
Bitcoin Halving Countdown 2028
รางวัลบล็อก Bitcoin จะลดลงจาก 3.125 เป็น 1.5625 เหรียญโดยประมาณ
วัน
5
5
4
4
0
0
:
ชั่วโมง
0
0
0
0
:
นาที
0
0
6
6
:
วินาที
2
2
1
1
จำนวนบล็อกปัจจุบัน
971,927
จำนวนบล็อกก่อน Halving
78,073
ราคา BTC ปัจจุบัน
2,724,475.08
บอกเพื่อนของคุณเกี่ยวกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์นี้! แชร์เลย
62%
การทำงานของ Bitcoin?
อย่างที่เราทราบกันดีว่าระบบการทำธุรกรรมของบิทคอยน์นั้นเป็นแบบไร้ศูนย์กลาง ทุกคนที่ถือเงินดิจิทัลตัวนี้ไว้จะมีข้อมูลการทำธุรกรรมทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นชุดเดียวกันทั้งหมด ทุกๆ การรับส่งหรือการโอนบิทคอยน์ไปยังกระเป๋าดิจิทัลใดๆ หากทำธุรกรรมสำเร็จ (โดยการตรวจสอบธุรกรรมด้วยทรัพยากรของนักขุดบิทคอยน์) รายการธุรกรรมเหล่านั้นจะถูกจัดเก็บข้อมูลไว้เรียงร้อยกันเหมือนเอกสารที่ถูกจัดไว้ในกล่อง ซึ่งกล่องเหล่านี้จะถูกปิดฝาและนำไปเรียงกับกล่องก่อนหน้าเมื่อมีจำนวนธุรกรรมที่ถูกเก็บไว้ครบตามจำนวนที่กำหนด หรือเรียกว่าการจัดเก็บข้อมูลด้วยระบบบล็อกเชนนั่นเอง
สำหรับในโลกของบิทคอยน์แล้ว ทุกๆ ครั้งที่เกิดบล็อกขึ้นใหม่ (หลังจากการยืนยันธุรกรรมบล็อกนั้นสำเร็จ) นักขุดที่ใช้แรงของตัวเองในการแข่งกันตรวจสอบธุรกรรม จะได้รับรางวัลเป็น Block Reward เช่น ถ้ายืนยันธุรกรรมของบิทคอยน์สำเร็จ นักขุดก็จะได้รับเหรียญบิทคอยน์เป็นรางวัลนั่นเอง
สำหรับในโลกของบิทคอยน์แล้ว ทุกๆ ครั้งที่เกิดบล็อกขึ้นใหม่ (หลังจากการยืนยันธุรกรรมบล็อกนั้นสำเร็จ) นักขุดที่ใช้แรงของตัวเองในการแข่งกันตรวจสอบธุรกรรม จะได้รับรางวัลเป็น Block Reward เช่น ถ้ายืนยันธุรกรรมของบิทคอยน์สำเร็จ นักขุดก็จะได้รับเหรียญบิทคอยน์เป็นรางวัลนั่นเอง
อะไรคือ Bitcoin Halving?
การ Halving คือการลดรางวัลบล็อกหรือ Block reward เหลือครึ่งหนึ่งหรือ 50% ให้สำหรับนักขุด จากที่ทุกคนรู้กันว่า Bitcoin มีจำกัดเต็มที่อยู่ที่ 21 ล้านเหรียญ ทุกๆ 210,000 Blocks (ประมาณ 4 ปีต่อ 1 ครั้ง) รางวัลจะลดลงครึ่งหนึ่งเพื่อยื้อให้ปริมาณของ Bitcoin supply นั้นถูกจำกัดลงและหายากขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งมีจำนวนนักขุด (หรือเรียกอีกชื่อคือผู้ยืนยันธุรกรรม) ที่มีเครื่องมือและทรัพยากรในการประมวลผลที่ทรงพลังกระจายตัวเป็นจำนวนมาก ย่อมหมายถึงความปลอดภัยของเครือข่ายที่มากขึ้นตาม
แต่ทั้งนี้ Satoshi ยังต้องคำนึงถึงความสมดุลของ “มูลค่า” ของบล็อกเชนและความสมบูรณ์ของระบบอีกด้วย ไม่เพียงแค่การกระจายตัวของผู้ยืนยันข้อมูลที่ควรมีมาก ต้นทุนของการขุดและการทำมูลค่าของเหรียญให้ยากต่อการครอบครองก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
