ข่าว

สรุปประเด็นสำคัญจากงาน Bitkub Meetup ครั้งที่ 5

ผู้เขียน : Napisa Wisuttipun27 ส.ค. 67อ่าน : 0MediumMedium
Napisa Wisuttipun
27 ส.ค. 67อ่าน : 0Medium
สรุปประเด็นสำคัญจากงาน Bitkub Meetup ครั้งที่ 5

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด, บริษัท บิทคับ แล็บส์ จำกัด และ บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ร่วม จัดงานเสวนา Bitkub Meetup 2024 ครั้งที่ 5 ในหัวข้อ “3 Generations of Entrepreneurs” งานเสวนาที่นำผู้บริหารของทางเครือบิทคับ และผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในหลากหลายธุรกิจ ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นและถ่ายทอดความรู้ และเส้นทางสู่ความสำเร็จของการเป็นผู้ประกอบการ โดยแบ่งการเสวนาออกเป็น 2 ช่วง คือ The Next-Gen Rising Stars และ 3 Generations of Entrepreneurs

ช่วงที่ 1 : หัวข้อ The Next-Gen Rising Stars
.
ร่วมเสวนา โดย
.
1.คุณ CK Cheong ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟาสต์เวิร์ค เทคโนโลยีส์ จำกัด แพลตฟอร์มสำหรับคนทำงาน Freelance
.
2.คุณกานต์ อรรถกร รัตนารมย์ และ คุณซารต์ ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช ผู้ก่อตั้ง BEARHOUSE แบรนด์ชานมและเยลลี่บุกชื่อดัง
.
3.คุณระริน ธรรมวัฒนะ และ คุณนที จรัสสุริยงค์ ผู้ก่อตั้ง GUSS DAMN GOOD ไอศกรีมคราฟต์
.
4.คุณหนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ พิธีกรด้านไอทีและผู้ผลิตคอนเทนต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด (SHOW NO LIMIT)

.
.

CK Cheong เส้นทาง Fastwork และสร้างงานโดยคนไทย กระจายรายได้ให้คนไทยทั่วทุกภูมิภาคและทั่วโลก

— โอกาสของการทำธุรกิจในแบบของ CK Cheong
“ในวันที่ไม่มีใครเชื่อคุณ ไม่มีใครเชื่อในธุรกิจ แต่เรายังเชื่อ นี่คือโอกาส” —

.

คุณ CK Cheong เริ่มต้นเล่าเส้นทางการก่อตั้ง Fastwork ที่ต้องเข้ามากอบกู้บริษัทที่เงินทุนจำนวน 250 ล้านบาทกำลังจะหมด ทั้งยังเป็นช่วงการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ที่ทำให้ผู้ร่วมลงทุนหายไปทั้งหมด จนนำมาสู่การทำ convertible note ระยะ 1 ปี เพื่อกอบกู้สถานการณ์ของบริษัท (convertible note คือ หุ้นกู้ที่ให้สิทธิแก้ผู้ลงทุน ที่ไม่ได้มีการคืนเงินต้นเมื่อครบอายุ แต่จะให้สิทธิแก้ผู้ถือในการแปลงหุ้นกูเเป็นหุ้นสามัญ)

.

สิ่งสำคัญของการธุรกิจในวันนั้นที่ทำให้ Fastwork อยู่มาได้จนทุกวันนี้ คือ “ในวันที่ไม่มีใครเชื่อคุณ ไม่มีใครเชื่อในธุรกิจ แต่เรายังเชื่อ นี่คือโอกาส” นี้คือส่ิงที่คุณ CK กล่างไว้ รวมถึงในช่วงที่บริษัทอยู่ช่วงย่ำแย่ที่สุด คุณ CK กล่าวว่า “คนที่ช่วยบริษัทมากที่สุด และรักบริษัทมากที่สุด คือ พนักงาน ที่คอยช่วยกันทำแคมเปญตั้งใจทำงานกันอย่างมากเพื่อให้บริษัทอยู่ต่อได้”

.

