ข่าว

ประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของ Blockchain

ผู้เขียน : Waranyu Suknantee06 ธ.ค. 63อ่าน : 28MediumMedium
Waranyu Suknantee
06 ธ.ค. 63อ่าน : 28Medium
ประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของ Blockchain

History & Evolution of Blockchain

เทคโนโลยีเบื้องหลัง Bitcoin อย่าง Blockchain กำลังถูกนำมาประยุกษ์ใช้กับหลายๆอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่เรื่องของการเงินเท่านั้น สำหรับบทความนี้เราจะมาเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของบล็อกเชนไปพร้อมๆกัน

ก่อนจะมาเป็น Bitcoin

คอนเซ็ปท์ของ Blockchain เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1991 โดยนักวิทยาศาสตร์นามว่า Stuart Haber และ W. Scott Stornetta ได้เสนอให้ใช้วิธีบันทึกเวลา (Time-Stamps) ลงบนเอกสารดิจิทัล เพื่อให้เอกสารดังกล่าวไม่สามารถถูกเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขได้

จากนั้นในปี 1992 ได้มีการนำเสนอระบบ Merkle trees หรือ Hash tree เพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลหรือเอกสารหลายๆชุดเข้าด้วยกันเป็นบล็อกได้ แต่ระบบนี้ไม่เป็นนิยมเท่าไหร่นักจึงไม่ค่อยมีการใช้งานจริง

จนกระทั้งในปี 2004 นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์การเข้ารหัสนามว่า Hal Finney ได้คิดค้นระบบที่เรียกว่า Reusable Proof Of Work ซึ่งต่อมาได้กลายมาเป็นระบบต้นแบบ (Prototype) ให้กับระบบ Proof Of Work ของ Bitcoin

Blockchain รุ่นที่ 1: กำเนิด Bitcoin

ในปี 2008 Satoshi Nakamoto ที่เป็นนามแฝงของบุคคลหรือองค์กรได้เปิดเผย White Paper ของ Bitcoin ที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain ในการบันทึกธุรกรรม เกิดเป็นสกุลเงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ตัวแรกของโลก โดย Blockchain รุ่นแรกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับการบันทึกธุรกรรมโดยเฉพาะ และธุรกรรมแรกของ Bitcoin คือ Satoshi Nakamoto ส่ง Bitcoin จำนวน 10 เหรียญ ให้กับ Hal Finney

Blockchain รุ่นที่ 2: กำเนิด Smart Contract

Blockchain รุ่นที่ 2 ก็คือ Ethereum ที่ใช้ Smart Contract โดยคอนเซ็ปท์ของ Smart Contract คือข้อตกลงที่สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเองเมื่อเงื่อนไขครบตามที่ตกลงเอาไว้ได้อย่างอัตโนมัติ ทำให้สามารถตัดคนกลางทำหน้าที่ตรวจสอบเอกสารออกไปได้ และยังมีความปลอดภัยสูงเนื่องจากอยู่บน Blockchain

การมาของ Ethereum และ Smart Contract ทำให้เหล่าผู้พัฒนาสามารถสร้าง Application บน Blockchain ได้ จึงเกิดเป็น Decentralized Application (dApp) ต่างๆที่มีตั้งแต่ โซเชียลมีเดีย, กระดานซื้อขาย, บริการกู้ยืม, รวมไปถึง เกม

Blockchain รุ่นที่ 3: แก้ปัญหา Scalability

จุดอ่อนสำคัญของทั้ง Bitcoin และ Ethereum คือปัญหาในด้าน Scalability หรือความสามารถในการรองรับจำนวนธุรกรรมที่สูงขึ้น ทำให้เกิดปัญหาอย่าง ความล่าช้าในการทำธุรกรรม หรือปัญหาคอขวด (Bottlenecking)

เพื่อที่จะแก้ไขปัญหานี้ Blockchain รุ่นที่ 3 อย่าง Cardano, EOS, และ IOTA เป็นต้น จึงมีการใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกันออกไป เช่น Sharding, Sidechain, Lightning Network รวมไปถึงการเปลี่ยนระบบจาก Proof Of Work ไปเป็น Proof Of Stake และเทคโนโลยีอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งก็ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป

Blockchain รุ่นที่ 4: AI หรือ Mass Adoption?

