ข่าว
icon NEAR

ผู้ก่อตั้ง NEAR ชี้ เครื่องมือ Onchain กำลังลดการพึ่งพา CEX

ผู้เขียน : AI Generated07 ต.ค. 69อ่าน : 3The BlockThe Block
AI Generated
07 ต.ค. 69อ่าน : 3The Block
ผู้ก่อตั้ง NEAR ชี้ เครื่องมือ Onchain กำลังลดการพึ่งพา CEX

จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของวิธีใช้งานคริปโต

ระบบนิเวศของคริปโตกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลายปีที่ผ่านมา ศูนย์ซื้อขายแบบรวมศูนย์ (CEX) เปรียบเหมือนประตูบานหลักสำหรับทุกคนที่ต้องการเทรด สวอป หรือใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัล

ทว่า Illia Polosukhin ผู้ร่วมก่อตั้ง NEAR ProtocolNEAR-7.96% ได้ออกมาชี้ว่า การพึ่งพา CEX อย่างหนักนี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เขาเน้นย้ำว่าผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์สำหรับกิจกรรมคริปโตประจำวันส่วนใหญ่อีกต่อไป

การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการเติบโตและการพัฒนาของเครื่องมือแบบ Onchain บนบล็อกเชน พอบริการเหล่านี้ใช้งานง่ายขึ้น การต้องทำทุกธุรกรรมผ่านกระดานเทรดเจ้ากลางแบบเดิมๆ จึงเริ่มหมดความจำเป็นลง

ทำความเข้าใจ CEX กับ เครื่องมือ Onchain ต่างกันยังไง

การจะเข้าใจว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ ต้องลองมาดูข้อแตกต่างระหว่างกระดานเทรดแบบรวมศูนย์กับเครื่องมือแบบ Onchain กันก่อน

ลองนึกภาพ ศูนย์ซื้อขายแบบรวมศูนย์ (CEX) ให้เหมือนกับธนาคารทั่วไป เมื่อคุณฝากเงินเข้าไป ธนาคารจะดูแลเงินนั้นให้คุณ คอยจัดการบัญชี จับคู่คนซื้อคนขาย และดูแลทุกธุรกรรม

ในโลกคริปโต แพลตฟอร์มอย่าง Binance หรือ Coinbase ก็ทำงานแบบ CEX แพลตฟอร์มเหล่านี้มีสภาพคล่องสูงและใช้งานง่าย แต่คุณต้องไว้วางใจให้พวกเขาดูแลรักษาทรัพย์สินของคุณ

ในทางกลับกัน เครื่องมือ Onchain จะทำงานบนบล็อกเชนโดยตรงผ่าน Smart Contract นึกภาพเหมือนตู้ขายของอัตโนมัติที่ทำงานได้เอง โดยไม่ต้องมีคนคอยเฝ้าร้าน

เมื่อคุณใช้งาน แอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ (dApp) หรือกระดานเทรดแบบไร้ตัวกลาง (DEX) คุณจะทำรายการกับโค้ดโดยตรงผ่านกระเป๋าคริปโตส่วนตัว ทำให้คุณถือครอง Private Key และดูแลสินทรัพย์ของคุณเองได้ตลอดเวลา

ทำไมความจำเป็นในการใช้ CEX ถึงลดลง?

ช่วงยุคแรกๆ ของคริปโต เครื่องมือแบบ Onchain มักจะใช้งานยาก เชื่องช้า และมีค่าธรรมเนียมแพง ผู้ใช้ต้องจัดการ Seed Phrase ที่ซับซ้อน เจอหน้าจอที่เข้าใจยาก แถมยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเครือข่ายสูง

ข้อจำกัดทางเทคโนโลยีเหล่านี้ ทำให้ CEX กลายเป็นตัวเลือกที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม นักพัฒนาในโลก Web3 ได้พยายามอย่างหนักเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้

Illia Polosukhin ย้ำว่า ประสิทธิภาพของระบบ Onchain พัฒนาไปไกลมากแล้ว ปัจจุบันเครื่องมือแบบกระจายศูนย์มีจุดเด่นหลายอย่างที่ดึงดูดผู้ใช้งานให้ออกมาจากแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์:

