คูโอโม เตือนวงการคริปโต ต้องสร้างสมดุลทางการเมือง ดึงเสียงสนับสนุนจากสองพรรค

แอนดรูว์ คูโอโม เตือนวงการคริปโตเรื่องกลยุทธ์ทางการเมือง
แอนดรูว์ คูโอโม อดีตผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ออกมาเตือนฝั่งอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีอย่างตรงไปตรงมา โดยเขาระบุว่า การที่ฝั่งคริปโตทุ่มเงินสนับสนุนนักการเมืองพรรครีพับลิกันหนักเกินไป กำลังทำให้ สส. และ สว. พรรคเดโมแครตในวอชิงตันรู้สึกห่างเหินและไม่พอใจ
คูโอโมมองว่า กลยุทธ์ทางการเมืองที่เอนเอียงไปข้างเดียวแบบนี้อาจส่งผลเสียร้ายแรงกว่าที่คิด เพราะหากผู้นำในวงการคริปโตต้องการให้กฎหมายระดับประเทศผ่านออกมาใช้แบบยั่งยืน พวกเขาจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองพรรค ไม่ใช่แค่พรรคใดพรรคหนึ่ง
การที่คริปโตทุ่มหนุนรีพับลิกันหนักเกินไป ทำให้พรรคเดโมแครตถอยห่าง อดีตผู้ว่าฯ นิวยอร์ก แอนดรูว์ คูโอโม ได้เน้นย้ำเรื่องนี้ พร้อมจูงใจให้วงการคริปโตสร้างความสมดุลทางการเมือง
แอนดรูว์ คูโอโม คือใคร แล้วทำไมคำเตือนของเขาถึงสำคัญ?
เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมคำแนะนำนี้ถึงมีน้ำหนัก เราต้องมองไปที่ภูมิหลังทางการเมืองของเขา แอนดรูว์ คูโอโม เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กตั้งแต่ปี 2011 ถึง 2021 ซึ่งเป็นผู้กุมบังเหียนหนึ่งในศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญที่สุดของโลก
ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง นิวยอร์กได้จัดตั้งกรอบกฎหมาย BitLicense ขึ้นมา ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่เก่าแก่และเข้มงวดที่สุดในสหรัฐอเมริกา
ด้วยประสบการณ์อันโชกโชนในพรรคเดโมแครตและการบริหารรัฐ คูโอโมจึงเข้าใจดีว่าการผลักดันนโยบายในสภาทำงานอย่างไร คำเตือนของเขาจึงเป็นเหมือนการเตือนสติให้ชาวคริปโตมองความจริงอย่างเป็นรูปธรรม ในขณะที่กำลังพยายามซื้อใจเหล่านักการเมืองในวอชิงตัน
วงการคริปโตเทเงินหนุนฝั่งรีพับลิกันอย่างไร?
ในช่วงการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา บริษัทและผู้บริหารในวงการคริปโตได้บริจาคเงินหลายสิบล้านดอลลาร์ให้กับแคมเปญหาเสียงทางการเมือง โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงานทางการเมือง (PAC) ขึ้นมาเป็นการเฉพาะ เพื่อระดมทุนมหาศาลสนับสนุนผู้สมัครที่มีจุดยืนหนุนคริปโต
เงินบริจาคส่วนใหญ่ไหลไปสู่ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน เนื่องจากนักการเมืองฝั่งรีพับลิกันหลายคนออกตัวหนุนนโยบายส่งเสริมนวัตกรรม และชอบการกำกับดูแลที่ไม่เข้มงวดจนเกินไปสำหรับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
ในขณะเดียวกัน บรรดาบิ๊กเนมของพรรครีพับลิกันยังชูเรื่องการปฏิรูปคริปโตให้เป็นนโยบายทางการเงินเด่นชัด สิ่งนี้สร้างความแตกต่างอย่างมากจากท่าทีของแกนนำพรรคเดโมแครตหลายคนที่มักแสดงความกังขาต่อคริปโต
แม้กลยุทธ์นี้จะช่วยสร้างพันธมิตรทางการเมืองได้ในระยะสั้น แต่กลับสร้างความซับซ้อนในเชิงกฎหมายตามมาในภาพกว้าง การทุ่มไปทางพรรคเดโมแครตน้อยกว่ารีพับลิกันอย่างมาก ทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลกลายเป็นเรื่องของพรรคการเมืองเดียวโดยไม่ตั้งใจ
ความเสี่ยงเมื่อสินทรัพย์ดิจิทัลกลายเป็นเรื่องแบ่งฝ่ายทางการเมือง
การทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลกลายเป็นประเด็นแบ่งฝั่งเลือกฝ่าย นำมาซึ่งความเสี่ยงระยะยาวที่สำคัญต่อการยอมรับเทคโนโลยีบล็อกเชนและความชัดเจนด้านกฎหมาย
