เช็ค 5,000 ดอลลาร์จากทรัมป์: ส่งผลอย่างไรต่อตลาดคริปโท?

เช็ค 5,000 ดอลลาร์ของทรัมป์จะส่งผลต่อตลาดคริปโทได้ไหม?
ลองจินตนาการว่าเปิดตู้จดหมายแล้วพบเช็ค 5,000 ดอลลาร์จากรัฐบาล นี่คือข้อเสนอที่โดนัลด์ ทรัมป์ นำกลับมาพูดถึงอีกครั้ง
ทรัมป์ย้ำสัญญาว่า จะแจกเช็คปันผล 5,000 ดอลลาร์ให้คนอเมริกันวัยผู้ใหญ่ทุกคน หากพรรครีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากในสภาได้ในเดือนพฤศจิกายน
แม้ฟังดูน่าสนใจสำหรับคนทั่วไป แต่นักวิเคราะห์การเงินกำลังเฝ้ามองตัวเลขเหล่านี้อย่างใกล้ชิด พวกเขาอยากรู้ว่า เงินหมุนเวียนมหาศาลนี้จะไหลเข้าสู่ BitcoinBTC+0.39% และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่
ตัวเลขเบื้องหลังข้อเสนอแจกเงินปันผล
Crypto Rover นักวิเคราะห์คริปโทยอดนิยม ได้ลองประเมินสถานการณ์ว่า เงินอัดฉีดนี้จะกระทบสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างไร
การคำนวณในตอนแรกประเมินงบประมาณรวมของโครงการไว้ที่ประมาณ 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ สำหรับประชากรที่มีสิทธิ์
หากมีการแจกเงินเต็มจำนวน Crypto Rover ชี้ว่า แม้จะมีเงินแค่เปอร์เซ็นต์เล็กๆ ไหลเข้าบัญชีการลงทุน ก็สามารถสร้างแรงซื้อได้อย่างมหาศาล:
- ถ้าเงิน 5% จาก 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ไหลเข้าคริปโท คิดเป็นเงินทุนใหม่ถึง 85,000 ล้านดอลลาร์
- ถ้าไหลเข้ามา 10% ตัวเลขจะพุ่งสูงถึง 170,000 ล้านดอลลาร์
ปรับการประเมินใหม่: ตัวเลขงบประมาณที่สมจริงขึ้น
รายงานล่าสุดจากสำนักข่าวใหญ่ๆ ได้ปรับปรุงตัวเลขการคำนวณเบื้องต้นให้แม่นยำขึ้น
เนื่องจากสัญญานี้เน้นเฉพาะพลเมืองอเมริกันวัยผู้ใหญ่ ไม่ใช่ผู้อยู่อาศัยทุกคน ตัวเลขงบประมาณจึงปรับลดลงมาอยู่ที่ราวๆ 1.2 ถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์
ถึงแม้งบประมาณรวมจะลดลง แต่เงินทุนที่มีโอกาสไหลเข้าสินทรัพย์ดิจิทัลก็ยังถือว่าสูงมาก:
- หากแบ่งเงิน 5% จากยอดแจก 1.2–1.3 ล้านล้านดอลลาร์ จะคิดเป็นเงินประมาณ 60,000 ล้านดอลลาร์
- หากแบ่งเงิน 10% ก็อาจมีเงินไหลเข้าสินทรัพย์ดิจิทัลได้มากถึง 130,000 ล้านดอลลาร์
แน่นอนว่า ครัวเรือนส่วนใหญ่จะนำเงินนี้ไปจ่ายค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าค่าน้ำค่าไฟ ค่าอาหาร หรือชำระหนี้ อย่างไรก็ตาม บทเรียนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งก่อนๆ ชี้ให้เห็นว่า เงินส่วนที่เหลือใช้มักจะไหลเข้าสู่การลงทุนของนักลงทุนรายย่อย
ทำไมโครงสร้างพื้นฐานคริปโทในวันนี้ถึงต่างออกไป
ในช่วงแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจรอบก่อนๆ นักลงทุนรายย่อยมีทางเลือกจำกัด และเข้าถึงตลาดได้ยาก
