ข่าว
icon CYBER

อังกฤษตั้ง 6 ธนาคารยักษ์ใหญ่ ลุยโปรเจกต์นำร่อง "พันธบัตรรัฐบาลดิจิทัล" ครั้งประวัติศาสตร์

ผู้เขียน : AI Generated06 ต.ค. 69อ่าน : 1CointelegraphCointelegraph
AI Generated
06 ต.ค. 69อ่าน : 1Cointelegraph
อังกฤษตั้ง 6 ธนาคารยักษ์ใหญ่ ลุยโปรเจกต์นำร่อง "พันธบัตรรัฐบาลดิจิทัล" ครั้งประวัติศาสตร์

อังกฤษขยับก้าวสำคัญ! ดึงบล็อกเชนมาใช้จัดการหนี้สาธารณะ

ลองจินตนาการว่ารัฐบาลต้องการกู้เงิน แต่แทนที่จะพึ่งพาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบเดิมๆ ก็เปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยี Distributed Ledger ในการออกพันธบัตรและชำระราคาแทน ภาพนั้นกำลังเกิดขึ้นจริงแล้วที่สหราชอาณาจักรครับ

รัฐบาลอังกฤษได้แต่งตั้ง 6 ธนาคารยักษ์ใหญ่ให้มาเป็นผู้นำในโครงการนำร่องที่ชื่อว่า DIGIT โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อทดสอบเทคโนโลยี Distributed Ledger (DLT) และการชำระราคาบนบล็อกเชน (Onchain Settlement) สำหรับพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ หรือที่เรียกกันว่า Gilts โดยตั้งเป้าจะออกพันธบัตรดิจิทัลของจริงชุดแรกในไตรมาสแรกของปี 2027

ปูพื้นฐานกันก่อน: Gilts กับ DLT คืออะไรกันแน่?

ถ้าอยากเข้าใจว่าทำไมโครงการนี้ถึงสำคัญ เรามาลองย่อยศัพท์เทคนิคยากๆ ให้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่เข้าใจง่ายกันก่อนครับ

เวลาที่รัฐบาลต้องการระดมทุนไปทำโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณสุข หรือบริการสาธารณะ ก็จะทำการออกพันธบัตรขึ้นมา ซึ่งในสหราชอาณาจักร พันธบัตรรัฐบาลจะถูกเรียกว่า Gilts เพราะในอดีต ใบพันธบัตรที่เป็นกระดาษจริงจะมีการเคลือบขอบด้วยสีทองนั่นเองครับ

ในตลาดการเงินยุคเดิม การซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลต้องผ่านตัวกลางหลายฝ่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นสำนักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ และธนาคารผู้รับฝากทรัพย์สิน ทำให้กระบวนการโอนและชำระราคา (Settlement) ต้องใช้เวลาถึง 1-2 วันทำการ (หรือที่เรียกกันว่า T+1 หรือ T+2)

แต่สำหรับ Distributed Ledger Technology (DLT) มันคือระบบฐานข้อมูลดิจิทัลที่แชร์ร่วมกัน โดยการตรวจสอบและอัปเดตข้อมูลจะเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งเครือข่ายแบบเรียลไทม์ พอเอา DLT มาใช้กับพันธบัตรรัฐบาล สถาบันการเงินเลยสามารถบันทึกความเป็นเจ้าของและโอนพันธบัตรได้แทบจะในทันที

พันธบัตรแบบ 'Digitally Native' คืออะไร ทำไมถึงต่างจากเดิม?

เราต้องแยกให้ออกนะครับระหว่าง 'การแปลงสินทรัพย์เดิมให้อยู่ในรูปดิจิทัล' กับ 'การสร้างสินทรัพย์ที่เป็น Digitally Native' ขึ้นมาตั้งแต่แรก

ให้ลองนึกภาพตามง่ายๆ เหมือนรูปถ่ายครับ การเอาพันธบัตรแบบเดิมมาแปลงเป็นโทเคน ก็เหมือนการเอาภาพถ่ายกระดาษใบเก่าไปสแกนลงคอมพิวเตอร์ ภาพกระดาษของจริงยังอยู่ในตู้เก็บเอกสาร ส่วนไฟล์ดิจิทัลเป็นแค่สำเนาที่ทำขึ้นมาแทนเท่านั้น