สิ่งที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จของคุณ CK คือ การที่เขามีจุดแข็งของเป็นนักลงทุน คิดแบบนักลงทุน เน้นย้ำถึงการสร้างแบรนด์ในแบบระยะยาว การสร้างแบรนด์แบบระยะสั้นอาจจะเห็นผลเร็ว แต่ต้องแลกมาด้วยความไม่ยั่งยืน เราสามารถทำการตลาดแบบไม่ต้องเสียเงินได้เพราะมีการอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย โดยเขายกตัวอย่างการทำ TikTok ในช่องของเขาเองที่มีการโพสวิดีโอ 3 คลิป มาตลอด 3 ปี

.

ในยุคนี้ AI กำลังเป็น S-curve หรืออุตสาหกรรมใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต ที่จะเข้ามาเป็นตัวกลางในการสื่อข้ามระหว่างคนต่างภาษาลดอุปสรรคทางด้านภาษา ซึ่งจะเข้ามาช่วยคนไทยที่เก่งเรื่องการบริการมากๆ ได้เป็นที่รู้จัก และช่วยให้คนไทยไปทำงานให้กับคนทั่วโลก ซึ่งคุณ CK มองว่า ปัจจุบันงานยังกระจุกอยู่เพียงแค่ในกรุงเทพมหานคร ถ้าหากการเติบโตของงานต่างๆ สามารถกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ จะสามารถช่วยกระจายความเจริญและการเติบโตไปยังพื้นที่อื่นๆ ได้อีกด้วย

.

สำหรับความฝันของคุณ CK ที่อยากจะไปให้ถึง คือ ต้องการเป็นตัวอย่างธุรกิจไทยสำหรับฟรีแลนซ์ชาวไทย สร้างโอกาสให้เป็น Softpower ให้กับประเทศไทย และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับคนไทยทั้งประเทศ

.

— — — — — — — — — — — — — — — — — —

.

คุณกานต์ อรรถกร รัตนารมย์ และ คุณซารต์ ปัทมพร จาก Youtuber สู่เจ้าของกิจกรรมชานม BEARHOUSE มุ่งเป้าสร้างสาขาทั่วโลก

— โอกาสของการทำธุรกิจในแบบของ คุณกานต์ และ คุณซารต์ BEARHOUSE
“การไม่หยุดมองหาโอกาสใหม่ๆ และ กล้าออกจาก Safe Zone กล้าที่จะทำผิด กล้าที่รู้สึกผิดหวัง” —

.

ทางด้านของคุณกานต์ อรรถกร รัตนารมย์ และ คุณซารต์ ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช ผู้ก่อตั้ง BEARHOUSE เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการธุรกิจจากการเป็น Youtuber นำเงินที่ได้จากการทำช่องของตัวเตรียมจะไปซื้อแฟรนไชส์ชาไข่มุกเจ้าดังเจ้าหนึ่งจากไต้หวัน แต่ด้วยเงื่อนไขที่สูงมากๆ ทำให้ทั้งสองคนตัดสินใจมาทำแบรนด์ของตัวเอง เริ่มเปิดสาขาแรกที่สยาม ด้วยการไม่ทำประชาสัมพันธ์เปิดเผยตัว จึงทำให้การขายในวันแรกๆ ไม่มีลูกค้าเลย จึงตัดสินใจโพสต์เชิญชวนให้คนเข้ามาลองชิมพร้อมรับ feedback จนทำให้เสียงตอบรับจากแบรนด์ดีขึ้นมากๆ โดยคุณซารต์กล่าวว่า “การไม่หยุดมองหาโอกาสใหม่ๆ และ กล้าออกจาก safe zone กล้าที่จะทำผิดกล้าที่รู้สึกผิดหวัง” เพราะที่ผ่านมา ทำมาแล้วทั้งหมด 4 บริษัทแต่ก็เจ๊งไปหมด แต่ก็ไม่ยอมหยุดไม่ยอมแพ้

.

