พรรคเดโมแครตเล็งสอบธุรกิจคริปโตของตระกูลทรัมป์ หลังศึกเลือกตั้งกลางเทอม

หลังจบการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 สมาชิกสภาจากพรรคเดโมแครตกำลังเตรียมเปิดการไต่สวนธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยรายงานการสืบสวนระบุว่า ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับครอบครัวของเขา สามารถสร้างรายได้มหาศาลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
แกนนำคนสำคัญและการเปลี่ยนขั้วอำนาจในสภา
การที่พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ทำให้ประธานคณะกรรมาธิการชุดใหม่กำลังจะได้อำนาจในการตรวจสอบอย่างเต็มที่ ซึ่งรายงานจาก Kate Ackley นักข่าวจาก Bloomberg Government ชี้ว่า วงการคริปโตกำลังเตรียมรับมือกับการตรวจสอบอันเข้มงวดจากฝ่ายนิติบัญญัติ ที่อาจต้องใช้ทั้งเวลาและงบประมาณในการล็อกบี้มหาศาล
สว. Elizabeth Warren จากรัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งคาดว่าจะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา ได้ออกมาประกาศชัดเจนว่าจะตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในธุรกิจของตระกูลประธานาธิบดี ขณะที่ Max Raymond นักวิเคราะห์นโยบายการเงินระบุในรายงานว่า พรรคเดโมแครตตั้งใจจะดันเรื่องการไต่สวนนี้เป็นวาระสำคัญตั้งแต่วันแรกๆ
ในเวลาเดียวกัน สส. Robert Garcia จากรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งคาดว่าจะได้นำคณะกรรมาธิการการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร ได้โพสต์ข้อความส่งตรงถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องผ่านโซเชียลมีเดียหลังรู้ผลเลือกตั้งทันทีว่า ให้เตรียมจ้างทนายความไว้ได้เลย
ทำความเข้าใจอำนาจออกหมายเรียกที่จะเริ่มในมกราคม 2027
เมื่อสภาคองเกรสชุดที่ 120 เปิดประชุมอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2027 ประธานคณะกรรมาธิการจะมีอำนาจตามกฎหมายในการออกหมายเรียก (subpoena) ซึ่งอำนาจนี้ช่วยให้สภาสามารถบังคับเรียกพยานมาให้การ และเรียกตรวจเอกสารภายในได้ ภายใต้ขอบเขตทางกฎหมายและขั้นตอนมาตรฐาน
ต่างจากการออกกฎหมายทั่วไปที่ต้องรอประธานาธิบดีลงนาม การตรวจสอบของสภาคองเกรสสามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องง้อความเห็นชอบจากทำเนียบขาว ซึ่งคาดว่าทีมสืบสวนจะมุ่งเป้าไปที่สัญญาทางธุรกิจ โครงสร้างการถือหุ้น และการติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยงานรัฐกับบริษัทที่เชื่อมโยงกับญาติของทรัมป์
World Liberty FinancialWLFI-9.51% และ USD1 คืออะไร?
เป้าหมายหลักอย่างหนึ่งของการไต่สวนครั้งนี้คือ World Liberty Financial (WLFI) ซึ่งเป็นโปรเจกต์ระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) ที่มีความเชื่อมโยงกับลูกชายของโดนัลด์ ทรัมป์ และสมาชิกในครอบครัวของ Steve Witkoff ทูตพิเศษ
World Liberty Financial ดำเนินงานโดยมีสินทรัพย์ดิจิทัลหลัก 2 ตัวในระบบ:
- เหรียญ WLFI: เหรียญกำกับดูแล (Governance Token) ที่ช่วยให้ผู้ถือสามารถร่วมลงมติในทิศทางของโปรโตคอลได้
- USD1 Stablecoin: สินทรัพย์ดิจิทัลที่ตรึงมูลค่าไว้กับดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรักษาความเสถียรของราคา
กลุ่มนิติบัญญัติแสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการลงทุนมูลค่าหลายล้านดอลลาร์จากนักลงทุนต่างชาติ ที่เข้ามาถือหุ้นใหญ่ในโปรเจกต์นี้ โดยมีรายงานอ้างว่า เงินจ่ายจากธุรกรรมเหล่านี้อาจส่งผลประโยชน์ให้แก่นิติบุคคลที่เชื่อมโยงกับตระกูลทรัมป์และวิทคอฟฟ์ จนเกิดคำถามจากฝ่ายเดโมแครตเกี่ยวกับกลุ่มทุนต่างชาติ
นอกจากนี้ กลุ่มนิติบัญญัติยังได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การอนุมัติแบบมีเงื่อนไขจากสำนักงานสถาบันธนาคารแห่งชาติสหรัฐฯ (OCC) ให้กับธนาคารทรัสต์ระดับชาติที่มีความเกี่ยวข้องกับ World Liberty Financial
สว. Elizabeth Warren ได้วิจารณ์การอนุมัติของหน่วยงานกำกับดูแลผ่านโซเชียลมีเดียว่า เป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างร้ายแรง พร้อมประกาศแผนเสนอออกกฎหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์อนุมัติในลักษณะนี้อีก
การเปิดเผยข้อมูลทางการเงินและประมาณการรายได้
