ข่าว

คูโอโม เตือนวงการคริปโต ต้องสร้างสมดุลทางการเมือง ดึงเสียงสนับสนุนจากสองพรรค

ผู้เขียน : AI Generated08 ต.ค. 69อ่าน : 3CointelegraphCointelegraph
AI Generated
08 ต.ค. 69อ่าน : 3Cointelegraph
คูโอโม เตือนวงการคริปโต ต้องสร้างสมดุลทางการเมือง ดึงเสียงสนับสนุนจากสองพรรค

แอนดรูว์ คูโอโม เตือนวงการคริปโตเรื่องกลยุทธ์ทางการเมือง

แอนดรูว์ คูโอโม อดีตผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ออกมาเตือนฝั่งอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีอย่างตรงไปตรงมา โดยเขาระบุว่า การที่ฝั่งคริปโตทุ่มเงินสนับสนุนนักการเมืองพรรครีพับลิกันหนักเกินไป กำลังทำให้ สส. และ สว. พรรคเดโมแครตในวอชิงตันรู้สึกห่างเหินและไม่พอใจ

คูโอโมมองว่า กลยุทธ์ทางการเมืองที่เอนเอียงไปข้างเดียวแบบนี้อาจส่งผลเสียร้ายแรงกว่าที่คิด เพราะหากผู้นำในวงการคริปโตต้องการให้กฎหมายระดับประเทศผ่านออกมาใช้แบบยั่งยืน พวกเขาจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองพรรค ไม่ใช่แค่พรรคใดพรรคหนึ่ง

การที่คริปโตทุ่มหนุนรีพับลิกันหนักเกินไป ทำให้พรรคเดโมแครตถอยห่าง อดีตผู้ว่าฯ นิวยอร์ก แอนดรูว์ คูโอโม ได้เน้นย้ำเรื่องนี้ พร้อมจูงใจให้วงการคริปโตสร้างความสมดุลทางการเมือง

แอนดรูว์ คูโอโม คือใคร แล้วทำไมคำเตือนของเขาถึงสำคัญ?

เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมคำแนะนำนี้ถึงมีน้ำหนัก เราต้องมองไปที่ภูมิหลังทางการเมืองของเขา แอนดรูว์ คูโอโม เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กตั้งแต่ปี 2011 ถึง 2021 ซึ่งเป็นผู้กุมบังเหียนหนึ่งในศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญที่สุดของโลก

ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง นิวยอร์กได้จัดตั้งกรอบกฎหมาย BitLicense ขึ้นมา ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่เก่าแก่และเข้มงวดที่สุดในสหรัฐอเมริกา

ด้วยประสบการณ์อันโชกโชนในพรรคเดโมแครตและการบริหารรัฐ คูโอโมจึงเข้าใจดีว่าการผลักดันนโยบายในสภาทำงานอย่างไร คำเตือนของเขาจึงเป็นเหมือนการเตือนสติให้ชาวคริปโตมองความจริงอย่างเป็นรูปธรรม ในขณะที่กำลังพยายามซื้อใจเหล่านักการเมืองในวอชิงตัน

วงการคริปโตเทเงินหนุนฝั่งรีพับลิกันอย่างไร?

ในช่วงการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา บริษัทและผู้บริหารในวงการคริปโตได้บริจาคเงินหลายสิบล้านดอลลาร์ให้กับแคมเปญหาเสียงทางการเมือง โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงานทางการเมือง (PAC) ขึ้นมาเป็นการเฉพาะ เพื่อระดมทุนมหาศาลสนับสนุนผู้สมัครที่มีจุดยืนหนุนคริปโต

เงินบริจาคส่วนใหญ่ไหลไปสู่ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน เนื่องจากนักการเมืองฝั่งรีพับลิกันหลายคนออกตัวหนุนนโยบายส่งเสริมนวัตกรรม และชอบการกำกับดูแลที่ไม่เข้มงวดจนเกินไปสำหรับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

ในขณะเดียวกัน บรรดาบิ๊กเนมของพรรครีพับลิกันยังชูเรื่องการปฏิรูปคริปโตให้เป็นนโยบายทางการเงินเด่นชัด สิ่งนี้สร้างความแตกต่างอย่างมากจากท่าทีของแกนนำพรรคเดโมแครตหลายคนที่มักแสดงความกังขาต่อคริปโต