  • หน้าตาแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่ายขึ้น: dApp ยุคใหม่มีหน้าตาและประสบการณ์การใช้งานที่ใกล้เคียงกับแอปโมบายแบงก์กิ้งหรือแอปฟินเทคทั่วไป
  • สภาพคล่องที่สูงขึ้นมาก: พูลสภาพคล่องแบบกระจายศูนย์ในปัจจุบัน สามารถรองรับปริมาณการเทรดมหาศาลครอบคลุมเหรียญนับร้อยชนิด
  • สิทธิการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ที่แท้จริง: ผู้ใช้ดูแลสินทรัพย์เองได้ทั้งหมด โดยไม่ต้องรอรับการอนุมัติถอนเงินจากองค์กรกลาง
  • เข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมงจากทั่วโลก: เครื่องมือ Onchain ทำงานตลอดเวลา ไม่มีปิดปรับปรุงระบบจากส่วนกลาง และไม่มีการบล็อกตามพื้นที่

บทบาทของ Chain Abstraction ต่อการเติบโตของ Onchain

เบื้องหลังสำคัญที่ทำให้เครื่องมือ Onchain เติบโตอย่างรวดเร็ว คือแนวคิดที่เรียกว่า Chain Abstraction ซึ่ง NEAR Protocol เป็นผู้ผลักดันหลักของเทคโนโลยีนี้

อธิบายง่ายๆ Chain Abstraction คือการซ่อนความซับซ้อนทางเทคนิคของบล็อกเชนไว้หลังบ้าน เหมือนเวลาคุณส่งอีเมล คุณไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเซิร์ฟเวอร์ส่งข้อมูลไปหาผู้รับอย่างไร

ด้วย Chain Abstraction ผู้ใช้สามารถใช้งานแอปบนหลายบล็อกเชนได้อย่างราบรื่น โดยไม่ต้องสลับเครือข่ายเอง ไม่ต้องซื้อเหรียญค่าแก๊สหลายชนิด หรือวุ่นวายกับการบริดจ์เหรียญข้ามเชน

เมื่อการทลายอุปสรรคทางเทคนิคเหล่านี้ทำได้สำเร็จ เครื่องมือแบบ Onchain จึงมอบประสบการณ์การใช้งานที่สะดวกสบายไม่แพ้ CEX เลยทีเดียว

แล้วกระดานเทรด CEX ยังจำเป็นอยู่อีกไหม?

แม้ความจำเป็นในการใช้ CEX สำหรับการเทรดหรือสวอปเหรียญทั่วไปจะลดลง แต่ CEX ก็ยังไม่ได้หมดความสำคัญไปเสียทีเดียว

CEX ยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการเป็น ประตูเชื่อมเงินฟิแอต (Fiat Gateway) ช่วยให้มือใหม่เปลี่ยนเงินกระดาษ เช่น USD, EUR หรือ THB เป็นคริปโตได้ง่ายผ่านการโอนเงินธนาคารหรือบัตรเครดิต

นอกจากนี้ นักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่มักจะพึ่งพา CEX สำหรับบริการดูแลรักษาทรัพย์สินเฉพาะทาง การรายงานข้อมูลตามกฎหมาย และการมีสภาพคล่องที่ลึกใน Order Book

ดังนั้น ตลาดกำลังวิวัฒนาการไปสู่รูปแบบผสมผสาน โดยผู้ใช้อาจใช้ CEX เพื่อเปลี่ยนเงินบาทเป็นคริปโต แล้วโอนเข้ากระเป๋าส่วนตัวเพื่อใช้เครื่องมือ Onchain ในการเทรด กู้ยืม หรือสเตกกิ้งต่อไป

ทำความเข้าใจความเสี่ยง: CEX vs. Onchain

ไม่ว่าจะเป็น CEX หรือเครื่องมือ Onchain ต่างก็ไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง การเลือกใช้งานจึงต้องเข้าใจข้อดีข้อเสียและความเสี่ยงของแต่ละรูปแบบด้วย

ความเสี่ยงของ CEX (Centralized Exchange)