โดยปกติแล้วบล็อกธุรกรรมของบิทคอยน์นั้นจะเกิดขึ้นใหม่ทุกๆ 10 นาทีโดยประมาณ หากใครสามารถทำการตรวจสอบและยืนยันธุรกรรมได้ก่อนนักขุดคนอื่นๆ ก็จะได้ส่วนแบ่งของ Block reward ไป
ยิ่งมีจำนวนนักขุด (หรือเรียกอีกชื่อคือผู้ยืนยันธุรกรรม) ที่มีเครื่องมือและทรัพยากรในการประมวลผลที่ทรงพลังกระจายตัวเป็นจำนวนมาก ย่อมหมายถึงความปลอดภัยของเครือข่ายที่มากขึ้นตาม
แต่ทั้งนี้ Satoshi ยังต้องคำนึงถึงความสมดุลของ “มูลค่า” ของบล็อกเชนและความสมบูรณ์ของระบบอีกด้วย ไม่เพียงแค่การกระจายตัวของผู้ยืนยันข้อมูลที่ควรมีมาก ต้นทุนของการขุดและการทำมูลค่าของเหรียญให้ยากต่อการครอบครองก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
โดยปกติแล้วบล็อกธุรกรรมของบิทคอยน์นั้นจะเกิดขึ้นใหม่ทุกๆ 10 นาทีโดยประมาณ หากใครสามารถทำการตรวจสอบและยืนยันธุรกรรมได้ก่อนนักขุดคนอื่นๆ ก็จะได้ส่วนแบ่งของ Block reward ไป
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากการ Halving ในอดีต
- ในช่วงปี 2012 หลังจากการ Halving ครั้งแรก
ในช่วงปี 2012 ก่อนการ Halving บิทคอยน์มีมูลค่าอยู่ที่ $2.01 ซึ่งหลังจากการ Halving ครั้งแรกเหลือ 25 BTC ต่อบล็อกราคาของบิทคอยน์เพิ่มขึ้นไปสูงถึง $270.94 (ราคาพุ่งขึ้นสูงถึง 13,480%) หลังจากนั้นราคาก็ค่อยๆ ลดลงถึง 70% จนถึงมูลค่าที่ควรจะเป็น
- ในช่วงปี 2016 หลังจากการ Halving ครั้งที่ 2
ในช่วงปี 2016 ก่อนการ Halving บิทคอยน์มีมูลค่าอยู่ที่ $664.44 หลังจากการ Halving ครั้งที่สองเหลือ 12.5 BTC ต่อบล็อกในช่วงแรกราคาไม่หวือหวามากนัก แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปเกือบ 3 ปีก่อนการบิทคอยน์กลับทำราคาทุบสถิติสูงถึง $20,000
- สำหรับการ Halving ครั้งที่ 3
ที่กำลังจะเกิดขึ้น (เข้าสู่ Block reward ระยะที่ 4) เหลือรางวัล 6.25 BTC ต่อบล็อก จากการคำนวนนั้นจะเกิดขึ้นในวันที่ 12 พฤษภาคม 2020 (ไม่แน่นอน) ที่จะถึงนี้นั่นเอง ซึ่งจะส่งผลต่อราคาหรือไม่อย่างไรนั้นเราต้องคอยดูกันต่อไป
ทำไม Bitcoin ต้องมี Halving?
- เพื่อยืดเวลาการขุดเหรียญทั้งหมด
ปกติแล้วในทุกๆวันประมาณ 1,800 Bitcoin ถูกค้นพบในเวลานี้และหลังจากเดือนพฤษภาคม 2020 นี้ รางวัลจะถูกลดลงเหลือ 900 Bitcoin ต่อวัน และยืดเวลาที่ Bitcoin จะถูกค้นพบทั้งหมด 21 ล้านเหรียญ
- เพื่อลดปัญหาเงินเฟ้อ
ถ้าเหรียญถูกขุดพบน้อยลงเรื่อยๆ จำนวนการไหลเวียนของ Bitcoin จะเหลือน้อยลงเรื่อยๆทำให้ของมันหายากขึ้นไปอีก
- อาจทำให้ราคาเพิ่มขึ้น?
ราคา Bitcoin ปกติจะขึ้นตาม Demand และ Supply ถ้าปริมาณเหลือน้อยลงแต่ความต้องการกลับมากขึ้น อาจจะทำให้ราคาพุ่งขึ้นสูงมากเหมือนปีก่อนๆที่ผ่านมา
- เราต้องมาดูกันต่อไปว่าหลัง Halving ที่จะถึงในครั้งนี้จะมีผลต่อราคาอย่างไร..