แม้กลยุทธ์นี้จะช่วยสร้างพันธมิตรทางการเมืองได้ในระยะสั้น แต่กลับสร้างความซับซ้อนในเชิงกฎหมายตามมาในภาพกว้าง การทุ่มไปทางพรรคเดโมแครตน้อยกว่ารีพับลิกันอย่างมาก ทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลกลายเป็นเรื่องของพรรคการเมืองเดียวโดยไม่ตั้งใจ

ความเสี่ยงเมื่อสินทรัพย์ดิจิทัลกลายเป็นเรื่องแบ่งฝ่ายทางการเมือง

การทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลกลายเป็นประเด็นแบ่งฝั่งเลือกฝ่าย นำมาซึ่งความเสี่ยงระยะยาวที่สำคัญต่อการยอมรับเทคโนโลยีบล็อกเชนและความชัดเจนด้านกฎหมาย

การผ่านกฎหมายระดับประเทศในสหรัฐฯ จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันเป็นวงกว้าง อำนาจในวอชิงตันมีการหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านตามกาลเวลา และร่างกฎหมายสำคัญในวุฒิสภาสหรัฐฯ มักต้องการเสียงสนับสนุนถึง 60 เสียงเพื่อผ่านด่านกระบวนการต่างๆ

เมื่ออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งเลือกข้างไปทางพรรคใดพรรคหนึ่งมากเกินไป ก็เสี่ยงที่จะทำให้เหล่านักการเมืองจากอีกฝั่งรู้สึกแปลกแยกและถอยห่าง

  • สภาทางตัน (Legislative Gridlock): หากฝั่งเดโมแครตมองว่าสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเพียงกลุ่มผลประโยชน์ของรีพับลิกัน โอกาสที่พวกเขาจะสนับสนุนร่างกฎหมายกำกับดูแลที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมก็จะน้อยลงอย่างมาก
  • นโยบายขาดความเสถียร (Policy Instability): กฎระเบียบที่ได้รับการหนุนหลังเพียงพรรคเดียว ย่อมมีความเสี่ยงตลอดเวลาที่จะถูกยกเลิกหรือแก้ไขเมื่อมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมือง
  • การตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น (Increased Scrutiny): นักการเมืองฝ่ายตรงข้ามอาจจับตาและตั้งข้อสงสัยต่ออุตสาหกรรมนี้มากขึ้น นำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดกว่าเดิมจากหน่วยงานกำกับดูแล

ทำไมการสนับสนุนจากทั้งสองพรรคถึงจำเป็นสำหรับกฎหมายระดับประเทศ?

กฎหมายระดับประเทศที่ชัดเจนถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการเชื่อมต่อคริปโตเข้ากับระบบการเงินกระแสหลัก หากไม่มีแนวทางระดับประเทศที่ชัดเจน ธุรกิจคริปโตก็ต้องดำเนินงานภายใต้กฎหมายระดับรัฐที่สะเปะสะปะและการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่แน่นอน

คูโอโมเน้นย้ำว่า การจะคว้ากฎหมายระดับประเทศมาได้นั้น ต้องเข้าหาฝ่ายต่างๆ ครอบคลุมทุกขั้วทางการเมือง การสานสัมพันธ์กับทั้งสองพรรคจะช่วยให้กฎระเบียบมีความยั่งยืนและมั่นคงในระยะยาว

ฉันทามติจากทั้งสองพรรคช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการ เมื่อทั้งเดโมแครตและรีพับลิกันเห็นพ้องตรงกันในกติกาพื้นฐานของโครงสร้างตลาดดิจิทัลและการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคธุรกิจก็จะสามารถวางแผนในระยะยาวได้

ร่างกฎหมายสำคัญที่ยังรอคอยการตกลงในวอชิงตัน

นักการเมืองในวอชิงตันได้ถกเถียงเรื่องร่างกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลหลายฉบับในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ร่างกฎหมายเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อกำหนดขอบเขตหน้าที่อย่างชัดเจนระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล เช่น คณะกรรมาธิการการค้าสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC)

ยกตัวอย่างเช่น ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดอย่าง Financial Innovation and Technology for the 21st Century Act (FIT21) ที่พยายามระบุให้ชัดเจนว่าโทเคนแต่ละประเภทมีสถานะเป็นสินค้าโภคภัณฑ์หรือหลักทรัพย์

แม้ว่า FIT21 จะได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกทั้งสองพรรคในสภาผู้แทนราษฎร แต่การจะคืบหน้าในวุฒิสภาและคลอดออกมาเป็นกฎหมายได้นั้น ยังคงต้องอาศัยความร่วมมืออย่างต่อเนื่องจากทั้งสองพรรค

ในทำนองเดียวกัน กรอบการกำกับดูแลผู้ออก สเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) ก็หยุดชะงักลงเนื่องจากการถกเถียงระหว่างการกำกับระดับประเทศกับการกำกับระดับรัฐ ซึ่งการหาข้อสรุปในประเด็นเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการยอมรับและเห็นชอบจากนักการเมืองพรรคเดโมแครตด้วย

วงการคริปโตจะปรับสมดุลการเข้าหานักการเมืองได้อย่างไร?

