ข่าว

World Economic Forum: Summer Davos 2024 พรมแดนใหม่ในการขับเคลื่อนการเติบโต

ผู้เขียน : bitkub.com26 ส.ค. 67อ่าน : 0MediumMedium
bitkub.com
26 ส.ค. 67อ่าน : 0Medium
World Economic Forum: Summer Davos 2024 พรมแดนใหม่ในการขับเคลื่อนการเติบโต

ผมเชื่อว่าหลายปีมานี้คนไทยเริ่มคุ้นเคยกันแล้วว่าในช่วงปลายเดือนมกราคมจะมีงานใหญ่ของ World Economic Forum ซึ่งก็คือการประชุมประจำปีของสภาเศรษฐกิจโลกจัดขึ้นที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (World Economic Forum Annual Meeting) ต่อจากนี้ ผมอยากให้ทุกคนจำเพิ่มอีกว่าในช่วงปลายเดือนมิถุนายนของทุกปี จะมีอีกการประชุมที่สำคัญไม่แพ้กันจัดขึ้นในประเทศจีนซึ่งเป็นผู้นำของโลกตะวันออก (World Economic Forum Annual Meeting of the New Champions) เป็นการประชุมที่เหล่าผู้นำรุ่นใหม่จากทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ รวมถึงเรื่องสำคัญอื่น ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาคมโลก

.

เช่นเดียวกันในปีนี้ที่ผมได้รับเชิญให้เข้าร่วม World Economic Forum: 15th Annual Meeting of the New Champions หรือ Summer Davos 2024 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 15 ระหว่างวันที่ 25–27 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ เมืองต้าเหลียน สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเป็นเมืองที่มีท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน และเป็นหนึ่งในเมืองที่มีเศรษฐกิจก้าวหน้าที่สุดในภูมิภาค งาน Summer Davos ที่จัดขึ้นในประเทศจีนจะมีความพิเศษตรงที่เจ้าภาพจัดงานจะสลับกันไปมา ระหว่างเมืองต้าเหลียน (Dalian) และเมืองเทียนจิน (Tianjin) ในแต่ละปี สำหรับงานในปีนี้จัดขึ้นที่เมืองต้าเหลียนมีผู้นำทั่วโลกเข้าร่วมงานกว่า 1,500 คน โดยธีมของปีนี้คือ “Next Frontiers for Growth: พรมแดนใหม่ในการขับเคลื่อนการเติบโต”

.

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคือกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ภายในงานเน้นย้ำให้เห็นว่านวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก แต่ในปัจจุบันเราได้พัฒนาและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยียุคก่อนจนหมดแล้ว เช่นเดียวกัน เราไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากเทคโนโลยีเหล่านั้นได้อีก เพราะตลาดเกิดการแข่งขันกันถึงจุดที่ทุกฝ่ายต่างตัดราคาแข่งกันจนกลายเป็น Red Ocean และเพื่อให้โลกได้ขับเคลื่อนต่อไป เราจึงจำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีที่จะกลายเป็นพรมแดนใหม่ในการขับเคลื่อนโลก ตัวอย่างเทคโนโลยีเหล่านั้น เช่น AI, Big Data, 3D Printing, IoT, AR, VR และ Blockchain เป็นต้น

.

นอกจากจะได้เข้าร่วมงานแล้ว ผมยังได้รับเกียรติในฐานะตัวแทนของนักธุรกิจคนไทยเข้าพบ Professor Klaus Schwab (ศาสตราจารย์เคลาส์ ชวาบ) ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของ World Economic Forum เพื่อร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับพัฒนาการของสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยและอาเซียน อนาคตของตลาดหลักทรัพย์ การเงิน และการ Tokenization นับเป็นโอกาสพิเศษที่ได้เข้าพบและแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างเป็นส่วนตัวกับผู้ที่ถือเป็น Think Tank คนสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

.

โดยใน Summer Davos ปีนี้ผมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึง 3 เวที ได้แก่

.

1. Transforming Talent: A Blueprint for Reskilling and Job Creation เพื่อเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรมนุษย์ให้มีความพร้อมต่อทักษะอาชีพใหม่ที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป จาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geo-economics), ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี (Technological Advancement), และการเปลี่ยนผ่านสีเขียว (Green Transition)
.

2. Decoding E-Commerce Payments ร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาจากการชำระเงินต่าง ๆ เช่น การป้องกันการฉ้อโกงและการฟอกเงิน กฎระเบียบในแต่ละประเทศ รวมถึงการร่วมมือกัน เป็นต้น เพื่อให้มั่นใจว่าทุกฝ่ายสามารถปฏิบัติตามกฎได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดเป็น Collective Action หรือแนวร่วมระหว่างภาคเอกชน ประชาชน และภาครัฐ ในการสร้างมาตรฐานปฏิบัติของแต่ละอุตสาหกรรม
.

