เงินไหลออกจาก Bitcoin ETF พุ่งทะลุ $487 ล้าน หลังสภาวะตลาดเปลี่ยนทิศ

นักลงทุน Bitcoin ETF ถอยฉากกะทันหัน
ช่วงนี้สังเกตเห็นความเย็นชาในตลาดคริปโตกันไหมครับ? แค่วันเดียวหลังจากนักวิเคราะห์ตลาดชี้ว่าต้องมีเงินทุนสถาบันไหลเข้าอย่างแข็งแกร่ง เพื่อดันให้ Bitcoin BTCBTC+0.41% ทะลุระดับ $87,000 ได้อย่างสวยงาม อารมณ์ตลาดกลับพลิกไปคนละทางเลย โดยเมื่อวันพุธที่ 7 ตุลาคม 2026 กองทุน spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เผชิญยอดเงินไหลออกสุทธิมหาศาลถึง 487.1 ล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว
จากข้อมูลของ SoSoValue การถอนเงินครั้งนี้ถือเป็นเงินทุนไหลออกจากกองทุน spot Bitcoin ภายในวันเดียวที่มากที่สุด นับตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2026 การพลิกผันอย่างรวดเร็วนี้สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดสามารถเปลี่ยนทิศทางได้ไวแค่ไหน เมื่อเจอกับแรงกดดันทางมหภาคและข่าวใหญ่ระดับโลก
เจาะลึกข้อมูลเงินไหลออกจาก ETF
เพื่อให้เห็นภาพว่าเงินไหลออก 487.1 ล้านดอลลาร์ในวันพุธนั้นมหาศาลแค่ไหน ลองมาดูพฤติกรรมเฉลี่ยของกองทุนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมากันครับ โดยในช่วง 90 วันที่ผ่านมา กองทุน spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงิน ไหลเข้า เฉลี่ยรายวันอยู่ที่ประมาณ 92 ล้านดอลลาร์
ยอดเงินไหลออกในวันพุธอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 90 วันดังกล่าวประมาณ 2.1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation) ซึ่งตามโมเดลทางสถิติทั่วไป เหตุการณ์ปกติรายวันประมาณ 95% จะอยู่ในช่วงสองส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดังนั้น การหลุดเกินสองส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานจึงสะท้อนถึงเหตุการณ์ที่ผิดปกติและเกิดขึ้นได้ยากมากในการเคลื่อนย้ายเงินทุนของกองทุน
การเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าสู่คริปโต ETF ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาค่อนข้างคาดเดายาก และนี่คือสรุปแนวโน้มเงินทุนล่าสุดครับ:
- กันยายน 2026: เป็นเดือนที่แข็งแกร่ง โดยมีเงินไหลเข้าสุทธิเป็นบวกประมาณ 2.65 พันล้านดอลลาร์
- ตุลาคม 2026 (จนถึงปัจจุบัน): กระแสเงินสุทธิลดลงไป 165.6 ล้านดอลลาร์ หลังจากมีการถอนเงินออกเมื่อเร็วๆ นี้
- ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (2026): ยอดเงินไหลเข้าสุทธิอยู่ที่ 717 ล้านดอลลาร์ ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดสะสมที่ -5.76 พันล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม
- ยอดรวมนับตั้งแต่จัดตั้ง (ม.ค. 2024): ยอดเงินไหลเข้าสุทธิรวมของกองทุน spot Bitcoin ETF ทั้งหมดในสหรัฐฯ อยู่ที่ 57.33 พันล้านดอลลาร์
สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือ การไหลของเงินทุนและราคาสินทรัพย์ทางการเงินย่อมขยายตัวและหดตัวตามวัฏจักรปกติ ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต คุณสามารถดู กราฟราคา และปริมาณการซื้อขายแบบเรียลไทม์ได้ที่ Bitkub Market
การเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin และระดับแนวรับแนวต้านทางเทคนิคที่สำคัญ
เมื่อเงินไหลออกจาก ETF เร่งตัวขึ้น ราคา spot ของ Bitcoin ก็ปรับตัวลดลงมาสู่ระดับ $82,800 ถึง $83,000 ซึ่งโซนราคานี้คือแนวรับด้านล่างที่ยังรับได้อยู่อย่างมั่นคง นับตั้งแต่การพุ่งขึ้นของตลาดคริปโตโดยรวมชะลอตัวลงช่วงวันที่ 21 กันยายน
ในกราฟเทคนิครายวัน Bitcoin มีการซื้อขายอยู่ภายในกรอบสะสมกำลัง (consolidation channel) ตัวชี้วัดทางเทคนิคแสดงให้เห็นว่า เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (50-day moving average) ซึ่งสะท้อนราคาปิดเฉลี่ยตลอด 50 ช่วงการซื้อขายล่าสุด ปัจจุบันอยู่ใกล้ระดับ $80,550 หากราคาปรับตัวร่วงลงต่ำกว่าระดับปัจจุบันอย่างชัดเจน ก็จะเป็นการท้าทายรูปแบบการปรับตัวขึ้นแบบขั้นบันไดที่เห็นมาตลอดช่วงปลายฤดูร้อน
มุมมองนักวิเคราะห์: มีโอกาสเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง?
