เจาะลึก
icon BTCicon ETH

Starknet ถกแผนใหญ่ ปรับโครงสร้างสู่ L1 ป้องกันภัยควอนตัมภายในปี 2027

ผู้เขียน : AI Generated08 ต.ค. 69อ่าน : 5CoinPedia AnalysisCoinPedia Analysis
AI Generated
08 ต.ค. 69อ่าน : 5CoinPedia Analysis
Starknet ถกแผนใหญ่ ปรับโครงสร้างสู่ L1 ป้องกันภัยควอนตัมภายในปี 2027

การปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่และท้าทายของ Starknet

Starknet กำลังพิจารณาปรับเปลี่ยนโครงสร้างหลักครั้งใหญ่ โดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนจาก Layer 2 บน EthereumETH-2.03% ไปเป็นบล็อกเชน Layer 1 อิสระภายในปี 2027

เป้าหมายหลักของการเคลื่อนไหวที่ไม่มีใครคาดคิดนี้คือเรื่องความปลอดภัย Starknet ต้องการสร้างเครือข่ายบล็อกเชนแห่งแรกในวงการคริปโตที่ต้านทานควอนตัมได้อย่างสมบูรณ์

Eli Ben-Sasson ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ StarkWare เผยว่าภัยคุกคามที่เร่งด่วนทำให้เครือข่ายต้องเข้าสู่สภาวะที่เขาเรียกว่า "bunker mode" หรือโหมดตั้งรับอย่างแน่นหนา

ทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลง: Layer 1 และ Layer 2 คืออะไร?

หากต้องการเข้าใจว่าทำไมการตัดสินใจนี้ถึงเป็นเรื่องใหญ่ เรามาดูกันว่าบล็อกเชนทำงานอย่างไรในปัจจุบัน

ลองจินตนาการว่า Layer 1 เป็นเหมือนโครงข่ายไฟฟ้าหลักหรือระบบถนนของเมือง เช่น BitcoinBTC-0.20% และ Ethereum ซึ่งประมวลผลและยืนยันธุรกรรมบนเครือข่ายหลักของตัวเองโดยตรง

ส่วนเครือข่าย Layer 2 ก็เปรียบเหมือนทางด่วนที่สร้างอยู่บนถนนสายหลักนั้น ปัจจุบัน Starknet ทำงานเป็น Layer 2 โดยรวบรวมธุรกรรมหลายร้อยรายการไว้ภายนอก แล้วส่งหลักฐานเพียงชิ้นเดียวกลับไปยัง Ethereum

แม้ว่าเครือข่าย Layer 2 จะช่วยให้ทำธุรกรรมได้เร็วและถูกลง แต่สุดท้ายก็ยังต้องพึ่งพา Layer 1 ที่อยู่ข้างใต้เพื่อความปลอดภัยขั้นสุดท้ายอยู่ดี

ภัยคุกคามจากควอนตัม: ทำไมต้องเข้าสู่ 'Bunker Mode'?

แล้วทำไม Starknet ถึงอยากออกจากร่มเงาที่ปลอดภัยของ Ethereum มาเป็น Layer 1 ของตัวเอง? คำตอบอยู่ที่เรื่องของซูเปอร์คอมพิวเตอร์

ควอนตัมคอมพิวเตอร์ทำงานต่างจากแล็ปท็อปหรือเซิร์ฟเวอร์ที่เราใช้ในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง มันสามารถคำนวณโจทย์ที่ซับซ้อนด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ

Eli Ben-Sasson ได้เน้นย้ำถึงภัยคุกคามเฉพาะสองประการที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน

  • ข้อแรกคือการพัฒนาอันก้าวหน้าของควอนตัมคอมพิวติ้ง ซึ่งอาจมาถึงเร็วกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยคาดไว้มาก
  • ข้อสองคือความเสี่ยงที่มาตรฐานการเข้ารหัสลับที่บล็อกเชนหลักใช้อยู่ในปัจจุบัน อาจถูกเครื่องควอนตัมถอดรหัสได้

บล็อกเชนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน รวมถึง Bitcoin และ Ethereum ใช้การเข้ารหัสแบบเส้นโค้งวงรีเพื่อคุ้มครองกระเป๋าเงินและลายเซ็นผู้ใช้ ซึ่งในทางทฤษฎีแล้ว ควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่มีพลังสูงอาจเจาะระบบคณิตศาสตร์นี้และขโมยเงินไปได้

ภัยคุกคามสองประการนี้เรียกร้องให้ต้องเข้าสู่ bunker mode โดยประการแรกคือเทคโนโลยีควอนตัม ซึ่งอาจอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิดมาก

เทคโนโลยี STARK ต่อสู้กับควอนตัมคอมพิวเตอร์อย่างไร

Starknet มีอาวุธลับอยู่ในชื่อของตัวเองอยู่แล้ว นั่นคือเทคโนโลยี STARK ซึ่งย่อมาจาก Scalable Transparent ARguments of Knowledge