เพื่อเดินตามแนวทางที่คูโอโมแนะนำ นักวางกลยุทธ์ทางการเมืองในฝั่งคริปโตจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารและให้ความรู้ใหม่

ตัวแทนฝั่งอุตสาหกรรมสามารถชูจุดเด่นของเทคโนโลยีบล็อกเชนที่เป็นกลางทางการเมือง เช่น การชำระเงินข้ามแดนที่รวดเร็วขึ้น ค่าธรรมเนียมการโอนเงินที่ถูกลง และการเพิ่มโอกาสเข้าถึงระบบการเงินสำหรับผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคาร

  1. เข้าหาฝั่งเดโมแครต: มุ่งเน้นการสื่อสารไปยังนักการเมืองหัวก้าวหน้าที่สนใจเรื่องการพัฒนาระบบชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน
  2. ปรับสมดุลเงินบริจาค: กระจายการสนับสนุนทางการเมืองในรูปแบบที่สะท้อนว่านวัตกรรมเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่เป็นกลางและไม่ขึ้นกับพรรคการเมืองใด
  3. เน้นการคุ้มครองผู้บริโภค: มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายร่วมกัน เช่น การปราบปรามการทุจริต การปกป้องนักลงทุนรายย่อย และการสร้างกรอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่ชัดเจน

สรุป: ทางออกอนาคตของการกำกับดูแลคริปโต

คำเตือนของแอนดรูว์ คูโอโม เป็นสิ่งเตือนใจว่าการผลักดันกฎหมายระดับประเทศต้องอาศัยความเห็นชอบร่วมกันจากทุกฝ่าย โค้ดแบบโอเพ่นซอร์สและเครือข่ายแบบกระจายศูนย์นั้นมีความเป็นกลางโดยธรรมชาติ และการผลักดันทางการเมืองก็ควรรักษาสภาพความเป็นจริงนั้นไว้

เพื่อให้กฎหมายคริปโตระดับประเทศประสบความสำเร็จ การสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนทั้งกับพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน จะยังคงเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่งสำหรับวงการคริปโตในอนาคต

แหล่งอ้างอิง:CointelegraphCointelegraph
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นโดย AI โดยอาศัยข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และมิได้รับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ปรากฎ
บทความล่าสุด
news
icon BTCicon ETH

ผู้ร่วมก่อตั้ง Empire Market ถูกตัดสินจำคุก 40 ปี

ศาลสหรัฐฯ สั่งจำคุก Raheim Hamilton ผู้ร่วมก่อตั้ง Empire Market เป็นเวลา 40 ปี ข้อหาเปิดเว็บมืดค้ายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายมูลค่ากว่า 430 ล้านดอลลาร์

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon ETH|
09 ต.ค. 69 | AI Generated
news

อังกฤษเดินหน้าคว่ำบาตร 3 เว็บเทรดคริปโต เอี่ยวช่วยรัสเซียเลี่ยงมาตรการลงโทษ

สหราชอาณาจักรประกาศคว่ำบาตรเว็บเทรดคริปโต 3 แห่ง พร้อมผู้ให้บริการชำระเงินอีกหลายราย หลังสงสัยว่าช่วยรัสเซียหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
09 ต.ค. 69 | AI Generated
news
icon BTCicon USDCicon USDT

ฝรั่งเศสจ่อเก็บภาษีคริปโตใหม่ ในงบประมาณปี 2027

คณะกรรมาธิการการเงินของฝรั่งเศสหนุนข้อเสนอใหม่ เตรียมเก็บภาษีการสวอป Stablecoin และจัดหนักภาษีคนรวยที่ย้ายประเทศ โดยคิดจากกำไรคริปโตที่ยังไม่ได้ขาย

09 ต.ค. 69
AI Generated
0
icon source
icon BTCicon USDCicon USDT|
09 ต.ค. 69 | AI Generated