ตัวเลขที่มีการรายงานช่วยอธิบายได้ว่า ทำไมคณะกรรมาธิการตรวจสอบของรัฐบาลกลางถึงให้ความสนใจกับกิจกรรมคริปโตเหล่านี้เป็นพิเศษ โดยการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินประจำปี 2025 ของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งปล่อยออกมาในเดือนมิถุนายน 2026 พบว่ามีรายได้ที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีสูงกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงรายได้จาก World Liberty Financial และค่าลิขสิทธิ์จากเหรียญมีม TRUMP
ขณะเดียวกัน ผลการสืบสวนอิสระโดย Reuters ประมาณการว่า รายได้รวมจากคริปโทเคอร์เรนซีของตระกูลทรัมป์อาจสูงยิ่งกว่านั้น โดยแตะระดับอย่างน้อย 2.3 พันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025
การตรวจสอบของคณะกรรมาธิการอาจครอบคลุมถึงการใช้อำนาจฝ่ายบริหาร เช่น การอภัยโทษของประธานาธิบดีทรัมป์ให้กับ Changpeng Zhao ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance เพื่อประเมินว่าคำสั่งของรัฐบาลกลางได้สร้างความได้เปรียบให้กับธุรกิจที่มีคอนเนกชันทางการเมืองหรือไม่
เงินทุนหาเสียงจากวงการคริปโตและปฏิกิริยาของตลาด
ในศึกเลือกตั้งปี 2026 ภาพรวมอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีได้ทุ่มเงินบริจาคช่วยหาเสียงทางการเมืองไปประมาณ 176 ล้านดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างแรงสนับสนุนจากทั้งสองพรรคในการผลักดันกรอบกฎหมายกำกับดูแล รวมถึงกฎหมายโครงสร้างตลาด
อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนขั้วอำนาจในสภาหมายความว่าทิศทางของกฎหมายอาจเปลี่ยนไป เนื่องจากฝ่ายนิติบัญญัติจะหันไปเน้นการตรวจสอบจริยธรรม การเปิดเผยข้อมูลของบริษัท และการจัดประชาพิจารณ์ตรวจสอบ ส่งผลให้บริษัทที่เชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐอาจต้องรับมือกับการถูกเรียกเอกสารจำนวนมากและค่าใช้จ่ายทางกฎหมายที่สูงขึ้น
หลังจากทราบผลการเลือกตั้งกลางเทอม เหรียญที่เชื่อมโยงกับทรัมป์หลายเหรียญมีราคาลดลงชั่วคราวสูงสุดถึง 11% ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วน ซึ่งนักวิเคราะห์ตลาดตั้งสังเกตว่า เหรียญเหล่านี้ไม่ได้ดีดตัวกลับมารวดเร็วเหมือนกับสินทรัพย์ดิจิทัลหลักอย่าง Bitcoin (BTCBTC+3.34%) หรือ EthereumETH+5.60%
ผู้ลงทุนควรระวังว่าราคาโทเคนอาจมีความผันผวนสูงจากกระแสข่าวและนโยบายต่างๆ ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบข้อมูลตลาดของคริปโทเคอร์เรนซีชั้นนำได้โดยตรงที่ Bitkub Market
การตอบโต้จากทำเนียบขาว
ตัวแทนจากทำเนียบขาวและพันธมิตรของประธานาธิบดีปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตทั้งหมดอย่างแข็งกร้าว โดยยืนยันว่าการจัดการทางการเงินทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย พร้อมชี้ว่าการตั้งไต่สวนของสภาคองเกรสที่จะเกิดขึ้นนี้ เป็นเรื่องที่มีแรงจูงใจทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง
เหล่านักวิเคราะห์การเงินให้มุมมองว่า แม้การไต่สวนของสภาคองเกรสจะดึงดูดความสนใจจากสังคม แต่การออกหมายเรียกและการขอเอกสารก็ไม่ได้หมายความว่ามีความผิดทางอาญาเสมอไป โดยผลกระทบเชิงนโยบายในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับแนวทางของคณะกรรมาธิการ หลังจากสภาคองเกรสชุดใหม่เข้ารับตำแหน่งในปี 2027
บทความล่าสุด

หุ้น Riot พุ่งรับดีล AI ขณะที่ Hut 8 ร่วง หลังรายได้ต่ำกว่าคาด
Riot บริษัทเหมืองขุด Bitcoin ขาย BTC เพื่อระดมทุนลุยเช่า AI ขณะที่ Hut 8 เผยรายได้ลดและต้นทุนพุ่ง ก่อนที่รายได้จากศูนย์ข้อมูลจะเริ่มเข้ามา

เจ้าหน้าที่ SEC มอง Canton Coin เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล
เจ้าหน้าที่ SEC ระบุว่ามอง Canton Coin เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล และจะไม่เสนอให้ดำเนินการทางกฎหมายเกี่ยวกับกระบวนการมิ้นต์เหรียญ หลัง DTCC เปิดตัวบริการ Tokenization ใหม่

XRP Ledger เปิดใช้อัปเกรดใหม่ เสริมความปลอดภัยเครือข่ายให้แข็งแกร่งขึ้น
XRP Ledger เปิดใช้งานการอัปเกรด fix Cleanup3_4_0 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ช่วยแก้ช่องโหว่การออกโทเคน พร้อมอัปเกรดฟีเจอร์ AMM และระบบกู้ยืมให้ดียิ่งขึ้น