3. Unlocking the Full Potential for ASEAN’s Digital Economy เตรียมความพร้อมสู่ข้อตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน (Digital Economy Framework Agreement: DEFA) ซึ่งเป็นข้อตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลฉบับแรกของโลกที่อยู่ระหว่างการเจรจาในกลุ่มประเทศสมาชิก ซึ่งหากกรอบความร่วมมือนี้สำเร็จ คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนจะเติบโตจาก 3 แสนล้านดอลลาร์เป็นเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 จากสิ่งที่จะเกิดขึ้น 3 ด้าน ได้แก่ เสรีภาพในการชำระเงิน (Payment Connectivity: Free Flow of Payments), เสรีภาพในการเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการ (Asean Single Window: Free Flow of Goods and Services , และเสรีภาพในการเคลื่อนย้ายผู้คน (Talent mobility: Freeflow of People)
.

Regionalization กลับเข้ามาเป็นเทรนด์หลักการค้าโลก
.

หลายคนคุ้นเคยกับคำว่าโลกาภิวัฒน์ (Globalization) แต่ปัจจุบันโลกกำลังปรับเปลี่ยนกลับไปเป็นการค้าระดับภูมิภาค (Regionalization) ซึ่งการรวมกลุ่มกันภายใน ASEAN จะทำให้เรามีอำนาจต่อรองบนเวทีโลกเพิ่มมากขึ้น ถ้าเรารวมกลุ่มกันเป็น One ASEAN Strong ภูมิภาคอาเซียนจะมีจำนวนประชากรถึง 600 ล้านคน ในแง่ของจำนวนประชากรเป็นรองเพียงประเทศจีนและอินเดีย และภูมิภาคอาเซียนจะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลก จะเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสสำหรับประเทศขนาดเล็ก การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในระดับภูมิภาคจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเข้มแข็ง และลดการพึ่งพามหาอำนาจ สร้างความร่วมมือสู่ความก้าวหน้าในยุคที่การพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
.

ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาสมดุลในการมีปฏิสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา และจีนที่ยังคงมีอิทธิพลสูงต่อเศรษฐกิจโลก

สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการศึกษาเรียนรู้จากมุมมองของประเทศจีน ที่มองว่ารากฐานต้องแข็งแรงก่อน (Keep the roots healthy) ผ่านการเร่งแก้ไขปัญหาระยะสั้นอย่างเงินเฟ้อ หนี้ครัวเรือน เมื่อรากฐานแข็งแรงแล้วจากนั้นจึงมองขั้นตอนต่อไป ซึ่งประกอบไปด้วย 4 ส่วน ได้แก่ 1) Digital Revolution เนื่องจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 2) Green Development ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่าน net-zero พัฒนาเทคโนโลยีที่เปนมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 3) Open Cooperation ส่งเสริมการแข่งขันและเปิดรับความร่วมมือจากทุกคนทั้งในและระหว่างประเทศ 4) Inclusive Growth เน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโดยยึดหลักไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
.

สิ่งที่เวทีนี้ขับเคลื่อนมาตลอดล้วนเป็นวาระ ทิศทาง ตลอดจนถึงนโยบายและแนวทางปฏิบัติใหม่ ๆ ที่จะมีบทบาทส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมโลก ผมจึงเน้นย้ำมาตลอดว่าเนื้อหาภายในงานล้วนหารือกันในเรื่องที่คนไทยต้องรู้ รวมถึงการที่เราต้องเรียนรู้จากนานาประเทศในการจัดการกับวิกฤตต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางที่เราจะเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง เพราะการที่ประเทศไทยจะเติบโตและยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนได้นั้นจำเป็นต้องเตรียมพร้อมทุกคนไปในทิศทางเดียวกัน นี่จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผมจะช่วยเป็นกระบอกเสียงได้ เพื่อให้เราสามารถรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น และพร้อมที่จะแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ

…….

ท๊อป — จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด

บทความล่าสุด
news
icon BTCicon ETH

ผู้ร่วมก่อตั้ง Empire Market ถูกตัดสินจำคุก 40 ปี

ศาลสหรัฐฯ สั่งจำคุก Raheim Hamilton ผู้ร่วมก่อตั้ง Empire Market เป็นเวลา 40 ปี ข้อหาเปิดเว็บมืดค้ายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายมูลค่ากว่า 430 ล้านดอลลาร์

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon ETH|
09 ต.ค. 69 | AI Generated
news

อังกฤษเดินหน้าคว่ำบาตร 3 เว็บเทรดคริปโต เอี่ยวช่วยรัสเซียเลี่ยงมาตรการลงโทษ

สหราชอาณาจักรประกาศคว่ำบาตรเว็บเทรดคริปโต 3 แห่ง พร้อมผู้ให้บริการชำระเงินอีกหลายราย หลังสงสัยว่าช่วยรัสเซียหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
09 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTCicon USDCicon USDT

ฝรั่งเศสจ่อเก็บภาษีคริปโตใหม่ ในงบประมาณปี 2027

คณะกรรมาธิการการเงินของฝรั่งเศสหนุนข้อเสนอใหม่ เตรียมเก็บภาษีการสวอป Stablecoin และจัดหนักภาษีคนรวยที่ย้ายประเทศ โดยคิดจากกำไรคริปโตที่ยังไม่ได้ขาย

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon USDCicon USDT|
09 ต.ค. 69 | AI Generated