การผ่านกฎหมายระดับประเทศในสหรัฐฯ จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันเป็นวงกว้าง อำนาจในวอชิงตันมีการหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านตามกาลเวลา และร่างกฎหมายสำคัญในวุฒิสภาสหรัฐฯ มักต้องการเสียงสนับสนุนถึง 60 เสียงเพื่อผ่านด่านกระบวนการต่างๆ
เมื่ออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งเลือกข้างไปทางพรรคใดพรรคหนึ่งมากเกินไป ก็เสี่ยงที่จะทำให้เหล่านักการเมืองจากอีกฝั่งรู้สึกแปลกแยกและถอยห่าง
- สภาทางตัน (Legislative Gridlock): หากฝั่งเดโมแครตมองว่าสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเพียงกลุ่มผลประโยชน์ของรีพับลิกัน โอกาสที่พวกเขาจะสนับสนุนร่างกฎหมายกำกับดูแลที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมก็จะน้อยลงอย่างมาก
- นโยบายขาดความเสถียร (Policy Instability): กฎระเบียบที่ได้รับการหนุนหลังเพียงพรรคเดียว ย่อมมีความเสี่ยงตลอดเวลาที่จะถูกยกเลิกหรือแก้ไขเมื่อมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมือง
- การตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น (Increased Scrutiny): นักการเมืองฝ่ายตรงข้ามอาจจับตาและตั้งข้อสงสัยต่ออุตสาหกรรมนี้มากขึ้น นำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดกว่าเดิมจากหน่วยงานกำกับดูแล
ทำไมการสนับสนุนจากทั้งสองพรรคถึงจำเป็นสำหรับกฎหมายระดับประเทศ?
กฎหมายระดับประเทศที่ชัดเจนถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการเชื่อมต่อคริปโตเข้ากับระบบการเงินกระแสหลัก หากไม่มีแนวทางระดับประเทศที่ชัดเจน ธุรกิจคริปโตก็ต้องดำเนินงานภายใต้กฎหมายระดับรัฐที่สะเปะสะปะและการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่แน่นอน
คูโอโมเน้นย้ำว่า การจะคว้ากฎหมายระดับประเทศมาได้นั้น ต้องเข้าหาฝ่ายต่างๆ ครอบคลุมทุกขั้วทางการเมือง การสานสัมพันธ์กับทั้งสองพรรคจะช่วยให้กฎระเบียบมีความยั่งยืนและมั่นคงในระยะยาว
ฉันทามติจากทั้งสองพรรคช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการ เมื่อทั้งเดโมแครตและรีพับลิกันเห็นพ้องตรงกันในกติกาพื้นฐานของโครงสร้างตลาดดิจิทัลและการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคธุรกิจก็จะสามารถวางแผนในระยะยาวได้
ร่างกฎหมายสำคัญที่ยังรอคอยการตกลงในวอชิงตัน
นักการเมืองในวอชิงตันได้ถกเถียงเรื่องร่างกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลหลายฉบับในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ร่างกฎหมายเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อกำหนดขอบเขตหน้าที่อย่างชัดเจนระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล เช่น คณะกรรมาธิการการค้าสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC)
ยกตัวอย่างเช่น ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดอย่าง Financial Innovation and Technology for the 21st Century Act (FIT21) ที่พยายามระบุให้ชัดเจนว่าโทเคนแต่ละประเภทมีสถานะเป็นสินค้าโภคภัณฑ์หรือหลักทรัพย์
แม้ว่า FIT21 จะได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกทั้งสองพรรคในสภาผู้แทนราษฎร แต่การจะคืบหน้าในวุฒิสภาและคลอดออกมาเป็นกฎหมายได้นั้น ยังคงต้องอาศัยความร่วมมืออย่างต่อเนื่องจากทั้งสองพรรค
ในทำนองเดียวกัน กรอบการกำกับดูแลผู้ออก สเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) ก็หยุดชะงักลงเนื่องจากการถกเถียงระหว่างการกำกับระดับประเทศกับการกำกับระดับรัฐ ซึ่งการหาข้อสรุปในประเด็นเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการยอมรับและเห็นชอบจากนักการเมืองพรรคเดโมแครตด้วย
วงการคริปโตจะปรับสมดุลการเข้าหานักการเมืองได้อย่างไร?