สำหรับการทำงานในบริษัทของ BEARHOUSE มีการนำ AI มาใช้ในคาดการณ์ปริมาณวัตถุดิบและสินค้าที่มีความต้องการ เนื่องจากสินค้าของบริษัทมีหลายผลิตภัณฑ์และออกสินค้าใหม่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งการนำเทคโนโลยีมาใช้จะช่วยลดการทำงานของพนักงานได้เยอะมากๆ และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ทาง BEARHOUSE ยังสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้พนักงานทุกคนมีเวลาส่วนตัวเป็นของตัวเอง แยกแอปพลิเคชันการสนทนาระหว่างเรื่องส่วนตัวออกจากการทำงาน เช่น การใช้ Slack, Notion

.

ในปัจจุบันทาง BEARHOUSE มีทั้งหมด 36 สาขาแล้ว แต่ทั้งคุณกานต์และคุณซารต์ ต่างก็มองว่าทางแบรนด์จะยังไม่หยุดพยายามขยายสาขา อยากเปิดสาขาในต่างประเทศ มีเฟรนไชส์ทั่วโลก อยากให้คนทั้งโลกได้ลองชิมชานมและเยลลี่บุกสินค้าจากคนไทย ที่ตอนนี้เริ่มขยายการส่งออกเยลลี่บุกไปยังลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย

.

— — — — — — — — — — — — — — — — — —

.

คุณระริน ธรรมวัฒนะ และ คุณนที จรัสสุริยงค์ เส้นทาง Guss Damn Good เริ่มจากศูนย์สู่ไอศกรีมคราฟต์เปิดสวิชต์ความรู้สึกโคตรดีที่ได้กินไอติม

— โอกาสของการทำธุรกิจในแบบของ คุณระริน และ คุณนที Guss Damn Good
“อะไรที่ไม่เวิร์ค ก็น่าจะเสี่ยงดู แทงสวน” จุดกำเนิดของไอศกรีมเป็นมากกว่าไอศกรีม —

.

สำหรับ คุณระริน ธรรมวัฒนะ และ คุณนที จรัสสุริยงค์ ผู้ก่อตั้ง Guss Damn Good ไอศกรีมคราฟต์ ตอบด้วยความภาคภูมิใจในเรื่องการทำแบรนด์ที่แตกต่างจากทั้งของคุณ CK คุณกานต์ และคุณซารต์ โดยเริ่มต้นจากเงินทุนเพียง 500,000 บาท ไม่มีช่องทางโซเชียลมีเดีย ไม่มีความรู้เรื่องอาหารเลย มีเพียงเครื่องทำไอศกรีมและส่วนผสมที่ดีที่สุดเท่านั้น โดยความสนใจเริ่มทำธุรกิจไอศกรีม คือ ตอนไปเรียนปริญญาโทที่ Boston มองว่าไอศครีมที่ Boston กับที่ไทย มีลักษณะที่แตกต่างกันมากๆ ไอศกรีมในไทยเน้นการใส่ท็อปปิ้งที่หลากหลาย แต่ของที่โน้นจะเป็นไอศครีมลูกกลมๆ ที่ไม่มีการใส่อะไรลงไปเลย จนทำให้คุณระรินและคุณนทีเริ่มออกชิมและศึกษาไอศกรีทที่ต้องการให้ทุกรสชาติมีเรื่องราว สามารถมีบทสนทนาร่วมกันได้ระหว่างลูกค้าและทางร้าน คุณระรินบอกว่าตอนเริ่มทำ Guss Damn Good ออกมาใหม่ๆ ใครก็ต่างบอกว่า “ไม่เวิร์คหรอก ก็น่าจะสี่ยงดู แทงสวน” ทางคุณระรินและคุณนทีจึงมองนี้เป็นโอกาสสำคัญ เหตุผลหนึ่ง คือ ต้องการทำไอศครีมต้องเป็นจุดเด่น ไม่อยากให้ไอศกรีมมีองค์ประกอบอื่นๆ อยากสร้างไอศกรีมที่เป็นมากกว่าไอศกรีม

.

