนได้เทรดด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งทำให้ราคาของ Bitcoin จากเดิมที่ประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐในเดือนกุมภาพันธ์ ได้ขึ้นไปทำระดับสูงสุดที่ 32 ดอลลาร์ในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน คิดเป็นการเติบโตถึง 3,200% ภายในเวลาเพียง 3 เดือน
2012 — เกิด Bitcoin Halving ครั้งแรก ในช่วงก่อนการ Halving บิตคอยน์มีมูลค่าอยู่ที่ 2.01 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหลังจากการ Halving ครั้งแรก ซึ่งรางวัลลดลงจาก 50 BTC ต่อบล็อก เป็น 25 BTC ต่อบล็อก ราคาของ Bitcoin เพิ่มขึ้นไปสูงถึง 270.94 ดอลลาร์สหรัฐ (ราคาพุ่งขึ้นสูงถึง 13,480%) หลังจากนั้นราคาก็ค่อย ๆ ลดลงถึง 70% จนถึงมูลค่าที่ควรจะเป็น
2013 — เป็นช่วงปีที่ Bitcoin มีการเคลื่อนไหวรุนแรงมากที่สุดปีหนึ่ง ราคาของ Bitcoin ได้พุ่งขึ้นไปถึงระดับ 220 ดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนเมษายน แต่ก็ย่อกลับลงแถว 70 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างรวดเร็วภายในเดือนเดียวกัน แต่ราคาไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ ราคากลับมาพุ่งขึ้นต่ออีกครั้งในเดือนธันวาคม คราวนี้ขึ้นไปถึงระดับ 1,156 ดอลลาร์สหรัฐ และก็เช่นเดิม หลังจากที่ราคาได้ขึ้นไปทำระดับสูงสุด ราคาก็ย่อลงมาอย่างรวดเร็วที่ 315 ดอลลาร์สหรัฐ
ในปีเดียวกัน People’s Bank of China ได้ประกาศห้ามสถาบันทางการเงินในประเทศทำธุรกรรมใด ๆ ด้วย Bitcoin ส่งผลให้ราคาลดลงอย่างหนักและเข้าสู่ขาลงในปีต่อมา
2014–2015 เป็นช่วงปีที่ Bitcoin เริ่มปรับฐานใหม่เข้าสู่ขาลง โดยลงไปทำระดับต่ำสุด 314 ดอลลาร์สหรัฐ ราคาได้รับการกระทบกระเทือนจากปัจจัยหลายประการ ตั้งแต่การยอมรับการชำระเงินโดย PayPal ยักษ์ใหญ่และบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Microsoft ไปจนถึงคำสั่งขายจำนวนมหาศาลจากกลุ่มนักลงทุนระดับวาฬ ที่ใช้โอกาสในการเข้าซื้อขายในช่วงสั้น ๆ (BearWhale) และข่าวลือเรื่องการปราบปรามในจีน ทำให้ราคาขึ้นมาได้เล็กน้อยที่ 434 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2015
.
(การเทรดระยะสั้นคืออะไร? และมีกี่รูปแบบ อ่านต่อได้ที่นี่ https://www.bitkub.com/th/blog/short-term-crypto-trading-d0eb84617888)
.
2016 — เกิด Bitcoin Halving ครั้งที่ 2 ได้เกิดขึ้นในปีนี้ ในช่วงก่อนการ Halving บิตคอยน์มีมูลค่าอยู่ที่ 664.44 ดอลลาร์สหรัฐ และหลังจากการ Halving ครั้งที่ 2 จะเหลือ 12.5 BTC ต่อบล็อก ในช่วงแรกราคาไม่หวือหวามากนัก แต่ราคาก็ค่อยขยับขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงระดับ 998 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงสิ้นปี
2017 — เกิดการอัปเดตเครือข่ายของ Bitcoin ครั้งสำคัญที่ชื่อว่า Segwit (Segregated Witness) จากการอัปเดตครั้งนี้ นักพัฒนาให้ความเห็นว่ามีจะส่วนช่วยแก้ปัญหาการโอน Bitcoin ให้รวดเร็วขึ้นเพราะช่วยจัดการปัญหาความหนาแน่นในการทำธุรกรรมและใช้ค่าธรรมเนียมถูกลง
2018–2019 เป็นช่วงปีที่ราคาของบิตคอยน์แกว่งและย่อตัวลง หลังจากที่ขึ้นไปทำระดับสูงสุดใหม่เรียบร้อยในปี 2017 สำหรับในประเทศไทยการซื้อขายบิตคอยน์เริ่มเป็นที่แพร่หลายและสะดวกมากขึ้น จากการเปิดตัวของกระดานซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitkub Echange ที่เปิดให้นักลงทุนชาวไทยสามารถซื้อขาย Bitcoin และ Cryptocurrency อื่น ๆ ได้ด้วยเงินบาท
2020 — เป็นปีที่คนไทยคนเริ่มรู้จักบิตคอยน์และคริปโทฯกันมากขึ้น พร้อมกับเป็นช่วงการระบาดหนักของโควิด-19 ทำเศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงัก ธนาคารกลางสหรัฐรวมถึงอีกหลาย ๆ ประเทศจึงต้องพยุงเศรษฐกิจเอาไว้ด้วยมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ Quantitative Easing (QE) อัดฉีดเงินเพิ่มด้วยการพิมพ์เงินไม่จำกัด จนส่งผลให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อขั้นรุนแรงตามมา นักลงทุนส่วนหนึ่งตัดสินใจถือสินทรัพย์ทางเลือกอย่างบิตคอยน์และสกุลเงินอื่นเพื่อหนีจากเงินเฟ้อ
ซึ่งในปีเดียวกันนี้ Bitcoin Halving ครั้งที่ 3 ก็ได้เกิดขึ้นด้วย ซึ่งทำให้รางวัลจากการขุดลดลงจาก 12.5 BTC ต่อบล็อก เป็น 6.25 BTC ต่อบล็อก โดยช่วงต้นปี 2020 บิตคอยน์ถูกซื้อขายที่ 9,000 ดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงปลายปี ราคาก็ขึ้นไปทำระดับสูงสุดเหนือกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ
2021 — ราคา Bitcoin ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนไปถึง 65,000 ดอลลาร์สหรัฐ (All-time High) ในช่วงปีนี้บิตคอยน์เริ่มเป็นที่รู้จักและเป็นที่พูดทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยด้วย เป็นผลต่อเนื่องมาจากวิกฤตโควิด ส่วนหนึ่งมาจากการที่บริษัทยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น MicroStrategy ที่เลือกถือ บิตคอยน์เป็นสินทรัพย์สำรอง หรือ Morgan Stanley ที่เริ่มให้บริการเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซี เรียกได้ว่าเป็นปีที่มีผู้เล่นรายใหญ่เข้ามาในวงการกันอย่างล้นหลาม รวมถึงรัฐบาลประเทศเอลซัลวาดอร์ ที่เดินหน้าอนุมัติให้บิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ที่สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายเป็นประเทศแรกของโลก ส่งผลให้นักลงทุนกลับมามีมุมมองที่ดีต่อตลาดคริปโทฯ
แต่ในปีเดียวกันก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้บิตคอยน์แกว่งไปมา เช่น เหตุการณ์ที่รัฐบาลจีนก็ได้ประกาศห้ามประกอบกิจการเกี่ยวกับการขุดคริปโทเคอร์เรนซีในประเทศ ส่งผลให้ราคาบิตคอยน์ลดลงอย่างรวดเร็ว
2022 — ถือเป็นช่วงที่สินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ในสภาวะตลาดหมี (Bear Market) มูลค่าของบิตคอยน์ในตลาดโลกลดลงถึง 60% ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงเฉพาะพี่ใหญ่ของวงการที่ได้รับผลกระทบ สกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นด้วย อย่างเช่น Terra ที่มูลค่า -100% หรือแม้แต่ Ether, Solana, Cardano ก็ไม่สามารถหนีวิกฤตการณ์ครั้งนี้ได้เช่นกัน
.
(“ตลาดหมี” คืออะไร? ดีต่อใจนักลงทุนหรือไม่? คลิกอ่านเลย https://www.bitkub.com/th/blog/what-is-bear-market-7c8bc50dc33f)
.
2023 — ปีแห่งความหวังของบิตคอยน์ จากสภาวะตลาดหมีและเงินเฟ้อที่ส่งผลให้วงการสินทรัพย์ดิจิทัลผันผวนสูงอย่างคริปโทและโทเคนให้แกว่งไปมา รวมถึงพี่ใหญ่อย่างบิตคอยน์ด้วย ช่วงต้นปีที่ผ่านมาเราเริ่มได้เห็นการฟื้นตัวครั้งใหม่ของบิตคอยน์ที่เริ่มปรับฐานและมีแนวโน้มของราคาไปในทิศทางที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับตัวชี้วัด Relative Strength Index (RSI) ที่เกิน 70 แสดงให้เห็นสัญญาณ Overbought และกราฟที่ทำทรงคล้ายกับการฟื้นตัวของตลาดหมีรอบที่แล้ว นักลงทุนหลายคนเริ่มมีความหวังกับการขยับตัวในครั้งนี้ แต่ก็ต้องจับตามองกันต่อไปว่าจะมีปัจจัยใดที่ทำให้ราคาแกว่งขึ้นลงได้อีกบ้าง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้รวบรวมมาเป็นเพียงการทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นและคาดการณ์โดยวิเคราะห์จากข้อมูลในอดีต นักลงทุนควรมีวิจารณญาณบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสม และศึกษาทำความเข้าใจสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังจะลงทุนให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนทุกครั้ง
อ้างอิง: Bitkub Blog, Bitcoin Addict, Bitcoin.org, Bitcoin Halving Countdown, CNBC
บทความโดย bitkub.com/blog
_________________________________________
คำเตือน:
*คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
**สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
***ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตหรือผลการดําเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทน ของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดําเนินงานในอนาคต
Latest blog posts

Best-Performing ETF of 2026 Up 5,000%: What Is BWET?
The Breakwave Tanker Shipping ETF (BWET) surged over 5,000% in 2026 due to supertanker shortages and Middle East supply delays.

Why Top AI Firms Are Rehearsing Global Tech Disasters
Top artificial intelligence companies are running emergency drills to prepare for potential cyberattacks and system failures.

Ledger Probes $86M Wallet Drains via Reseller
Ledger is investigating reports of wallet drains affecting Southeast Asian users who purchased devices from reseller CryptoBilis, with total losses estimated at $86 million.