ในทางกลับกัน พันธบัตรแบบ Digitally Native จะถูกสร้างขึ้นบนระบบ Distributed Ledger ตั้งแต่แรกเริ่ม โดยไม่มีใบรอบกระดาษอยู่ในตู้เซฟเลยแม้แต่ใบเดียว ตั้งแต่วันที่ออกพันธบัตรไปจนถึงวันครบกำหนดไถ่ถอน ทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายดอกเบี้ยหรือการเปลี่ยนมือเจ้าของ จะเกิดขึ้นบนบล็อกเชนทั้งหมด

การออกพันธบัตรดิจิทัลแท้ๆ ผ่านโครงการ DIGIT นี้ อังกฤษจึงตั้งเป้าว่าจะช่วยตัดขั้นตอนเอกสารที่ไม่จำเป็นออกไป ช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงาน และลดเวลาที่ใช้ในกระบวนการบริหารจัดการหนี้ลงได้

บทบาทสำคัญของ 6 ธนาคารใหญ่ในโครงการนี้

การออกพันธบัตรรัฐบาลต้องใช้สภาพคล่องมหาศาลครับ ธนาคารกลางและสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะจึงต้องพึ่งพา 'Primary Dealers' หรือสถาบันการเงินระดับโลกในการรับซื้อพันธบัตรล็อตใหญ่ เพื่อนำไปกระจายต่อให้กับนักลงทุนสถาบันทั่วโลก

การที่ทางการอังกฤษเลือก 6 สถาบันการเงินชั้นนำมานำร่องโครงการ DIGIT จึงเป็นการรับประกันว่าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลใหม่นี้ จะสามารถเชื่อมต่อกับตลาดทุนที่มีอยู่เดิมได้อย่างราบรื่น

  • การทดสอบครบวงจร (End-to-End Testing): ธนาคารที่ได้รับเลือกจะทดสอบตั้งแต่การออกพันธบัตรในตลาดแรก การซื้อขายในตลาดรอง ไปจนถึงการชำระราคาแบบเรียลไทม์
  • การเชื่อมต่อกับสถาบันการเงิน (Institutional Integration): การทำงานร่วมกับ Primary Dealers โดยตรง จะช่วยทดสอบว่าระบบ DLT สามารถรองรับปริมาณการซื้อขายมหาศาลได้อย่างไร โดยไม่ทำให้ตลาดเกิดการชะงัก
  • ข้อเสนอแนะสำหรับผู้กำกับดูแล (Feedback for Regulators): ประสบการณ์และข้อมูลที่ธนาคารเหล่านี้ได้รับระหว่างโครงการนำร่อง จะถูกนำไปใช้กำหนดเกณฑ์ทางกฎหมายและมาตรฐานทางเทคนิคในอนาคต

ทำไมการชำระราคาบนบล็อกเชนถึงสำคัญกับพันธบัตรรัฐบาล?

การย้ายพันธบัตรรัฐบาลมาอยู่บน Distributed Ledger มีข้อดีหลายอย่างที่อาจช่วยยกระดับตลาดการเงินยุคใหม่ได้ ดังนี้:

  • การชำระราคาแบบทันที (Atomic Settlement): ทำรายการและโอนสินทรัพย์ได้ทันทีแบบเรียลไทม์ ช่วยขจัดปัญหาความล่าช้าระหว่างการชำระเงินกับการส่งมอบสินทรัพย์ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระ (Counterparty Risk) หรือความเสี่ยงที่คู่สัญญาอีกฝ่ายจะไม่ทำตามข้อตกลงก่อนที่การซื้อขายจะเสร็จสิ้น
  • การใช้ Smart Contract อัตโนมัติ: การจ่ายดอกเบี้ย (Coupons) สามารถโอนตรงไปยังที่อยู่วอลเล็ตดิจิทัลของผู้ถือโทเคนได้ทันทีตามวันที่กำหนด โดยไม่ต้องใช้คนมานั่งตรวจสอบเอกสารให้ยุ่งยาก
  • ความโปร่งใสที่มากขึ้น: บัญชีชี้นำร่องร่วมกันช่วยให้ทุกคนในตลาดมองเห็นข้อมูลชุดเดียวกัน (Single Source of Truth) ทำให้ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความลับของข้อมูลสำคัญไว้ได้ตามความเหมาะสม
  • เข้าถึงตลาดได้ตลอด 24 ชั่วโมง: แพลตฟอร์มบนบล็อกเชนสามารถเปิดทำงานได้ต่อเนื่องไม่มีวันหยุด ทำให้นักลงทุนทั่วโลกมีความยืดหยุ่นสูงขึ้น แม้จะไม่อยู่ในเขตเวลาเดียวกันก็ตาม

แผนการเดินทางสู่ปี 2027: จะมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนี้?