ภายใต้การบริหารของคุณระริน มีจุดเด่นที่แตกต่างจากของ Fastwork และ BEARHOUSE คือการยังพัฒนาแบรนด์โดยการใช้คนเป็นส่วนใหญ่อยู่ เพราะมองว่าการทำไอศกรีมของ Guss Damn Good เป็นเหมือนงานศิลปะมากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม การทำงานหลังบ้านก็มีการใช้เทคโนโลยีบางตัวเข้ามาเชื่อมต่อพนักงานหน้าบ้านและหลังบ้านมากขึ้นด้วยเช่นกัน

.

สำหรับแบรนด์ Guss Damn Good ที่ตอนนี้มีทั้งหมด 16 สาขา และ BALCONY Cream Tea 1 สาขา ด้วยการทำงานที่เข้าปีที่ 10 แล้วยังมีเป้าหมายที่ไม่เหมือนใคร คือ การทำมิชชั่นของการทำไอศกรีม “อยากเปิดสวิชต์ความรู้สึกโคตรดีที่ได้กินไอศกรีม”

.

— — — — — — — — — — — — — — — — — —

.

.

ช่วงที่ 2 : 3 Generations of Entrepreneurs
.
ร่วมเสวนา โดย
.
1.คุณท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด
.
2.คุณตัน ภาสกรนที ผู้ก่อตั้ง และ CEO อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
.
3.คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่และผู้ร่วมก่อตั้ง LINE MAN Wongnai
.
4.คุณหนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ พิธีกรด้านไอทีและผู้ผลิตคอนเทนต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด (SHOW NO LIMIT)

.

— — — — — — — — — — — — — — — — — —

.

อะไร คือ ความสำเร็จของคนทำธุรกิจ

— เคล็ดลับการทำธุรกิจแบบ คุณตัน ภาสกรนที แห่ง อิชิตัน กรุ๊ป
“ไม่ว่าจะทำอะไร ต้องทำให้วิกฤตเป็นโอกาส อย่าโทษใครถ้าเราไม่พยายามให้ถึงที่สุด และต้องทำให้มากที่สุด อดทนมากๆ” —

.

สำหรับคุณตัน ภาสกรนที ผู้ก่อตั้ง และ CEO อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือได้ว่าเป็นเจ้าพ่อคอนเทนต์ในยุคก่อน เป็นคนแรกๆ ที่มี Like แฟนเพจมากถึง 1 ล้านคน โดยคุณตันมองว่า การทำธุรกิจที่ยากที่สุด คือ การเริ่มจากศูนย์ ซึ่งการทำเครื่องดื่มชาขวดทั้งแบรนด์โออิชิและอิชิตันนั้นประสบความสำเร็จได้ เป็นเพราะ “สื่อโฆษณา” ที่ต้องทำสื่อโฆษณาและสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องคิดจนเกินไป จึงจะทำให้มีคนมาติดตาม

.

เบื้องหลังของการทำยอดขายให้กับโออิชิที่คุณตันไม่เคยเล่าที่ไหน คือ โฆษณาที่เป็นหนอนชาเขียว ของ Unif (ยูนิฟ) จากเดิมที่ Unif เคยครองอันดับ 1 บน Market Share แต่เมื่อโฆษณาชิ้นนั้นออกมา ทำให้ยอดขายของโออิชิสามารถทำตลอดและขายได้อย่างถล่มทยาย จึงกลายมาเป็นบทเรียนสำคัญที่คุณตันบอกว่า การทำสื่อโฆษณา “ต้องบอกด้วยว่าสินค้านี้เป็นของใคร”

.

