บิตคอยน์เด้งกลับแตะ $75,600 รับแรงหนุน DeFi นำตลาดพุ่ง

บิตคอยน์เด้งกลับเร็ว หลังตลาดสลัดแรงขายช่วงสั้นๆ
ตลาดคริปโตกลับมาคึกคักอย่างรวดเร็ว หลังมีความเคลื่อนไหวจากผลการเลือกตั้งทางการเมืองล่าสุด
บิตคอยน์ (BTCBTC+0.92%) ปรับตัวลดลงไปอยู่ที่ประมาณ $75,600 ก่อนจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว
ราคาที่ผันผวนนี้เกิดขึ้นหลังมีข่าวยืนยันว่าพรรคเดโมแครตคว้าชัยในสภา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่มักกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวระยะสั้นในตลาดการเงิน เพราะนักลงทุนต้องปรับตัวตามนโยบายที่อาจเปลี่ยนไป
ฝั่งซื้อรีบเข้ามาพยุงราคาบิตคอยน์เอาไว้อย่างรวดเร็วแม้ราคาจะร่วงลงกระทันหัน การเด้งกลับอย่างไวนี้ชี้ให้เห็นว่าอารมณ์ของตลาดเปลี่ยนทิศทางได้เร็วมากเมื่อมีข่าวใหญ่เข้ามา
ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัล มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต คุณสามารถเช็กข้อมูลตลาดปัจจุบันได้ที่ ตลาด Bitkub
เหรียญ DeFi นำทัพบวกแรงสุดในตลาด
แม้บิตคอยน์จะเป็นข่าวใหญ่จากการเด้งกลับขึ้นมา แต่จริงๆ แล้วเหรียญกลุ่ม Decentralized Finance (DeFi) คือกลุ่มที่ทำราคาพุ่งแรงนำตลาดตัวจริง
เหรียญกลุ่ม DeFi ทำผลงานได้ดีกว่าสินทรัพย์ดิจิทัลหมวดอื่นๆ หลายหมวดในช่วงการซื้อขายนี้
DeFi คืออะไร? ให้ลองนึกภาพว่า DeFi คือบริการทางการเงินอัตโนมัติที่สร้างบนสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts) ของบล็อกเชน ช่วยให้ผู้คนซื้อขาย กู้ยืม หรือปล่อยกู้ได้โดยไม่ต้องผ่านคนกลางแบบเดิมๆ
นักเทรดมักจะหันมาหาเหรียญ DeFi เมื่อมองหาโอกาสเติบโตในช่วงที่ตลาดกำลังเปลี่ยนทิศทาง แรงซื้อที่คับคั่งช่วยดันให้สินทรัพย์กลุ่มนี้ทำผลงานขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ
เหรียญสายทรัมป์เจอแรงขายกดดันหนัก
ในทางกลับกัน เหรียญการเมืองที่เชื่อมโยงกับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมีมูลค่าลดลงอย่างเห็นได้ชัด
เหรียญมีมสายการเมืองเหล่านี้เคยพุ่งขึ้นแรงจากกระแสความตื่นเต้นช่วงหาเสียงและการเก็งกำไรทางการเมือง
ความสนใจในเหรียญสายทรัมป์เย็นลงอย่างมาก หลังผลการเลือกตั้งชี้ว่าพรรคเดโมแครตได้ครองสภา และเมื่อนักเก็งกำไรเริ่มถอยออกไป ราคาก็ร่วงลงตามระเบียบ
ปฏิกิริยานี้สะท้อนให้เห็นว่าคริปโตแต่ละกลุ่มตอบสนองต่อข่าวเดียวกันต่างกันอย่างไร ในขณะที่บางกลุ่มได้แรงส่งพุ่งต่อ แต่เหรียญการเมืองที่มีการเก็งกำไรสูงมักจะเจอการย่อตัวลงแรง
ทำไมข่าวการเมืองถึงมีผลกับราคาคริปโต
การเลือกตั้งและการเปลี่ยนผ่านของรัฐบาลมีบทบาทสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของราคาคริปโตในระยะสั้น
รัฐบาลเป็นผู้กำหนดกรอบกฎหมาย นโยบายภาษี และกฎเกณฑ์การกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล ความคาดหวังของนักลงทุนจึงเปลี่ยนไปได้ข้ามคืนตามผลการเลือกตั้ง
และนี่คือเหตุผลว่าทำไมผลการเมืองถึงส่งผลต่อตลาด:
- แนวโน้มการกำกับดูแล: การเปลี่ยนขั้วอำนาจในสภาส่งผลต่อทิศทางกฎหมายคริปโตและแนวทางปฏิบัติของอุตสาหกรรมที่จะตามมา
- การหมุนเวียนของเงินในตลาด: เงินทุนมักจะไหลออกจากเหรียญการเมืองที่เก็งกำไรสูง แล้วย้ายไปเข้าสินทรัพย์ที่มีการใช้งานจริงอย่าง DeFi หรือบิตคอยน์
- อารมณ์ของนักลงทุน: ตลาดการเงินในภาพรวมจะปรับระดับความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว ขึ้นอยู่กับนโยบายเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
รับมือความผันผวนอย่างไรในตลาดช่วงการเมือง
ตลาดคริปโตยังคงมีความผันผวนสูงมากในช่วงที่มีข่าวใหญ่ทางภูมิรัฐศาสตร์และการเลือกตั้ง
หากการยอมรับในตลาดยังคงเติบโตในเชิงบวกและปัจจัยมหภาคยังเอื้ออำนวย นักวิเคราะห์ชี้ว่าบิตคอยน์อาจมีโอกาสขึ้นไปทดสอบระดับราคาที่สูงขึ้นได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตาม หากสภาวะเศรษฐกิจมหภาคแย่ลง หรือมีอุปสรรคด้านกฎระเบียบที่ไม่คาดคิดโผล่เข้ามา ราคาอาจกลับมาเจอแรงกดดันขาลงได้เช่นกัน
การเข้าใจทั้งโอกาสในเชิงบวกและความเสี่ยงขาลง จะช่วยให้คุณรับมือกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างชาญฉลาด
บทความล่าสุด

อัตราการเผา XRP รายวันพุ่งกระฉูด 627%: เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
กิจกรรมบนเครือข่าย XRP เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด หลังค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่ถูกเผารายวันพุ่งขึ้นถึง 627% ในเวลาเพียงเดือนเดียว ทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบเดือน

Ripple RLUSD บวกเพิ่ม 1 พันล้านดอลลาร์ใน 90 วัน สวนทาง Tether USDT ที่ลดลง 5 พันล้านดอลลาร์
อุปทาน Ripple USD ทะลุ 2.5 พันล้านดอลลาร์ หลังเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 90 วัน สวนทางกับคู่แข่งรายใหญ่อย่าง USDT และ USDC ที่มีอุปทานลดลงอย่างเห็นได้ชัด

DeFi 201: เบื้องหลังการทำงานร่วมกันของโพรโทคอลต่างระบบ
เรียนรู้การเชื่อมต่อระหว่าง DEX, สระสภาพคล่อง, ตลาดกู้ยืม, Yield Aggregator และ DAO ใน DeFi พร้อมทำความเข้าใจว่าทำไม Composability ถึงสร้างความเสี่ยงเชิงระบบ