ระบบคณิตศาสตร์ของ STARK ไม่เหมือนกับระบบ Zero-Knowledge รุ่นเก่า เพราะไม่ต้องพึ่งพาการตั้งค่าแบบ Toxic Waste หรือเส้นโค้งการเข้ารหัสที่เปราะบาง แต่ใช้ฟังก์ชันแฮชที่ต้านทานการโจมตีจากควอนตัมได้โดยธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ Starknet ยังเป็น L2 บน Ethereum ก็ยังคงต้องผูกติดกับการเข้ารหัสพื้นฐานของ Ethereum หากรูปแบบลายเซ็นของ Ethereum ถูกเครื่องควอนตัมเจาะได้ Starknet ก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย

การก้าวขึ้นมาเป็น Layer 1 อิสระ จะช่วยให้ Starknet วางระบบความปลอดภัยที่ต้านทานควอนตัมได้ตั้งแต่ฐานรากครอบคลุมทั่วทั้งสถาปัตยกรรม

เส้นทางสู่ปี 2027: มีอะไรที่ต้องทำต่อจากนี้?

การเปลี่ยนผ่านเครือข่ายขนาดใหญ่อย่าง Starknet ไปเป็น Layer 1 อิสระไม่ใช่เรื่องง่าย มันต้องใช้ออกแบบส่วนประกอบหลักหลายอย่างใหม่ทั้งหมด

  1. การออกแบบกลไกฉันทามติที่เป็นอิสระ เพื่อรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายโดยไม่ต้องพึ่งพา Ethereum
  2. การสร้างกลุ่มผู้ตรวจสอบความถูกต้องแบบกระจายศูนย์ เพื่อมาแทนที่ Sequencer แบบรวมศูนย์
  3. การสร้างความมั่นใจว่า แอปพลิเคชันกระจายศูนย์และยอดคงเหลือของโทเคนที่มีอยู่ จะสามารถย้ายระบบได้อย่างราบรื่นโดยไม่กระทบต่อผู้ใช้งาน

เป้าหมายในปี 2027 จะช่วยให้นักพัฒนามีเวลาในการทดสอบและตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคเชิงลึกเหล่านี้อย่างถี่ถ้วน

เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรต่อผู้ใช้คริปโต?

ควอนตัมคอมพิวเตอร์จะมาทำลายโลกคริปโตในวันพรุ่งนี้เลยหรือไม่? เหล่าผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า การโจมตีด้วยควอนตัมที่ใช้งานได้จริงยังต้องใช้เวลาอีกหลายปี

ทว่า การอัปเกรดซอฟต์แวร์ระดับโครงสร้างพื้นฐานนั้นต้องใช้เวลาและความระมัดระวังเป็นปีๆ การเตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนนี้จะช่วยรับประกันว่าสินทรัพย์จะยังคงปลอดภัย ก่อนที่เครื่องควอนตัมจะกลายเป็นภัยคุกคามจริง

ควรพึงระลึกไว้ว่า เครือข่ายคริปโตยังคงมีความเสี่ยงทางเทคนิคและตลาดอย่างต่อเนื่องในระหว่างการอัปเดตโครงสร้างครั้งใหญ่ ผู้ใช้ควรติดตามข่าวสารเมื่อ Starknet ปล่อยแผนการดำเนินงานทางเทคนิคฉบับละเอียด

มองไปข้างหน้า

ข้อเสนอของ Starknet ที่จะก้าวไปสู่การเป็น Layer 1 ซึ่งต้านทานควอนตัมภายในปี 2027 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการวางแผนความปลอดภัยของบล็อกเชน

หากประสบความสำเร็จ Starknet อาจกลายเป็นผู้กำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับความปลอดภัยยุคหลังควอนตัมไปทั่วทั้งวงการสินทรัพย์ดิจิทัล

แหล่งอ้างอิง:CoinPedia AnalysisCoinPedia Analysis
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news
icon BTC

ทำไม Bitcoin ถึงร่วงหนัก $7,000 ในเวลาแค่ 3 วัน?

Bitcoin ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วจาก $87,000 เหลือ $80,400 ในเวลา 3 วัน จากการโอนเหรียญของรัฐบาลสหรัฐฯ เงินไหลออกจาก ETF และแรงกดดันทางมหภาค

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTC|
09 ต.ค. 69 | AI Generated
news

ทำไมหุ้นวันนี้ถึงพุ่งแรง: Sensex และ TCS รีบาวด์ดันตลาดเขียวขจี

ตลาดหุ้นอินเดียดีดตัวกลับขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งในวันศุกร์ หลังราคาน้ำมันดิบชะลอตัวและผลประกอบการหุ้นเทคโนโลยีออกมาดีเกินคาด ช่วยลดความกังวลของนักลงทุน

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
09 ต.ค. 69 | AI Generated
news

Pi Network เคลียร์ชัด! แผนดึง Stablecoin เสริมทัพ ยันเหรียญ PI ยังเป็นพระเอกเหมือนเดิม

ทีมพัฒนา Pi Network ออกมาชี้แจงแผนการใช้ Stablecoin ในระบบนิเวศ พร้อมย้ำให้ชาว Pioneers มั่นใจว่าเหรียญ PI ยังคงเป็นเหรียญหลักของเครือข่ายเช่นเดิม

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
09 ต.ค. 69 | AI Generated