เพื่อเดินตามแนวทางที่คูโอโมแนะนำ นักวางกลยุทธ์ทางการเมืองในฝั่งคริปโตจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารและให้ความรู้ใหม่
ตัวแทนฝั่งอุตสาหกรรมสามารถชูจุดเด่นของเทคโนโลยีบล็อกเชนที่เป็นกลางทางการเมือง เช่น การชำระเงินข้ามแดนที่รวดเร็วขึ้น ค่าธรรมเนียมการโอนเงินที่ถูกลง และการเพิ่มโอกาสเข้าถึงระบบการเงินสำหรับผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคาร
- เข้าหาฝั่งเดโมแครต: มุ่งเน้นการสื่อสารไปยังนักการเมืองหัวก้าวหน้าที่สนใจเรื่องการพัฒนาระบบชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน
- ปรับสมดุลเงินบริจาค: กระจายการสนับสนุนทางการเมืองในรูปแบบที่สะท้อนว่านวัตกรรมเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่เป็นกลางและไม่ขึ้นกับพรรคการเมืองใด
- เน้นการคุ้มครองผู้บริโภค: มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายร่วมกัน เช่น การปราบปรามการทุจริต การปกป้องนักลงทุนรายย่อย และการสร้างกรอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่ชัดเจน
สรุป: ทางออกอนาคตของการกำกับดูแลคริปโต
คำเตือนของแอนดรูว์ คูโอโม เป็นสิ่งเตือนใจว่าการผลักดันกฎหมายระดับประเทศต้องอาศัยความเห็นชอบร่วมกันจากทุกฝ่าย โค้ดแบบโอเพ่นซอร์สและเครือข่ายแบบกระจายศูนย์นั้นมีความเป็นกลางโดยธรรมชาติ และการผลักดันทางการเมืองก็ควรรักษาสภาพความเป็นจริงนั้นไว้
เพื่อให้กฎหมายคริปโตระดับประเทศประสบความสำเร็จ การสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนทั้งกับพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน จะยังคงเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่งสำหรับวงการคริปโตในอนาคต
บทความล่าสุด

ผู้ร่วมก่อตั้ง Empire Market ถูกตัดสินจำคุก 40 ปี
ศาลสหรัฐฯ สั่งจำคุก Raheim Hamilton ผู้ร่วมก่อตั้ง Empire Market เป็นเวลา 40 ปี ข้อหาเปิดเว็บมืดค้ายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายมูลค่ากว่า 430 ล้านดอลลาร์

อังกฤษเดินหน้าคว่ำบาตร 3 เว็บเทรดคริปโต เอี่ยวช่วยรัสเซียเลี่ยงมาตรการลงโทษ
สหราชอาณาจักรประกาศคว่ำบาตรเว็บเทรดคริปโต 3 แห่ง พร้อมผู้ให้บริการชำระเงินอีกหลายราย หลังสงสัยว่าช่วยรัสเซียหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก

ฝรั่งเศสจ่อเก็บภาษีคริปโตใหม่ ในงบประมาณปี 2027
คณะกรรมาธิการการเงินของฝรั่งเศสหนุนข้อเสนอใหม่ เตรียมเก็บภาษีการสวอป Stablecoin และจัดหนักภาษีคนรวยที่ย้ายประเทศ โดยคิดจากกำไรคริปโตที่ยังไม่ได้ขาย