เงินไหลเข้า Bitcoin ทะลุ 5 พันล้านดอลลาร์ แต่เงินใหม่ยังเข้ามาน้อย

ข้อมูล On-Chain ล่าสุดของ BitcoinBTC-0.21% บอกอะไรเราบ้าง?
ถ้าคุณตามตลาดคริปโตช่วงนี้ อาจจะเห็นว่าราคา Bitcoin เริ่มพักตัว Glassnode บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล On-chain เผยว่า ในช่วง 30 วันจนถึงวันที่ 5 ตุลาคม มีเงินไหลเข้า Bitcoin สูงถึงเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์
ฟังดูเหมือนมีเงินก้อนโตไหลทะลักเข้าตลาดใช่ไหมครับ? แต่พอเราเจาะลึกดูสภาพคล่องจริงๆ กลับพบประเด็นสำคัญที่น่าสนใจซ่อนอยู่
นั่นคือ เงินส่วนใหญ่ที่เพิ่มขึ้นมาจากนักลงทุนหน้าเดิมที่หมุนเวียนสินทรัพย์กันเอง ไม่ใช่เงินสดใหม่จากผู้ซื้อหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาด
ทำความเข้าใจ 'Realized Cap' กับ 'Market Cap' ต่างกันยังไง?
เพื่อให้เห็นภาพว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ เราลองมาเปรียบเทียบการทำงานของ Realized Cap กับ Market Cap แบบทั่วไปกันครับ
Market Cap ปกติ คำนวณจากราคาปัจจุบันคูณด้วยจำนวนเหรียญทั้งหมด ถ้าราคาพุ่ง Market Cap ของทุกเหรียญก็จะเพิ่มขึ้นทันที ทั้งที่บางเหรียญอาจถูกเก็บนิ่งๆ ใน Cold Storage มาหลายปีแล้วก็ตาม
แต่ Realized Cap จะคิดมูลค่าจากราคาเหรียญ ณ ตอนที่มีการเคลื่อนย้ายล่าสุดบนบล็อกเชน ลองจินตนาการว่า Market Cap เหมือนราคาประกาศขายบ้านทั้งหมู่บ้าน ณ วันนี้ ส่วน Realized Cap คือการเอาราคาจริงที่เจ้าของแต่ละบ้านจ่ายซื้อไปมาบวกกันครับ
เนื่องจาก Realized Cap วัดจากการโอนเหรียญจริง การที่ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้น 5 พันล้านดอลลาร์ใน 30 วัน จึงแปลว่ามีการโอนเหรียญในราคาที่สูงกว่ารอบก่อนๆ นั่นเอง
คนหน้าเดิม vs เงินทุนใหม่: ทำไมถึงสำคัญ?
เวลาวิเคราะห์ความแข็งแกร่งของตลาดคริปโต นักวิเคราะห์มักจะแบ่งเงินทุนออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ครับ:
- Fresh Capital (เงินทุนใหม่): เงินสดใหม่ที่เข้ามาจากนักเทรดรายย่อยหน้าใหม่ สถาบันการเงิน หรือกองทุน ETF ที่เพิ่งเปิดตัว
- Recycled Capital (เงินหมุนเวียน): เงินของนักลงทุนหน้าเดิมที่โยกกำไรจาก Altcoin มาเข้า Bitcoin นำ Stablecoin กลับมาเทรด หรือโยกย้าย Bitcoin ที่ถือไว้
ในช่วง 30 วันก่อนถึง 5 ตุลาคม ข้อมูลชี้ว่าเงินหมุนเวียนของคนหน้าเดิมเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก แม้นักลงทุนเดิมจะขยับตัวคึกคัก แต่กลับไม่ค่อยมีเงินสดใหม่จากภายนอกไหลเข้ามาเลย
ทำไมการปรับขึ้นของราคาถึงชะลอตัว ถ้าไม่มีเงินใหม่?
เมื่อราคาพุ่งขึ้นจากการโยกเงินกันเองข้างใน มากกว่าการมีคนใหม่เข้ามาซื้อ แรงส่งในการดันราคาขึ้นก็มักจะชะลอลง
เพราะนักลงทุนหน้าเดิมมีเงินทุนจำกัด แม้จะโยกเงินไปมาระหว่างเหรียญหรือ Stablecoin ได้ แต่หากไม่มีนักลงทุนใหม่คอยเติมเงินสดเข้ามาซื้อในราคาที่สูงขึ้น สุดท้ายแรงขายก็จะมากกว่าแรงซื้อครับ
สภาวะแบบนี้มักทำให้ราคาเกิดการพักตัวหรือย่อตัวลงสั้นๆ แม้จะมีเงินไหลเข้าเป็นบวกเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์ แต่การขาดเงินใหม่จากภายนอก ทำให้ตลาดไม่มีแรงมากพอที่จะเบรกเอาต์ไปต่อได้ไกล ราคาจึงเริ่มพักตัวนั่นเอง
นักลงทุนได้เรียนรู้อะไรจากข้อมูล On-Chain นี้?
ตัวเลข On-chain อย่าง Realized Cap ช่วยให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่าใครกันแน่ที่เป็นคนดันตลาด และช่วยแยกแยะว่านี่คือการเติบโตที่มีคนใหม่เข้ามาจริงๆ หรือเป็นแค่การปรับพอร์ตของคนหน้าเดิม
การติดตามสัดส่วนของเงินทุนจะช่วยให้นักเทรดประเมินความลึกของตลาดและสภาพคล่องได้ตามความเป็นจริง โดยไม่ถูกกระแสในโซเชียลมีเดียปั่นหัว
ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต สำหรับข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์และข้อมูลฉบับสมบูรณ์ สามารถเข้าชมได้ที่ bitkub.com/th/market/BTC
บทความล่าสุด

บิตคอยน์เริ่มนิ่งใกล้ $82,500 หลังสถานการณ์การเมืองโลกเริ่มคลี่คลาย
บิตคอยน์ดีดตัวกลับขึ้นมาแตะ $82,500 หลังมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองในสหรัฐฯ แม้ว่าตลาดอนุพันธ์คริปโตจะเจอการล้างพอร์ต (Liquidation) สูงเกินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ก็ตาม

ESMA เร่งตรวจความเสี่ยง 'หลักประกันโทเคน' ยามตลาดเกิดวิกฤต
หน่วยงานกำกับดูแลการเงินของยุโรปเปิดรับฟังข้อมูล เพื่อพิสูจน์ว่าหลักประกันแปลงเป็นโทเคนสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้อย่างปลอดภัยยามเกิดวิกฤต ก่อนพิจารณาออกกฎหมายใหม่

ก.ล.ต. ไทยเคาะเกณฑ์ Spot Bitcoin และ Ether ETF มีผล 16 ต.ค. นี้
ก.ล.ต. ไทย ประกาศเกณฑ์กำกับดูแล Spot Bitcoin และ Ether ETF มีผลบังคับใช้ 16 ตุลาคมนี้ ครอบคลุมการดูแลทรัพย์สิน สัดส่วนการลงทุน และแนวทางซื้อขาย