ข่าว
icon BTC

นักวิเคราะห์จาก Barclays เตือน ตลาดคริปโตอาจซบเซาต่อเนื่อง

ผู้เขียน : AI Generated06 พ.ย. 69อ่าน : 1U.TodayU.Today
AI Generated
06 พ.ย. 69อ่าน : 1U.Today
นักวิเคราะห์จาก Barclays เตือน ตลาดคริปโตอาจซบเซาต่อเนื่อง

ทำไมการรีบาวด์ของตลาดช่วงนี้อาจเป็นแค่ภาพลวงตา

ถ้าใครได้เฝ้ามองตลาดการเงินในช่วงนี้ คงจะเห็นว่าราคาหุ้นพยายามดันตัวเองกลับขึ้นมาหลังจากที่เพิ่งร่วงไปหนักๆ แต่ก่อนที่จะสบายใจกับการรีบาวด์ครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญระดับท็อปจากวอลล์สตรีทได้ออกมาเตือนให้นักลงทุนระมัดระวังเป็นพิเศษ

Alexander Altmann หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์หุ้นเชิงเทคนิคของ Barclays ธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลก ได้ออกมาระบุสัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่เกี่ยวกับโครงสร้างตลาดในปัจจุบัน เขาเตือนว่าการฟื้นตัวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงนี้อาจอยู่ได้ไม่นาน และเนื่องจากตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมักจะเคลื่อนไหวไปในทางเดียวกับหุ้นทั่วไป การเทขายคริปโตอีกรอบก็อาจจะกำลังคืบคลานเข้ามา

ทำความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างหุ้นกับคริปโต

การจะเข้าใจว่าทำไมคำเตือนเรื่องดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ถึงมีความหมายอย่างมากกับคนถือคริปโต นั้น ต้องเริ่มจากการดูว่าสถาบันการเงินใหญ่ๆ มองความเสี่ยงอย่างไร ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สินทรัพย์ดิจิทัลหลักๆ อย่าง BitcoinBTC-0.93% เริ่มเคลื่อนไหวสอดคล้องกับตลาดหุ้นดั้งเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี

เวลาที่ผู้จัดการกองทุนสถาบันรายใหญ่รู้สึกมั่นใจในภาวะเศรษฐกิจ พวกเขามักจะกระจายเงินเข้าสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นในทุกกระดาน ทั้งหุ้นเติบโตสูงและคริปโตเคอร์เรนซี ในทางกลับกัน พอความเชื่อมั่นของตลาดเริ่มพังลง เงินทุนสถาบันก็มักจะถอยออกจากทั้งกระดานหุ้นและกระดานคริปโตพร้อมๆ กัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมปัญหาในตลาดหุ้นดั้งเดิมถึงสามารถลุกลามไปยังฝั่งสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว

Alexander Altmann คือใคร และทำไมคำเตือนของเขาถึงน่าฟัง?

Alexander Altmann ถือเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งในวอลล์สตรีท ในบทบาทที่ดูแลยุทธศาสตร์หุ้นเชิงเทคนิคของ Barclays งานประจำวันของเขาคือการเจาะลึกดูสิ่งที่อยู่ใต้กราฟราคา เพื่อประเมินโครงสร้างตลาด สถานะการลงทุนของกองทุนต่างๆ และความเสี่ยงทางเศรษฐกิจภาพรวม

Altmann สร้างชื่อเสียงจากการตั้งคำถามกับมุมมองตลาดที่มองโลกในแง่ดีเกินไป ยกตัวอย่างเช่น เขาเป็นหนึ่งในนักวิเคราะห์เพียงไม่กี่คนในวอลล์สตรีทที่ออกมาแสดงความกังขาว่า การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ จะช่วยหนุนราคาหุ้นได้จริงหรือไม่ ซึ่งแนวคิดที่ระมัดระวังของเขาก็พิสูจน์แล้วว่าถูกต้องในตอนนั้น ทำให้ข้อสังเกตล่าสุดเกี่ยวกับตลาดหุ้นและคริปโตของเขาน่าจับตามองอย่างมาก

5 สัญญาณอันตรายใหญ่ที่ Barclays ชี้ให้เห็น

ในการประเมินล่าสุด Altmann ได้ไฮไลต์ 5 ปัจจัยสำคัญที่ชี้ว่า การฟื้นตัวของตลาดหุ้นรอบนี้ตั้งอยู่บนฐานที่ไม่มั่นคง มาลองย่อยสัญญาณทางเทคนิคเหล่านี้เป็นภาษาพูดเข้าใจง่ายๆ กัน:

  • 1. ความกว้างของตลาดติดลบ (Negative Market Breadth): ความกว้างของตลาดคือการดูว่ามีหุ้นกี่ตัวในตลาดที่กำลังปรับตัวขึ้นจริงๆ ซึ่งความกว้างที่เป็นลบหมายความว่า มีหุ้นบิ๊กแคปขนาดใหญ่มากๆ เพียงแค่กลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่ดันดัชนีภาพรวมให้สูงขึ้น ในขณะที่หุ้นส่วนใหญ่กลับค่อยๆ ร่วงลงอย่างเงียบๆ
  • 2. ผลงานของหุ้นกลุ่มเติบโตค่อนข้างน่าผิดหวัง: หุ้นกลุ่มเติบโต (Growth Stocks) คือบริษัทที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตรวดเร็ว เมื่อหุ้นกลุ่มนี้ขยับขึ้นได้ยาก ก็เป็นสัญญาณว่านักลงทุนเริ่มขาดความเชื่อมั่นต่อการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต
  • 3. หุ้นกลุ่ม Neocloud รีบาวด์ได้ย่ำแย่: 'Neocloud' หมายถึงบริษัทให้บริการระบบคลาวด์เฉพาะทางที่รองรับการประมวลผลหนักๆ ของระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) การฟื้นตัวที่อ่อนแอของหุ้นกลุ่มนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี
  • 4. ตลาดคริปโตยังคงซบเซาต่อเนื่อง: ความอ่อนแออย่างต่อเนื่องในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลชี้ให้เห็นว่า สภาพคล่องโดยรวมของตลาดและการเปิดรับความเสี่ยงของนักลงทุนยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ
  • 5. ปัจจัยด้านคุณภาพนิ่งสนิท: 'ปัจจัยด้านคุณภาพ' (Quality Factor) คือตัววัดบริษัทที่มีงบการเงินแข็งแกร่งและมีกระแสเงินสดมั่นคง เมื่อตัวเลขนี้ยังนิ่งสนิท นั่นหมายความว่านักลงทุนยังขาดความกระตือรือร้น แม้แต่กับธุรกิจที่มีสถานะทางการเงินมั่นคงก็ตาม

นักลงทุนกำลัง 'ปฏิเสธความจริง' เกี่ยวกับกลุ่ม AI อยู่หรือเปล่า?

แรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่งตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา ก็คือกระแสความตื่นตัวรอบใหม่ในเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) เงินนับล้านล้านดอลลาร์ได้ไหลเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐาน AI ผู้ผลิตชิป และบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ แต่ Barclays เตือนว่ากระแสการทุ่มเงินก้อนนี้อาจเริ่มหมดแรงแล้ว

ในระหว่างที่ไปร่วมรายการพอดแคสต์ Odd Lots ของ Bloomberg เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม Altmann ได้ชี้ว่า ผู้เล่นในตลาดจำนวนมากดูเหมือนจะมองข้ามปัญหาเชิงโครงสร้างสำคัญในระบบนิเวศเทคโนโลยีไป

นักลงทุนในตอนนี้กำลังอยู่ใน 'สภาวะปฏิเสธความจริง' เกี่ยวกับความเสี่ยงทางการเงินและการกู้ยืมเงินที่แท้จริงซึ่งกลุ่ม AI กำลังเผชิญอยู่

Altmann ได้เน้นย้ำถึงความกดดันทางการเงินที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้ให้บริการ Neocloud เป็นพิเศษ โดยแพลตฟอร์มคลาวด์เฉพาะทางเหล่านี้ปล่อยเช่ากลุ่มคอมพิวเตอร์ประมวลผลสูงให้กับนักพัฒนา AI และเนื่องจากการซื้อฮาร์ดแวร์ขั้นสูงจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนก้อนใหญ่ล่วงหน้า ผู้ให้บริการหลายรายจึงต้องแบกรับภาระหนี้หนัก หากผู้ให้บริการ AI เหล่านี้ทำกำไรได้ไม่เข้าเป้า ตลาดเทคโนโลยีในภาพรวมก็อาจต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่เจ็บปวด

ผลกระทบโดมิโน 1.35 แสนล้านดอลลาร์: กองทุน Volatility-Control

นอกเหนือจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจแล้ว โมเดลของ Barclays ยังชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงทางเทคนิคที่อาจเปลี่ยนการย่อตัวธรรมดาให้กลายเป็นการเทขายครั้งใหญ่ได้ โดยความกังวลนี้มาจากกองทุนรวมประเภทสั่งการด้วยระบบอัตโนมัติที่เรียกว่า 'Volatility-Control Funds' (กองทุนควบคุมความผันผวน)