Alex Kuptsikevich นักวิเคราะห์ตลาดหลักจาก FxPro ได้สรุปแนวทางที่เป็นไปได้ของ Bitcoin โดยขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นในตลาดจะมีปฏิกิริยาอย่างไรใกล้ระดับปัจจุบัน ทั้งนี้ ในการวิเคราะห์ตลาดทางเทคนิค การเคลื่อนไหวของราคาในอนาคตจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเฉพาะและสมมติฐานเบื้องต้น
Kuptsikevich ชี้ว่า โซน $80,500 ถึง $81,500 ครอบคลุมจุดสูงสุดเฉพาะที่ของเดือนที่แล้ว ร่วมกับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน ซึ่งหากพิจารณาจากสภาวะตลาดโดยรวม อาจเกิดสถานการณ์ขึ้นได้ 3 รูปแบบ ดังนี้:
- กรณีมองขึ้น (การเข้าซื้อของแรงช้อน): หากผู้ซื้อในตลาด spot และนักลงทุนสถาบันมองว่าการย่อตัวลงมาที่ $80,500–$81,500 เป็นจุดเข้าซื้อที่น่าดึงดูด แรงซื้อที่แข็งแกร่งอาจส่งผลให้ราคาดีดตัวกลับขึ้นอย่างรวดเร็วไปยังระดับสูงสุดล่าสุด
- กรณีมองลง (การยอมแพ้ของสาย Margin): ในทางกลับกัน หากแรงขายทวีความรุนแรงและบังคับให้เทรดเดอร์ที่ถือสถานะเลเวอเรจ margin ต้องปิดสถานะ ราคาอาจเผชิญการร่วงลงอย่างรวดเร็วไปยังจุดต่ำสุดล่าสุดใกล้ $76,000 หรือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันแถวๆ $72,000
- กรณีเป็นกลาง (ออกข้างสะสมกำลัง): หากข่าวสารทางมหภาคเริ่มนิ่งโดยไม่มีตัวจุดชนวนที่ชัดเจน Bitcoin อาจยังคงซื้อขายออกข้าง (sideways) ในกรอบ $81,000 ถึง $85,000 เพื่อรอปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ๆ ในตลาด
ปัจจัยลบทางมหภาค: น้ำมันพุ่ง ผลตอบแทนพันธบัตรขึ้น และภูมิรัฐศาสตร์
ทำไมเหล่านักลงทุน ETF ถึงถอนเงินออกในช่วงนี้? คริปโทเคอร์เรนซีไม่ได้ซื้อขายแยกขาดจากโลกภายนอก และตอนนี้ก็มีปัจจัยลบทางมหภาคหลายประการที่กำลังกดดันตลาดโลกพร้อมๆ กัน
ประการแรก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น หลังมีรายงานว่าทำเนียบขาวขอตัวเลือกการโจมตีที่เป็นไปได้จากเพนตากอนเกี่ยวกับอิหร่าน ข่าวนี้ทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลให้เกิดความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับมา ซึ่งอาจทำให้อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางคงอยู่ในระดับสูงนานขึ้น
ประการที่สอง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งกลับขึ้นไปแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002 เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสูงขึ้น นักลงทุนที่ต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงมักย้ายเงินออกจากสินทรัพย์เติบโตสูง เช่น หุ้นเทคโนโลยีและคริปโทเคอร์เรนซี แล้วหันไปเข้าสู่ตราสารหนี้แทน
สุดท้าย รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่เผยแพร่ออกมาระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายยังคงมองว่าอัตราเงินเฟ้อที่ค้างสูงคือความเสี่ยงหลักต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปัจจัยนี้ช่วยหนุนให้เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 18 เดือน พร้อมกับสร้างแรงกดดันขาลงต่อหุ้นและพันธบัตรทั่วโลก
การใช้งานจริง: สินเชื่อ Bitcoin ขยายบทบาทไกลกว่าการเทรด
ขณะที่ความผันผวนของราคาในระยะสั้นครอบคลุมหน้าข่าว แต่การใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลในโลกจริงยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้ให้บริการกู้ยืมคริปโตรายใหญ่รายงานว่า การกู้ยืมโดยใช้ Bitcoin เป็นหลักประกัน ถูกนำไปใช้ในวัตถุประสงค์เพื่อชีวิตประจำวันและการใช้งานจริงมากขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะใช้เพื่อเก็งกำไร
ผู้กู้กำลังนำ Bitcoin มาจำนองเป็นหลักประกันเพื่อดึงเงินทุนหมุนเวียนไปใช้ดำเนินธุรกิจ หรือแม้กระทั่งจ่ายค่าเทอมมหาวิทยาลัย แนวโน้มนี้สะท้อนภาพการกู้ยืมโดยมีสินทรัพย์ค้ำประกันแบบดั้งเดิม ที่บุคคลและนิติบุคคลค้ำประกันด้วยหุ้นโดยไม่ต้องขายสินทรัพย์ที่ถืออยู่ออกมา
ประเด็นคริปโตรอบโลก: ข่าวใหญ่ในอุตสาหกรรม