โครงการ DIGIT ของอังกฤษเป็นแผนงานระยะยาวหลายปีครับ การตั้งเป้าเปิดตัวพันธบัตรดิจิทัลในไตรมาสแรกของปี 2027 ทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีเวลาเพียงพอในการแก้ไขโจทย์ทั้งทางด้านเทคนิค กฎหมาย และกระบวนการทำงาน

ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ธนาคารแกนนำและหน่วยงานทางการเงินจะทำการทดสอบระบบในพื้นที่ทดลองควบคุม (Sandbox) เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมีความยืดหยุ่นสูง ปลอดภัยจากการโจมตีทางไซเบอร์ และปฏิบัติตามมาตรฐานกฎหมายของประเทศอย่างถูกต้องครบถ้วน

การรักษาสมดุลระหว่างนวัตกรรมกับความเสี่ยงในทางปฏิบัติ

แม้ว่า DLT จะมอบโอกาสอย่างมากในการพัฒนาตลาดทุนให้ทันสมัย แต่นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมชี้ว่า การนำเทคโนโลยีทางการเงินใหม่ๆ มาใช้นั้น ต้องอาศัยการรักษาสมดุลและการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง

การเชื่อมต่อระบบ Distributed Ledger ใหม่เข้ากับระบบ IT ดั้งเดิมของธนาคารมีความซับซ้อนทางเทคนิคค่อนข้างสูง นอกจากนี้ ผู้เกี่ยวข้องในตลาดต้องดูแลไม่ให้สภาพคล่องเกิดการกระจัดกระจาย โดยต้องรักษาให้ปริมาณการซื้อขายระหว่างพันธบัตรแบบเดิมกับพันธบัตรดิจิทัลรุ่นใหม่เป็นไปอย่างราบรื่น

ผลการดำเนินงานในอดีตของการปรับใช้เทคโนโลยีทางการเงินหรือโครงสร้างตลาดในอดีต ไม่ได้เป็นสิ่งการันตีถึงผลลัพธ์ในอนาคต ผู้มีส่วนร่วมในตลาดควรประเมินทั้งประโยชน์ในทางปฏิบัติและข้อพิจารณาทางเทคโนโลยีของระบบ Distributed Ledger อย่างรอบคอบ

เมื่อใกล้ถึงเป้าหมายไตรมาสแรกของปี 2027 ผลลัพธ์จากโครงการนำร่อง DIGIT ของอังกฤษ จะกลายเป็นข้อมูลเชิงลึกที่มีค่ายิ่ง ในการแสดงให้เห็นว่าตลาดพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกอาจมีวิวัฒนาการอย่างไร ท่ามกลางโลกการเงินที่หมุนไปสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ

แหล่งอ้างอิง:CointelegraphCointelegraph
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news
icon ALGOicon BTCicon ETH+2

บิตคอยน์เริ่มนิ่งใกล้ $82,500 หลังสถานการณ์การเมืองโลกเริ่มคลี่คลาย

บิตคอยน์ดีดตัวกลับขึ้นมาแตะ $82,500 หลังมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองในสหรัฐฯ แม้ว่าตลาดอนุพันธ์คริปโตจะเจอการล้างพอร์ต (Liquidation) สูงเกินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ก็ตาม

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon ALGOicon BTCicon ETH|
09 ต.ค. 69 | AI Generated
news

ESMA เร่งตรวจความเสี่ยง 'หลักประกันโทเคน' ยามตลาดเกิดวิกฤต

หน่วยงานกำกับดูแลการเงินของยุโรปเปิดรับฟังข้อมูล เพื่อพิสูจน์ว่าหลักประกันแปลงเป็นโทเคนสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้อย่างปลอดภัยยามเกิดวิกฤต ก่อนพิจารณาออกกฎหมายใหม่

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
09 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTCicon CYBERicon ETH

ก.ล.ต. ไทยเคาะเกณฑ์ Spot Bitcoin และ Ether ETF มีผล 16 ต.ค. นี้

ก.ล.ต. ไทย ประกาศเกณฑ์กำกับดูแล Spot Bitcoin และ Ether ETF มีผลบังคับใช้ 16 ตุลาคมนี้ ครอบคลุมการดูแลทรัพย์สิน สัดส่วนการลงทุน และแนวทางซื้อขาย

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon CYBERicon ETH|
09 ต.ค. 69 | AI Generated