BitMine เตรียมหยุดซื้อ Ethereum: อนาคตของ ETH จะเป็นอย่างไรต่อ?

BitMine ใกล้ถึงเป้าหมายสะสม EthereumETH-1.95% ก้อนสุดท้าย
BitMine Immersion Technologies บริษัทที่ถือครอง Ethereum (ETH) รายใหญ่ที่สุดในโลก กำลังเตรียมชะลอและหยุดการช้อนซื้อครั้งมโหฬารนี้แล้ว
Tom Lee ประธานของ BitMine ได้เปิดเผยในงาน Token2049 ที่สิงคโปร์ว่า บริษัทจะหยุดซื้อทันทีเมื่อถือครอง ETH ครบ 5% ของอุปทานทั้งหมดที่หมุนเวียนในตลาด
เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา BitMine ถือครอง ETH อยู่ที่ 6,016,414 ETH ซึ่งคิดเป็นประมาณ 4.9% ของ Ethereum ทั้งหมด และการจะปลดล็อกเป้าหมาย 5% บริษัทต้องซื้อเพิ่มอีกราวๆ 89,000 ถึง 100,000 ETH
เมื่อคำนวณจากราคาปัจจุบันแถวๆ 2,581 ดอลลาร์ต่อเหรียญ การซื้อเหรียญส่วนที่เหลือจะต้องใช้เงินอีกประมาณ 230 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง Lee ระบุว่าเมื่อครบตามเป้าแล้ว BitMine ก็ไม่จำเป็นต้องระดมทุนเพิ่มเพื่อนำมาซื้อเหรียญอีกต่อไป
ย้อนรอยเส้นทาง 15 เดือนในการกว้านซื้อ Ethereum ของ BitMine
BitMine เริ่มต้นแผนการกว้านซื้อเหรียญอย่างดุเดือดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2025 โดยในตอนนั้น Ethereum มีราคาซื้อขายอยู่ที่ราวๆ 2,500 ดอลลาร์
ตลอดระยะเวลา 15 เดือน บริษัทสะสมเหรียญไปได้มากกว่า 6 ล้านเหรียญ แต่ปัจจุบัน Ethereum กลับมีราคาอยู่ที่ประมาณ 2,581 ดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นว่าการช้อนซื้อของบริษัทใหญ่อย่างต่อเนื่องเพียงอย่างเดียว อาจไม่ได้ช่วยดันราคาให้พุ่งขึ้นในระยะยาวเสมอไป
ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต คุณสามารถเช็กข้อมูลตลาด ETH ปัจจุบันได้ที่ Bitkub
การช้อนซื้อเก็บเข้าคลังกระทบต่อวัฏจักรตลาดอย่างไร?
แรงซื้อของ BitMine เคยสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับตลาดมาแล้วในหลายๆ ช่วงเวลาสำคัญ
อย่างในเดือนสิงหาคม 2025 BitMine ได้เข้าซื้อ ETH ไปมากถึง 1.1 ล้านเหรียญภายในเดือนเดียว ซึ่งข้อมูลจากผู้จัดการสินทรัพย์อย่าง VanEck ชี้ว่า BitMine กว้านซื้อ ETH ในเดือนนั้นไปมากกว่าบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ ทุกแห่งรวมกันเสียอีก
ส่งผลให้ราคา Ethereum พุ่งขึ้น 15.8% ในเดือนสิงหาคม 2025 และขยับขึ้นไปแตะยอดสูงสุดในรอบช่วงเวลานั้นที่เกือบ 4,953 ดอลลาร์ โดย VanEck ข้อสังเกตว่าการซื้อเก็บเข้าคลังผนวกกับความต้องการ Stablecoin ที่เพิ่มขึ้น ได้ดันเงินทุนไหลเข้ากองทุน Ethereum มากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ในเดือนนั้น
รับมือกับความผันผวนของตลาดในปี 2026
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีบริษัทใหญ่ทยอยเข้าซื้ออย่างสม่ำเสมอ ก็ไม่สามารถปกป้อง Ethereum จากภาวะตลาดขาลงในภาพรวมได้ทั้งหมด
BitMine ยังคงทยอยซื้อเหรียญเพิ่มขึ้นทุกสัปดาห์ตลอดปี 2026 แต่ถึงจะมีแรงหนุนนี้ ราคา Ethereum ก็ยังร่วงลงหลุด 2,000 ดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งปรับตัวลดลงถึง 44% เมื่อเทียบกับต้นปี
ในช่วงที่ราคาดิ่งลงนั้น คลัง ETH จำนวน 5.41 ล้านเหรียญของ BitMine มีมูลค่าลดลงขาดทุนบัญชีไปเกือบ 9 พันล้านดอลลาร์เมื่อเทียบกับต้นทุนซื้อ เหตุการณ์นี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่าตลาดคริปโตยังคงมีความผันผวนสูงตามธรรมชาติ แม้จะมีสถาบันใหญ่ๆ คอยช้อนซื้ออยู่ก็ตาม
แรงขายจากกองทุน ETF สถาบัน ปะทะ แรงซื้อเก็บเข้าคลัง