นอกจากความเคลื่อนไหวของ ETF และการวิเคราะห์ กราฟเทคนิค แล้ว สัปดาห์นี้ยังมีพัฒนาการที่น่าสนใจเกิดขึ้นในวงการคริปโตโดยรวมอีกหลายประการ:
Samsung ดึง USDCUSDC-0.39% รองรับผู้ใช้ Galaxy กว่า 82 ล้านราย
Samsung ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์ได้เชื่อมต่อเหรียญสเตเบิลคอยน์ USD Coin (USDC) เพื่อยกระดับตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนให้กับผู้ใช้สมาร์ทโฟน Galaxy กว่า 82 ล้านราย โดยเน้นที่ค่าธรรมเนียมที่ถูกลงและระยะเวลาโอนที่รวดเร็วขึ้น
Standard Chartered ขยายบริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลสู่สิงคโปร์
สถาบันการเงิน Standard Chartered ประกาศแผนขยายบริการรับฝากสินทรัพย์ (custody) ระดับสถาบันสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลและสินทรัพย์ในโลกจริง (RWAs) ไปยังสิงคโปร์ เพื่อขยายรากฐานในตลาดเอเชียแปซิฟิก
กรีซเสนอเก็บภาษีลาภลอยคริปโต 10%
ในฝั่งกฎเกณฑ์ของยุโรป ประเทศกรีซกำลังเตรียมจัดเก็บภาษีผลตอบแทนจากส่วนต่างราคา (capital gains tax) ในอัตรา 10% สำหรับการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี เพื่อปรับการเก็บภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลให้สอดคล้องกับสินทรัพย์ทางการเงินแบบดั้งเดิม
EthereumETH-1.70% ทดสอบความเร็วเฉียด 200M Gas ต่อบล็อก
เครือข่ายทดสอบ Glamsterdam ของ Ethereum บันทึกความเร็วในการประมวลผลได้เข้าใกล้ 200 ล้าน gas ต่อบล็อก หลังจากการอัปเกรดประสิทธิภาพ นับเป็นความก้าวหน้าในการพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับธุรกรรมของบล็อกเชน
RippleXRP-0.40% รุกตลาดสินเชื่อหุ้น; Deus X เตรียมปิดตัว
Ripple กำลังสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมผ่านการเสนอบริการสินเชื่อสำหรับสถานะหุ้นเลเวอเรจ นับเป็นการก้าวเข้าสู่ขอบเขตที่ธนาคารพาณิชย์เคยผูกขาด ในขณะเดียวกัน บริษัทลงทุนคริปโต Deus X Capital ประกาศว่าจะค่อยๆ ยุติการดำเนินงาน เนื่องจากผู้สนับสนุนแยกย้ายไปดำเนินทิศทางยุทธศาสตร์ของตนเอง
สรุปและข้อพิจารณาด้านความเสี่ยง
การซื้อขายในตลาดคริปโทเคอร์เรนซีจำเป็นต้องมีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค กระแสเงินทุนไหลเข้าออก และระดับราคาทางเทคนิค แม้ว่าการยอมรับจากสถาบันจะดำเนินต่อไปผ่านโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและการใช้งานจริงที่ขยายตัว แต่ราคามาร์เก็ตในระยะสั้นยังคงมีความไวและผันผวนต่ออัตราดอกเบี้ยโลกและเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์
โปรดจำไว้เสมอว่าสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนของราคาอย่างมีนัยสำคัญ ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ผู้ร่วมตลาดควรประเมินระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตนเอง และศึกษารายละเอียดอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจทางการเงิน
บทความล่าสุด

คำมั่นสัญญาเรื่องอิหร่านของทรัมป์ช่วยให้ตลาดผ่อนคลาย ขณะที่ Bitcoin ยังยืนเหนือ $82K
ราคา Bitcoin เริ่มทรงตัวใกล้ระดับ $82,600 หลังถ้อยแถลงทางการเมืองช่วยลดความกังวลเรื่องการทหาร ส่งผลให้แรงกดดันในตลาดคริปโตและตลาดหุ้นผ่อนคลายลง

นักลงทุน Bitcoin ETF แห่ถอนเงิน $729M หลังราคาแตะจุดเท่าทุน
Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เผชิญเงินทุนไหลออกสูงถึง 729 ล้านดอลลาร์ในเวลาเพียง 2 วัน หลังราคา Bitcoin พุ่งแตะต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนที่ประมาณ 81,722 ดอลลาร์

ยอดล้างพอร์ตคริปโตพุ่งทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์: หมายความอย่างไรต่อ Bitcoin
ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีการล้างพอร์ตคริปโตไปมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ มาดูกันว่าอะไรคือสาเหตุของการร่วงครั้งใหญ่นี้ และมีอะไรที่ต้องจับตาต่อสำหรับ Bitcoin