ณ ปัจจุบัน ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า Blockchain รุ่นที่ 4 จะพัฒนาไปในทิศทางใด เนื่องจาก Blockchain รุ่นที่ 3 เองก็ยังไม่ค่อยลงตัวดีนัก บ้างก็ว่ารุ่นที่ 4 จะเป็นการประสาน Blockchain เข้ากับเทคโนโลยี AI บ้างก็ว่ารุ่นที่ 4 จะมาแก้ไขปัญหา Mass Adoption ที่จะทำให้ Blockchain สามารถเข้าถึงคนทั่วไป สถานศึกษา หรือธุรกิจขนาดเล็ก ได้ง่ายยิ่งขึ้น

สำหรับ Blockchain ที่ระบุตัวเองว่าเป็นรุ่นที่ 4 ก็เริ่มมีออกมาให้เห็นกันบ้างแล้ว เช่น Multiversum, SOOM, Aergo, และ Insolar ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยมีเป้าหมายหลักคือ Mass Adoption

ในส่วนของการประสาน AI เข้ากับ Blockchain ปัจจุบันก็มีโปรเจ็คที่พยายามประสานเทคโนโลยีทั้ง 2 นี้เข้าด้วยกัน ซึ่งได้แก่ Gainfy, Blackbird.AI และ Neureal เป็นต้น

สรุป

Blockchain ก็เหมือนกับเทคโนโลยีอื่นๆที่มีการพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาทุกครั้งจะนำมาซึ่งคุณประโยชน์และประสิทธิภาพที่สูงขึ้น โดยสำหรับ Blockchain ปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 Generations ซึ่งได้แก่

รุ่นที่ 1: ใช้สำหรับการทำธุรกรรม (Bitcoin)

รุ่นที่ 2: สามารถเขียน Smart Contract ได้ (Ethereum)

รุ่นที่ 3: แก้ไขปัญหา Scalability (Cardano, Nano, IOTA)

สำหรับ Blockchain รุ่นที่ 4 แม้จะยังไม่ได้การยอมรับอย่างชัดเจน แต่เริ่มมีสัญญาณแล้วว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาด้านการ Mass Adoption หรือไม่ก็เป็นการประสานเทคโนโลยี AI เข้ากับ Blockchain โดยไม่ว่าจะพัฒนาไปทางไหนก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและน่ายินดีด้วยกันทั้งสิ้น

อ้างอิง: Satoshi Nakamoto Institute, Hackernoon, GeeksforGeeks

สำหรับผู้สนใจในเทคโนโลยี Blockchain เรามีคอร์สเรียนดีๆที่ทาง Bitkub Academy จัดให้กับผู้สนใจ ติดตามได้ทาง : https://www.facebook.com/Bitkubacademy

บทความที่เกี่ยวข้อง

บริษัทระดับโลกใช้บล็อกเชนทำอะไร?

ขุด Bitcoin ทำอย่างไร มาดูกัน!

อะไรคือหัวใจแห่ง Blockchain

ทำความรู้จักกับ dApps ที่น่าสนใจ

หุ้น vs. คริปโต แตกต่างกันอย่างไร

บทความล่าสุด
news
icon ETH

DAC ย้ำความสำคัญของความปลอดภัยยุคควอนตัม หลังอิตาลีเปิดตัว Volta B1

เมื่ออิตาลีเปิดตัว Volta B1 ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ควอนตัมเครื่องแรก โปรเจกต์บล็อกเชนอย่าง DAC จึงออกมาย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ทนทานต่อการโจมตีจากควอนตัม

16 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon ETH|
16 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTC

Capital B รายงานผลขาดทุนสุทธิครึ่งปีแรก 78 ล้านดอลลาร์

Capital B รายงานผลขาดทุนสุทธิครึ่งปีแรก 78 ล้านดอลลาร์ โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายการด้อยค่าบิตคอยน์สูงถึง 75.9 ล้านดอลลาร์

16 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTC|
16 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BNBicon BTCicon DOGE+2

Bitcoin ทะลุ $82K อีกครั้ง ZEC พุ่ง 11% สวนทางเงินไหลออกจาก ETF

Bitcoin ฟื้นตัวกลับมาเหนือ 82,000 ดอลลาร์ ขณะที่ ZEC นำตลาดด้วยการพุ่งขึ้น 11% แม้ว่ากองทุน crypto ETF ในสหรัฐฯ จะเผชิญกับเงินทุนไหลออกอย่างต่อเนื่องก็ตาม

16 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BNBicon BTCicon DOGE|
16 ต.ค. 69 | AI Generated