ในการทำธุรกิจของคุณตัน มีสูตรสำเร็จที่ใช้ติดต่อกันมาเกือบ 20 ปี คือ การแจกน้ำ แจกสินค้า เน้นการทำการตลาดแบบ Spider marketing ที่เริ่มต้นด้วยการแจกคูปองให้คนเข้ามาใช้บริการ แม้ในช่วงแรกจะเป็นการแจกให้รับประทานฟรี ยอมขาดทุน รวมถึงการทำแคมเปญ ซื้อของในเซเว่นอีเลฟเว่น ครบ 40 บาท แลกซื้อชาเขียว 2 ขวด 25 บาท เป็นแคมเปญที่ทำให้โออิชิสามารถทำยอดขายได้มากมายจนต้องเพิ่มกำลังการผลิตให้มากขึ้น

.

เบื้องหลังของความสำเร็จไม่ได้มีเพียงเรื่องการทำแคมเปญ แจกสินค้าแจกคูปองหรือทำส่วนลดจากการซื้อขายเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของความกล้า “ต้องกล้าทำ กล้าเสี่ยง กล้า ลองผิดลองถูก” ต้องทำงานแบบ “ซามูไร ที่ต้องทำให้สำเร็จ ไม่เกี่ยงงาน ไม่เกี่ยงเงิน ถ้าทำไม่สำเร็จ ก็ต้องทำให้สำเร็จ” (เพราะถ้าไม่สำเร็จจะต้องคว้านท้อง ในส่วนนี้คุณตันเปรียบเปรยเอาไว้) ความกล้านั้นคือ ต้องลงทุนมาทำโรงงานที่ไม่รู้จักเลย เพราะยอดขายชาเขียวเพิ่มขึ้นมากๆ ถึงกับบอกกับผู้ถือที่ลงทุนว่า ถ้ายอดขายไม่ดีใน 6 เดือน ก็ต้องปิดโรงงาน เป็นการเดิมพันครั้งสำคัญที่เทหมดหน้าตัก

.

คุณตันเน้นย้ำเรื่องการลงทุน คือ ไม่ว่าจะลงทุนอะไร “จะต้องลงทุนในจำนวนที่ยอมรับได้” และ ความสำคัญของ “ของการคิด” ถ้าหากสามารถเปลี่ยนวิธีคิดได้ การทำงานบางอย่างจะสามารถทำได้ง่ายขึ้นและเห็นผลขึ้น เพราะการคิดบ้างครั้งทำให้ติดกรอบมากเกินไป

.

สำหรับคำแนะนำสำหรับอนาคต คุณตันให้ความเห็นว่า “ไม่ว่าจะทำอะไร ต้องทำให้วิกฤตเป็นโอกาส ถ้าหามันให้เจอ ทุกวิกฤต ก็คือโอกาส อย่าโทษใครถ้าเราไม่พยายามให้ถึงที่สุด และต้องทำให้มากที่สุด อดทนมากๆ”

— สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องมี ในแบบ ของ คุณยอด ชินสุภัคกุล LINE MAN Wongnai
“ต้องมีความอดทนต่อความเจ็บปวดความเครียด นึกภาพตัวเองเป็นลูฟี่
มีร่างกายเป็นยาง ยิงไม่เข้าฟันไม่เจ็บ”
—

.

คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่และผู้ร่วมก่อตั้ง LINE MAN Wongnai บอกว่าสำหรับการสื่อโฆษณาทาง LINE MAN Wongnai ไม่เคยใช้ตัวของคุณยอดเป็นพรีเซนเตอร์แบบคุณท๊อปและคุณตัน แต่สูตรของทาง LINE MAN จะเป็นเรื่อง Digital Marketing มากกว่า เน้นเรื่องการวัดผลทางการตลาด โดยแบ่งผู้ใช้งานออกเป็น segment และทำการเปรียบเทียบและทดสอบ เช่นเดียวกับการทำการตลาดของกลุ่ม E-commerce เจ้าอื่นๆ

.