กองทุนเหล่านี้แตกต่างจากผู้จัดการกองทุนที่เป็นมนุษย์ทั่วไปซึ่งเลือกตัดสินใจลงทุนด้วยตัวเอง เพราะ Volatility-Control Funds จะพึ่งพาอัลกอริทึมคอมพิวเตอร์อย่างเคร่งครัด เมื่อความผันผวนของตลาดต่ำ ระบบอัตโนมัติเหล่านี้จะเข้าซื้อหุ้น แต่ถ้าความผันผวนของราคาพุ่งสูงเกินเกณฑ์ที่ตั้งไว้ อัลกอริทึมก็จะขายสินทรัพย์ออกทันทีเพื่อจำกัดความสูญเสีย

จากข้อมูลโมเดลของ Barclays ที่ Bloomberg นำมารายงานเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2026 กลยุทธ์แบบระบบอัตโนมัตินี้ถือเป็นความเสี่ยงที่ร้ายแรง หากตลาดเริ่มปั่นป่วนขึ้นมา กองทุน Volatility-Control อาจเทขายสัญญาฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ มูลค่าสูงถึง 1.35 แสนล้านดอลลาร์โดยอัตโนมัติ ภายในเวลาเพียง 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังจากตลาดร่วงลงอย่างรุนแรง

หากโมเดลคอมพิวเตอร์แห่กันเทขายสัญญา มูลค่านับแสนล้านดอลลาร์ภายในเวลาแค่ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์หรือเพียงสองวัน แรงขายที่ทะลักเข้ามาฉับพลันก็อาจล้างพอร์ตทั้งในกระดานเทรดหุ้นดั้งเดิมและโบรกเกอร์คริปโตไปพร้อมกันได้

เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรต่อผู้เล่นในตลาดคริปโต?

สำหรับนักเทรดและสายถือยาวในตลาดคริปโต มุมมองเหล่านี้เป็นเครื่องเตือนใจที่ดีว่าสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงยึดโยงกับภาวะเศรษฐกิจมหภาคระดับโลก ถ้าตลาดหุ้นภาพรวมเผชิญปัญหาสภาพคล่องตึงตัวหรือเกิดการเทขายแบบอัตโนมัติอย่างรุนแรง ราคาคริปโตก็อาจได้รับแรงกดดันให้ปรับตัวลดลงในระยะสั้นได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ทิศทางของตลาดยังขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงได้เสมอ หากปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคเริ่มคลี่คลาย การทำกำไรของธุรกิจ AI กลับมามีเสถียรภาพ หรือสภาพคล่องของตลาดโลกปรับตัวดีขึ้น สินทรัพย์ดิจิทัลก็อาจกลับมามีโมเมนตัมขาขึ้นและพบแนวรับที่แข็งแกร่งขึ้นได้

และเช่นเคยสำหรับตลาดการเงิน การติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างสม่ำเสมอและการบริหารความเสี่ยงอย่างระมัดระวังเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงที่มีความไม่แน่นอนสูง โปรดจำไว้เสมอว่าผลตอบแทนในอดีตของทั้งสินทรัพย์ดิจิทัลและตลาดการเงินดั้งเดิมไม่ได้เป็นสิ่งการันตีถึงผลตอบแทนในอนาคต

แหล่งอ้างอิง:U.TodayU.Today
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news
icon BTC

เงินไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF กว่า 430 ล้านดอลลาร์ตามแรงเทขายหุ้นเทค

กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เผชิญเงินไหลออกสุทธิประมาณ 430 ล้านดอลลาร์ หลังการย่อตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีส่งผลกระทบต่อภาพรวมบรรยากาศการลงทุนในตลาด

06 พ.ย. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTC|
06 พ.ย. 69 | AI Generated
news
icon GNO

Gnosis Pay รายงานเหตุความไม่ปลอดภัยทางข้อมูลบนระบบเก่า ยืนยันเงินลูกค้ายังปลอดภัยดี

Gnosis Pay เผยพบการเข้าถึงข้อมูลลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตในระบบเดบิตการ์ดรุ่นเก่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่าเงินของลูกค้าไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

06 พ.ย. 69
AI Generated
0
icon source
icon GNO|
06 พ.ย. 69 | AI Generated
news
icon BTCicon ETHicon USDT

รัสเซียเคาะกฎหมายคริปโตใหม่ พร้อมบังคับใช้ 17 พ.ย. นี้

รัสเซียสรุปกฎหมายคริปโตฉบับใหม่เตรียมบังคับใช้ 17 พฤศจิกายนนี้ ไฟเขียวให้นักลงทุนรายย่อยเทรด BTC, ETH และ USDT ได้อย่างถูกกฎหมายผ่านโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาต

06 พ.ย. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon ETHicon USDT|
06 พ.ย. 69 | AI Generated