ข่าว
icon ADAicon BNBicon BTCicon ETHicon PENGU

บิทคอยน์ต้องมีอะไร ถึงจะทะลุ 87,000 ดอลลาร์ไปได้?

ผู้เขียน : AI Generated07 ต.ค. 69อ่าน : 6CoinDeskCoinDesk
AI Generated
07 ต.ค. 69อ่าน : 6CoinDesk
บิทคอยน์ต้องมีอะไร ถึงจะทะลุ 87,000 ดอลลาร์ไปได้?

บิทคอยน์ชะงักแถว $83,700: ลุ้นทะลุต่อหรือพอแค่นี้?

ถ้าคุณเฝ้ามองตลาดคริปโตช่วงนี้ อาจรู้สึกเหมือนบิทคอยน์กำลังวิ่งอยู่บนลู่วิ่งไฟฟ้า โดยในวันที่ 7 ตุลาคม 2026 บิทคอยน์ (BTCBTC+0.41%) ซื้อขายกันอยู่ที่ราว $83,714.47 ลดลงประมาณ 1.5% ถึง 2.88% ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พอถอยออกมามองภาพกว้าง ภาพรวมราคาตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าค่อนข้างนิ่ง บิทคอยน์กำลังพักฐานอยู่ในกรอบแคบๆ หลังจากพุ่งขึ้นมาอย่างแรงในช่วงก่อนหน้า

นักวิเคราะห์ตลาดมักเรียกรูปแบบนี้ว่า การพุ่งขึ้นแบบขั้นบันได (stair-step rally) คือราคาพุ่งแรง ย่อมาพักเพื่อซึมซับกำไร แล้วค่อยเตรียมตั้งทรงพุ่งขึ้นต่อ

ถ้าจะทะลุแนวต้าน $87,000 ไปได้อย่างงดงาม บิทคอยน์ต้องการแรงกระตุ้นใหม่ๆ ทั้งนี้ ผลงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้เป็นสิ่งการันตีผลตอบแทนในอนาคต มาดูกันว่าปัจจัยสำคัญอะไรบ้างที่จะขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวของราคาในรอบนี้

เครื่องยนต์ ETF: แรงซื้อหายไปไหนหมด?

การจะเข้าใจว่าอะไรอาจดันบิทคอยน์ให้ทะลุ $87,000 ได้ เราต้องย้อนกลับไปดูตัวจุดชนวนการพุ่งขึ้นครั้งใหญ่ในเดือนกันยายน 2026 ซึ่งเครื่องยนต์หลักคือเงินทุนสถาบันที่ไหลเข้าสู่กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ

แค่ในเดือนกันยายนเดือนเดียว กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ดึงดูดเงินไหลเข้าสุทธิได้ถึงราว 2.6 พันล้านดอลลาร์ โดยเงินก้อนใหญ่ถึงประมาณ 2.39 พันล้านดอลลาร์ ไหลเข้ามาในสัปดาห์เดียวที่สิ้นสุดวันที่ 25 กันยายน

ความต้องการ ETF รายวันพุ่งสูงที่สุดในวันที่ 21 กันยายน โดยกองทุนมียอดซื้อสุทธิเกือบ 999 ล้านดอลลาร์ การทะยานขึ้นของแรงซื้อจากสถาบันครั้งนั้นได้สร้างแรงดันมหาศาลส่งผลให้ทั้งตลาดพุ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัดในเดือนตุลาคม กองทุน Spot ETF ดึงเงินเข้ามาได้ 241 ล้านดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และทำได้เพียง 28 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์นี้ แสดงให้เห็นว่าแรงซื้อจากสถาบันชะลอตัวลงอย่างชัดเจน

ผู้เชี่ยวชาญมองอย่างไรต่อความต้องการของสถาบัน?