หากอยากเข้าใจว่าตลาดรับมือกับแรงซื้อของ BitMine อย่างไร เราอาจต้องหันไปมองฝั่งกองทุน Spot Ethereum ETF
ข้อมูลล่าสุดจาก SoSoValue เผยว่า กองทุน Spot Ethereum ETF ในสหรัฐฯ เผชิญกับเงินทุนไหลออกสุทธิราว 408 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 6 วัน ซึ่งคิดเป็นปริมาณ ETH ที่ถูกขายออกมาประมาณ 152,000 ETH
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ยอดซื้อรายสัปดาห์ล่าสุดของ BitMine อยู่ที่ 15,112 ETH เท่านั้น หมายความว่าฝั่ง ETF มีแรงขายมากกว่าแรงซื้อของ BitMine ถึงสิบเท่าตัว สะท้อนว่าสภาพเศรษฐกิจมหภาคและการซื้อขาย ETF มักจะมีน้ำหนักมากกว่าการกระทำของบริษัทใดบริษัทหนึ่งเสมอ
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ BitMine เลิกช้อนซื้อ?
บรรดานักวิเคราะห์ต่างเริ่มตั้งคำถามว่า Ethereum จะเป็นอย่างไรต่อ หาก BitMine สะสมเหรียญครบเป้าหมาย 5% แล้ว
ปัจจัยบวก: หากเงินทุนไหลเข้า Spot ETF กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง และกิจกรรมบนเครือข่ายเติบโตขึ้น Ethereum ก็อาจจะรักษามเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแกร่งต่อไปได้ นอกจากนี้ BitMine ยังมีแผนที่จะถือเหรียญยาวๆ โดยไม่ขายออกมาอีกด้วย
ปัจจัยเสี่ยง: หากฝั่งสถาบันยังคงเทขายอย่างต่อเนื่อง หรือสภาพคล่องในตลาดหดตัว การขาดหายไปของแรงซื้อสัปดาห์ละครั้งจาก BitMine ก็อาจส่งผลให้เกิดการปรับฐานราคาในระยะสั้น หรือทำให้ราคาแกว่งตัวออกข้างได้
เช่นเดียวกับสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วไป ทิศทางราคาในอนาคตจะขึ้นอยู่กับสภาวะทางการเงินในภาพรวม ปริมาณการใช้งานเครือข่าย และมุมมองของนักลงทุนสถาบันเป็นหลัก
กลยุทธ์ Staking มูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ของ BitMine
แม้จะจบช่วงกว้านซื้อแล้ว แต่ BitMine ก็ยังคงผูกพันกับ Ethereum อย่างลึกซึ้งผ่านการนำเหรียญไป Staking
ปัจจุบันบริษัทนำ ETH ออกไป Staking อยู่ที่ราวๆ 5.07 ล้านเหรียญ ซึ่งการช่วยดูแลความปลอดภัยให้เครือข่าย Proof-of-Stake นี้ ทำให้ BitMine ได้รับผลตอบแทนจากการตรวจสอบธุรกรรมอย่างสม่ำเสมอ
เหรียญที่นำไป Staking เหล่านี้สร้างผลตอบแทนประมาณ 363 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งสายน้ำแห่งรายได้ที่คาดการณ์ได้นี้ช่วยสร้างกระแสเงินสดให้ BitMine อย่างมหาศาล โดยที่ไม่ต้องแตะต้องเหรียญหลักที่ถือไว้เลย
โครงสร้างผลตอบแทนนี้เองที่ช่วยให้ราคาหุ้นของ BitMine ปรับตัวได้ดีกว่าตัว Ethereum เสียอีกในปีนี้ ซึ่งเหล่านักลงทุนคงต้องจับตาดูการอัปเดตประจำสัปดาห์หลังจากนี้กันต่อ ว่าบริษัทจะปิดจ๊อบการซื้อส่วนที่เหลืออย่างเป็นทางการเมื่อไร
บทความล่าสุด

ผู้ร่วมก่อตั้ง Empire Market ถูกตัดสินจำคุก 40 ปี
ศาลสหรัฐฯ สั่งจำคุก Raheim Hamilton ผู้ร่วมก่อตั้ง Empire Market เป็นเวลา 40 ปี ข้อหาเปิดเว็บมืดค้ายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายมูลค่ากว่า 430 ล้านดอลลาร์

อังกฤษเดินหน้าคว่ำบาตร 3 เว็บเทรดคริปโต เอี่ยวช่วยรัสเซียเลี่ยงมาตรการลงโทษ
สหราชอาณาจักรประกาศคว่ำบาตรเว็บเทรดคริปโต 3 แห่ง พร้อมผู้ให้บริการชำระเงินอีกหลายราย หลังสงสัยว่าช่วยรัสเซียหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก

ฝรั่งเศสจ่อเก็บภาษีคริปโตใหม่ ในงบประมาณปี 2027
คณะกรรมาธิการการเงินของฝรั่งเศสหนุนข้อเสนอใหม่ เตรียมเก็บภาษีการสวอป Stablecoin และจัดหนักภาษีคนรวยที่ย้ายประเทศ โดยคิดจากกำไรคริปโตที่ยังไม่ได้ขาย