การเริ่มทำธุรกิจในช่วงแรกของคุณยอดเป็นอะไรที่ค่อนข้างยาก เพราะตอนนั้นเริ่มทำเว็บไซต์รีวิวอาหารชื่อว่า “Wongnai (วงใน)” มีคู่แข่งกับเว็บไซต์จากฮ่องกงที่ชื่อว่า “OpenRice” ทั้งยังเป็นยุคที่โซเชียลมีเดียวยังไม่ดังมาก ยังเป็นยุคที่ทุกคนยังใช้มือถือ BlackBerry ผู้คนยังเข้าเว็บไซต์ หรือในด้านของการเป็น Food Delivery มีคู่แข่งรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Grab, Lazada, Shopee ซึ่งทาง LINE MAN Wongnai ยังคงต้องเพิ่มขีดความสามารถกับคู่แข่งกับต่างชาติให้ได้ โดยคุณยอดเชื่อว่าอาหารไทยเป็นจุดเด่นของไทย แต่ยังขาดเรื่องการชูวัตถุดิบ เรายังขาดการชูด้าน geographical identity เพื่อสร้างการเป็นที่รู้จักในวงกว้าง หาจุดเด่นให้คนมาซื้อ ซึ่งทางแพลตฟอร์มเองก็ต้องเพิ่มศักยภาพในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

— สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องมี ในแบบ คุณท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา แห่ง Bitkub
“ต้องมีความเสียสละ ความสำเร็จมีราคาเสมอ และต้องรับความเจ็บปวดให้ได้” —

.

คุณท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด เริ่มต้นด้วยการเล่าถึงการเข้ามาอยู่ในอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีตั้งแต่ปี 2013 จาก coins.co.th แล้วจากนั้นมาเปิดบิทคับเมื่อปี 2018 เป็น startups ไม่ระดมทุนผ่าน VC และทำงานอยู่บนกำไรของบริษัท โดยแบ่งช่วงของการทำบิทคับเป็น 3 ช่วง คือ

.

ช่วงที่ 1 War time เป็นช่วงพยายามทำกำไร
.
ช่วงที่ 2 เป็นช่วง Scale up คือการทำให้บริษัทเติบโตขึ้น ในขณะนั้นบิทคับเติบโต 1,000%
.
ช่วงที่ 3 เป็นช่วงที่ทำให้บริษัทมีความยั่งยืน

.

บทความล่าสุด
news
icon BTCicon ETHicon SOL+2

คำมั่นสัญญาเรื่องอิหร่านของทรัมป์ช่วยให้ตลาดผ่อนคลาย ขณะที่ Bitcoin ยังยืนเหนือ $82K

ราคา Bitcoin เริ่มทรงตัวใกล้ระดับ $82,600 หลังถ้อยแถลงทางการเมืองช่วยลดความกังวลเรื่องการทหาร ส่งผลให้แรงกดดันในตลาดคริปโตและตลาดหุ้นผ่อนคลายลง

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon ETHicon SOL|
09 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTCicon ETH

นักลงทุน Bitcoin ETF แห่ถอนเงิน $729M หลังราคาแตะจุดเท่าทุน

Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เผชิญเงินทุนไหลออกสูงถึง 729 ล้านดอลลาร์ในเวลาเพียง 2 วัน หลังราคา Bitcoin พุ่งแตะต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนที่ประมาณ 81,722 ดอลลาร์

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon ETH|
09 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTCicon ETHicon HYPE

ยอดล้างพอร์ตคริปโตพุ่งทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์: หมายความอย่างไรต่อ Bitcoin

ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีการล้างพอร์ตคริปโตไปมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ มาดูกันว่าอะไรคือสาเหตุของการร่วงครั้งใหญ่นี้ และมีอะไรที่ต้องจับตาต่อสำหรับ Bitcoin

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon ETHicon HYPE|
09 ต.ค. 69 | AI Generated