ผู้เฝ้ามองในอุตสาหกรรมต่างจับตาดูตัวเลข ETF รายวันอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าฝั่งสถาบันเริ่มกลับเข้าตลาดมาหรือยัง Oliver Carding หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ Tesseract Group ได้อธิบายสภาวะตลาดในปัจจุบันไว้

"ผมมองการเคลื่อนไหวรอบนี้ว่า แรงซื้อ ETF ที่เคยพยุงตลาดในเดือนกันยายน ยังกลับมาไม่มากพอที่จะหักล้างแรงกดดันทางมหภาคระลอกใหม่ ตัวเลขเงินไหลเข้า ETF ที่เกิน $300 ล้านต่อรอบการซื้อขายติดต่อกันหลายวัน จะเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่าความต้องการจากสถาบันกำลังกลับมา"

Carding เน้นย้ำว่า เงินไหลเข้ารายวันที่ยืนเหนือ $300 ล้านได้อย่างต่อเนื่องนั้นมีความสำคัญมาก หากขาดแรงซื้อระดับนี้ ลมต้านจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคก็กดดันโมเมนตัมฝั่งซื้อได้ง่ายๆ

Martin Lee หัวหน้าฝ่ายเนื้อหาและข้อมูลเชิงลึกของ DWF Labs ให้ข้อสังเกตว่า วันที่มีเงินไหลเข้าพุ่งสูงมากๆ เพียงวันเดียว มีความสำคัญมากกว่าวันที่มีเงินไหลเข้าเล็กน้อยติดต่อกันหลายวัน

"มองภาพรวมทั้งปี เรามีวันที่ติดลบถึง 93 จาก 190 วันทำการ (48%) แต่ก็ยังเห็นเงินไหลเข้าสุทธิถึง $1.2 พันล้าน ขนาดของเงินไหลเข้าในระยะยาวจึงสำคัญกว่ารายวัน ซึ่งปีนี้เดาทางยากเหมือนโยนเหรียญ"

ในขณะเดียวกัน นักเทรดรายย่อยก็ยังคงทยอยสะสมของเรื่อยๆ ช่วงที่ราคาย่อตัว Paul Howard ผู้อำนวยการอาวุโสของ Wincent ได้ชี้ให้เห็นถึงกลยุทธ์การสะสมของที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้

"ดูเหมือนว่านักลงทุนจะใช้ช่วงเวลาที่ตลาดอ่อนตัวในการทยอยสะสมและทำ DCA ไปพร้อมๆ กับแรงซื้อจากสถาบัน ผู้เล่นในตลาดหลายรายยังคงตั้งเป้าหมายบิทคอยน์ไว้ที่ $100,000 ขึ้นไป"

ประเมินสถานการณ์เป้าหมาย $87,000 และ $100,000

เวลานักวิเคราะห์พูดถึงราคาเป้าหมายอย่าง $87,000 หรือ $100,000 สิ่งสำคัญคือต้องประเมินสมมติฐานและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละสภาวะตลาดด้วย

และนี่คือปัจจัยต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อทิศทางราคาของบิทคอยน์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า:

  • กรณีตลาดขาขึ้น (Bullish): หากเงินไหลเข้า Spot ETF ของสหรัฐฯ เด้งกลับมาเกิน $300 ล้านต่อวันติดต่อกันหลายวันทำการ และแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลกผ่อนคลายลง บิทคอยน์ก็อาจทะลุ $87,000 แล้วมุ่งหน้าสู่ $100,000 ได้
  • กรณีตลาดขาลง (Bearish): หากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ดันราคาน้ำมันดิบให้สูงขึ้น จนกระตุ้นเงินเฟ้อและกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ขึ้นอัตราดอกเบี้ย เงินทุนสถาบันอาจไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้บิทคอยน์ร่วงกลับไปต่ำกว่า $80,000 ได้
  • กรณีตลาดทรงตัว (Stagnant): หากเงินไหลเข้า ETF ค้างอยู่ในระดับปานกลางระหว่าง $20 ล้าน ถึง $50 ล้านต่อวัน ในขณะที่นโยบายเศรษฐกิจมหภาคยังคงเดิม บิทคอยน์ก็อาจจะแกว่งตัวออกข้าง (sideways) อยู่ในช่วง $82,000 ถึง $86,000 ต่อไป

แรงกดดันทางมหภาค: น้ำมันดิบ เงินเฟ้อ และธนาคารกลางสหรัฐฯ

ทำไมบิทคอยน์ถึงร่วงลงมาต่ำกว่า $84,000 เล็กน้อยเมื่อเร็วๆ นี้? ตัวการหลักมาจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคระดับโลกที่เปลี่ยนไป