Crypto Rover ชี้ว่า ตลาดในปัจจุบันมีความพร้อมในการรองรับเงินทุนใหม่มากกว่ารอบก่อนๆ อย่างมาก
ปัจจัยสำคัญที่พัฒนาขึ้น ได้แก่ การมี Spot Bitcoin ETF, โครงสร้างพื้นฐานระดับสถาบันที่มั่นคงขึ้น, การเข้าถึงที่สะดวกขึ้น และกรอบกฎหมายที่ชัดเจนขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้ร่วมตลาดควรจำไว้ว่า ผลการดำเนินงานในอดีตของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล หรือรอบการกระตุ้นเศรษฐกิจในอดีต ไม่ได้เป็นสิ่งการันตีผลลัพธ์ในอนาคต คุณสามารถดูข้อมูลตลาดย้อนหลังได้ที่ bitkub.com/th/market/BTC
ข้อจำกัดสำคัญ: อุปสรรคใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้า
ก่อนจะหวังถึงเงินทุนไหลเข้า ยังมีอุปสรรคใหญ่หลายประการที่ต้องผ่านไปให้ได้
ข้อแรก พรรครีพับลิกันต้องชนะและครองเสียงข้างมากในสภาให้ได้ในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน
ข้อสอง สภาต้องยกร่างและลงมติอนุมัติงบประมาณเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์อย่างเป็นทางการ
ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและงบประมาณขาดดุล
ข้อเสนอนี้เจอกระแสคัดค้านแม้แต่ภายในพรรครีพับลิกันเอง
สมาชิกรัฐสภาฝั่งรีพับลิกันหลายคนแสดงความกังวลว่า การใช้เงินอีก 1 ล้านล้านดอลลาร์ อาจทำให้รัฐบาลขาดดุลหนักขึ้น และอาจจุดชนวนเงินเฟ้อให้กลับมาอีกครั้ง
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า สมาชิกรัฐสภาบางส่วนมองว่า หากรัฐบาลมีรายได้เกิน ควรนำไปลดหนี้สาธารณะที่มีอยู่ มากกว่าเอามาแจกประชาชน
วิเคราะห์สถานการณ์: ประเมินผลลัพธ์ที่เป็นไปได้
การประเมินผลกระทบทางการเงิน จำเป็นต้องพิจารณาเงื่อนไขและผลลัพธ์ในรูปแบบต่างๆ
กรณีที่เงินไหลเข้าตลาด (Potential Inflow Scenario)
หากรีพับลิกันชนะการเลือกตั้ง ผ่านกฎหมาย แจกเงินสำเร็จ และภาวะเศรษฐกิจทรงตัว ความต้องการคริปโทจากรายย่อยอาจเพิ่มขึ้น ซึ่ง Spot ETF ที่เข้าถึงง่ายจะช่วยรองรับเงินทุนส่วนนี้ได้
กรณีเกิดความเสี่ยงขาลง (Downside Risk Scenario)
หากสภาปัดตกกฎหมายเพราะกลัวงบประมาณขาดดุล หรือเงินเฟ้อที่สูงขึ้นบังคับให้ธนาคารกลางต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด สภาพคล่องในตลาดก็อาจหดตัว ในภาวะเช่นนั้น สินทรัพย์ดิจิทัลอาจเจอการปรับฐานราคา แทนที่จะเติบโต
บทสรุป
ข้อเสนอแจกเงินปันผล 5,000 ดอลลาร์ของโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นแนวคิดที่น่าสนใจต่อสภาพคล่องในตลาด แต่นโยบายนี้ยังต้องพึ่งพาขั้นตอนทางการเมืองและกฎหมายที่มีความไม่แน่นอนอีกหลายขั้นตอน
นักลงทุนควรติดตามการตัดสินใจทางนโยบายอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประเมินทั้งโอกาสและความเสี่ยงระดับมหภาคอย่างระมัดระวัง