  • ความเสี่ยงจากการฝากสินทรัพย์ (Custodial Risk): หากกระดานเทรดประสบปัญหาทางการเงินหรือล้มละลาย คุณอาจสูญเสียสิทธิ์ในการเข้าถึงเงินของคุณได้
  • การถูกระงับบัญชี: แพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์สามารถอายัดบัญชีหรือจำกัดการเข้าถึงได้ตามคำขอของหน่วยงานกำกับดูแลหรือนโยบายภายใน
  • การถูกแฮกข้อมูล: ฐานข้อมูลแบบรวมศูนย์เป็นเป้าหมายเดี่ยวที่อาจดึงดูดการโจมตีจากแฮกเกอร์ได้

ความเสี่ยงของเครื่องมือ Onchain

  • ช่องโหว่ของ Smart Contract: ช่องโหว่หรือข้อผิดพลาดในโค้ดอาจถูกแฮกเกอร์โจมตีเพื่อดึงเงินออกจากพูลสภาพคล่องได้
  • ความรับผิดชอบของผู้ใช้: หากคุณทำ Private Key หรือ Seed Phrase หาย จะไม่มีทีมบริการลูกค้าคนไหนสามารถกู้คืนเงินของคุณกลับมาได้
  • ความผันผวนของเครือข่าย: หากเครือข่ายเกิดความแออัด อาจส่งผลให้ค่าแก๊สสูงขึ้นหรือการทำธุรกรรมล่าช้าได้

หมายเหตุ: แนวโน้มตลาดในอดีตหรือผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ใช่สิ่งการันตีผลลัพธ์ในอนาคต ควรประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบเสมอเมื่อใช้งานทั้งแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์และแบบกระจายศูนย์ สำหรับราคาตลาดปัจจุบัน สามารถตรวจสอบได้ที่ ตลาด Bitkub

สิ่งนี้มีความหมายอย่างไรต่ออนาคตของคริปโต

มุมมองของ Illia Polosukhin ได้สะท้อนถึงการเคลื่อนไหวสำคัญไปสู่การกระจายศูนย์ที่แท้จริง วิสัยทัศน์ดั้งเดิมของคริปโตคือการให้อำนาจทางการเงินแก่บุคคล โดยตัดตัวกลางที่ไม่จำเป็นออกไป

เมื่อเครื่องมือ Onchain ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อุตสาหกรรมคริปโตก็ยิ่งเข้าใกล้การบรรลุวิสัยทัศน์นั้นมากขึ้น ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องแลกความสะดวกสบายกับการถือครองสินทรัพย์ด้วยตัวเองอีกต่อไป

ไม่ว่าคุณจะชอบความง่ายของ CEX หรือชอบอิสรภาพของแอปพลิเคชัน Onchain การติดตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหล่านี้ จะช่วยให้คุณท่องโลกคริปโตได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

แหล่งอ้างอิง:The BlockThe Block
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news
icon BTCicon ETH

ผู้ร่วมก่อตั้ง Empire Market ถูกตัดสินจำคุก 40 ปี

ศาลสหรัฐฯ สั่งจำคุก Raheim Hamilton ผู้ร่วมก่อตั้ง Empire Market เป็นเวลา 40 ปี ข้อหาเปิดเว็บมืดค้ายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายมูลค่ากว่า 430 ล้านดอลลาร์

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon ETH|
09 ต.ค. 69 | AI Generated
news

อังกฤษเดินหน้าคว่ำบาตร 3 เว็บเทรดคริปโต เอี่ยวช่วยรัสเซียเลี่ยงมาตรการลงโทษ

สหราชอาณาจักรประกาศคว่ำบาตรเว็บเทรดคริปโต 3 แห่ง พร้อมผู้ให้บริการชำระเงินอีกหลายราย หลังสงสัยว่าช่วยรัสเซียหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
09 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTCicon USDCicon USDT

ฝรั่งเศสจ่อเก็บภาษีคริปโตใหม่ ในงบประมาณปี 2027

คณะกรรมาธิการการเงินของฝรั่งเศสหนุนข้อเสนอใหม่ เตรียมเก็บภาษีการสวอป Stablecoin และจัดหนักภาษีคนรวยที่ย้ายประเทศ โดยคิดจากกำไรคริปโตที่ยังไม่ได้ขาย

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon USDCicon USDT|
09 ต.ค. 69 | AI Generated