ในช่วงเวลาทำการของตลาดเอเชีย บิทคอยน์ย่อลงราว 1.5% มาอยู่ที่เหนือ $84,200 เล็กน้อย เนื่องจากราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น จากเหตุการณ์อิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ

ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นทำให้เกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งขึ้นตาม และส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรและดอลลาร์แข็งค่า สินทรัพย์คริปโตมักจะเผชิญกับการย่อตัวชั่วคราว

บรรดานักลงทุนกำลังเฝ้ารายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่กำลังจะมาถึงอย่างใกล้ชิด รวมถึงถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลาง เพื่อหาคำใบ้เกี่ยวกับนโยบายอัตราดอกเบี้ย

การเปลี่ยนแปลงทางมหภาคอย่างฉับพลันนี้ ทำให้เกิดความผันผวนอย่างหนักในการเทรดแบบใช้เลเวอเรจ ส่งผลให้ยอดการล้างพอร์ต (liquidation) รวมทั้งตลาดพุ่งสูงถึง $547 ล้านภายในเวลา 24 ชั่วโมง

ความเคลื่อนไหวของกระเป๋าเงินรัฐบาลสหรัฐฯ: โยกย้ายไปกว่า $100 ล้าน

ผู้เล่นในตลาดยังสังเกตเห็นการโอนสินทรัพย์ขนาดใหญ่จากกระเป๋าคริปโตที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลสหรัฐฯ ตามที่ติดตามโดย Arkham Intelligence

ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า ที่อยู่กระเป๋าที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลได้โอนสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ากว่า $100 ล้านไปยังกระเป๋าภายนอกที่ไม่มีระบุชื่อ:

  • การเคลื่อนย้าย Bitcoin: จำนวน 833.599 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ $71.6 ล้าน ถูกส่งไปยังกระเป๋าที่ไม่มีระบุชื่อสองแห่ง
  • การเคลื่อนย้าย BNBBNB-2.82%: จำนวน 40,285 BNB มูลค่าราว $31.63 ล้าน ถูกย้ายจากกระเป๋ารัฐบาลที่มีการระบุชื่อ ไปยังปลายทางที่ไม่มีระบุชื่อ

ยังไม่มีการยืนยันว่าเกิดการขายเกิดขึ้นแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ธุรกรรมขนาดใหญ่ของรัฐบาลมักทำให้นักเทรดระมัดระวังตัว จนกว่าปลายทางของเงินก้อนนั้นจะชัดเจน

สัญญาณทางเทคนิค: อัตราส่วน Ether-Bitcoin และข่าวคราวเหรียญทางเลือก

ในขณะที่บิทคอยน์ยังอยู่ในช่วงพักฐาน อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคของอัลต์คอยน์หลักๆ ก็เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่สำคัญ

กราฟอัตราส่วน Ether-to-Bitcoin (ETH/BTC) รายวันบน Binance แสดงให้เห็นว่าคู่เทรดนี้ร่วงลงมาหลุดแนวเมฆ Ichimoku Cloud ซึ่งเป็นอินดิเคเตอร์วัดโมเมนตัมดั้งเดิมที่พัฒนาขึ้นในญี่ปุ่นช่วงทศวรรษ 1960

การร่วงหลุดเมฆเป็นสัญญาณเปลี่ยนทิศทางไปสู่โมเมนตัมขาลง ซึ่งบ่งชี้ว่าเทรนด์ขาขึ้นของ Ether เมื่อเทียบกับบิทคอยน์ได้หยุดชะงักลง โดยแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 0.03059 (จุดต่ำสุดเมื่อวันที่ 4 กันยายน) และหากร่วงต่ำกว่าระดับนี้ จะเป็นการยืนยันโมเมนตัมขาลงต่อไป

นอกจากนี้ ในภาพรวมของตลาดคริปโต ยังมีอัปเดตระบบนิเวศที่น่าสนใจหลายประการเกิดขึ้น:

  • การควบคุมโทเคนของ CardanoADA-4.30%: Cardano Foundation ได้เปิดตัวมาตรฐานโทเคนใหม่ ที่เปิดทางให้ผู้ออกสเตเบิลคอยน์ กองทุน และพันธบัตร สามารถจำกัดการโอน อายัดสินทรัพย์ หรือยึดตามคำสั่งกำกับดูแลได้ตามความจำเป็น
  • Robinhood ซื้อเก็บเข้าคลัง: Robinhood ยักษ์ใหญ่แพลตฟอร์มเทรดรายย่อย ได้เพิ่มบิทคอยน์มูลค่า $25 ล้านเข้างบการเงินของบริษัทโดยตรง
  • การปิดตัวของเครือข่าย Layer 2: Abstract ซึ่งเป็นโปรเจกต์ EthereumETH-1.71% Layer 2 ที่เชื่อมโยงกับ Pudgy PenguinsPENGU-4.59% ประกาศปิดตัวลง ทำให้เป็นเครือข่าย Layer 2 แห่งที่สองที่ปิดตัวภายในสัปดาห์เดียว
  • ข้อกำหนดบล็อกเชนของ Swift: ผู้ร่วมก่อตั้ง Taurus ออกมาเตือนว่า บัญชีแยกประเภทบล็อกเชนที่เสนอโดย Swift จำเป็นต้องมีชั้นโครงสร้างพื้นฐานภายในที่สำคัญก่อนนำไปใช้ในระดับองค์กร
  • การยื่นขอใบอนุญาตธนาคาร: Rain บริษัทชำระเงินคริปโต ประกาศแผนยื่นขอใบอนุญาตธนาคารทรัสต์ระดับชาติของสหรัฐฯ เพื่อก้าวข้ามการใช้ตัวกลางธนาคารบุคคลที่สาม

บทสรุปสำหรับนักลงทุนคริปโต

ภาพใหญ่ในทิศทางขาขึ้นแบบขั้นบันไดของบิทคอยน์ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะมีการย่อตัวชั่วคราวจากปัจจัยมหภาค อย่างไรก็ตาม การจะทะลุเหนือ $87,000 ได้อย่างเด็ดขาด อาจต้องพึ่งพาเงินไหลเข้า Spot ETF ของสถาบันให้กลับมาสูงเกิน $300 ล้านต่อรอบการซื้อขายอีกครั้ง

นักเทรดควรเฝ้าติดตามข้อมูลเงินไหลเข้าของสถาบัน สัญญาณอัตราดอกเบี้ยทางเศรษฐกิจมหภาค และความผันผวนของราคาพลังงานอย่างใกล้ชิดในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

พึงระลึกไว้เสมอว่าตลาดคริปโทเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงโดยธรรมชาติและความผันผวนของราคาในระยะสั้น ผลงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้เป็นสิ่งการันตีผลตอบแทนในอนาคต ผู้ร่วมตลาดควรประเมินเป้าหมายการลงทุนของตนเองอย่างรอบคอบ

แหล่งอ้างอิง:CoinDeskCoinDesk
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news
icon BTCicon ETHicon SOL+2

คำมั่นสัญญาเรื่องอิหร่านของทรัมป์ช่วยให้ตลาดผ่อนคลาย ขณะที่ Bitcoin ยังยืนเหนือ $82K

ราคา Bitcoin เริ่มทรงตัวใกล้ระดับ $82,600 หลังถ้อยแถลงทางการเมืองช่วยลดความกังวลเรื่องการทหาร ส่งผลให้แรงกดดันในตลาดคริปโตและตลาดหุ้นผ่อนคลายลง

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon ETHicon SOL|
09 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTCicon ETH

นักลงทุน Bitcoin ETF แห่ถอนเงิน $729M หลังราคาแตะจุดเท่าทุน

Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เผชิญเงินทุนไหลออกสูงถึง 729 ล้านดอลลาร์ในเวลาเพียง 2 วัน หลังราคา Bitcoin พุ่งแตะต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนที่ประมาณ 81,722 ดอลลาร์

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon ETH|
09 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTCicon ETHicon HYPE

ยอดล้างพอร์ตคริปโตพุ่งทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์: หมายความอย่างไรต่อ Bitcoin

ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีการล้างพอร์ตคริปโตไปมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ มาดูกันว่าอะไรคือสาเหตุของการร่วงครั้งใหญ่นี้ และมีอะไรที่ต้องจับตาต่อสำหรับ Bitcoin

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon ETHicon HYPE|
09 ต.ค. 69 | AI Generated