หุ้น BitMine แซงหน้า Ethereum: Tom Lee ชี้จุดเปลี่ยนสำคัญ

BitMine vs. EthereumETH-1.95%: ผลงานที่น่าประหลาดใจเมื่อหุ้นชนะเหรียญ
เคยสงสัยไหมครับว่า การถือหุ้นบริษัทคริปโตอาจจะดีกว่าการถือตัวเหรียญคริปโตตรงๆ หรือเปล่า?
ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2026 บริษัท BitMine Immersion Technologies ได้แสดงตัวอย่างจริงให้เหล่านักลงทุนคริปโตได้เห็นกันชัดๆ
ตลอดช่วง 9 เดือนนี้ ราคาของ Ethereum (ETH) ปรับตัวลดลงไป 10%
ในขณะเดียวกัน ราคาหุ้นของ BitMine กลับลดลงไปเพียง 3% เท่านั้น
นั่นหมายความว่า BitMine ทำผลงานได้ดีกว่าเหรียญคริปโตที่ถืออยู่ในงบการเงินถึง 731 basis points หรือ 7.31%
แม้ว่าสินทรัพย์ทั้งสองจะเผชิญแรงกดดันจากตลาด แต่ BitMine ก็ปกป้องมูลค่าหุ้นได้ดีกว่าที่ Ethereum ปกป้องราคาเหรียญของตัวเอง
Tom Lee ชี้แจงกลยุทธ์ซื้อหุ้นคืน 21 ล้านหุ้น
Tom Lee ประธานของ BitMine ได้ชี้ให้เห็นส่วนต่างของผลงานนี้ ในรายงานอัปเดตประจำสัปดาห์เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2026
เขาอธิบายว่าความแข็งแกร่งของราคาหุ้นครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่น่าจดจำ เพราะเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะตลาดหมี
แล้ว BitMine ทำแบบนี้ได้อย่างไร ในขณะที่ราคาคริปโตกำลังร่วงลง?
Lee ได้ชี้ถึงกลยุทธ์สำคัญเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนของบริษัทคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
เฉพาะแค่ในปี 2026 เพียงปีเดียว BitMine ได้ซื้อหุ้นของตัวเองคืนไปถึง 21 ล้านหุ้น
ลองจินตนาการการซื้อหุ้นคืน ว่าเหมือนกับการตัดแบ่งพายให้เป็นชิ้นที่น้อยลง แต่มีขนาดใหญ่ขึ้น
เมื่อบริษัทซื้อหุ้นตัวเองคืน จำนวนหุ้นทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์ก็จะลดลง
ส่งผลให้หุ้นแต่ละหุ้นที่เหลืออยู่ ถือเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ขึ้นของบริษัทและสินทรัพย์ทั้งหมด
การเร่งซื้อหุ้นคืนอย่างจริงจัง ทำให้ BitMine สามารถช่วยรองรับแรงกระแทกของราคาหุ้นจากภาวะตลาดที่อ่อนแอได้
เจาะลึกคลัง Ethereum ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องของ BitMine
แม้ว่าจะซื้อหุ้นตัวเองคืน แต่ BitMine ก็ยังคงเดินหน้าสะสม Ethereum เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ในสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2026 BitMine ได้ช้อนซื้อ ETH เพิ่มอีก 15,112 ETH
ทำให้ยอดรวมการถือครองทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 6.02 ล้านเหรียญ ETH
คลังสำรองนี้คิดเป็นประมาณ 4.9% ของอุปทาน ETH ทั้งหมดที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ
BitMine ได้ระบุเป้าหมายชัดเจนว่า ต้องการถือครอง 5% ของอุปทาน Ethereum ทั้งหมด
และเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น บริษัทจำเป็นต้องซื้อ ETH เพิ่มอีกราวๆ 88,600 ETH
การที่ BitMine จะยังคงซื้อต่อหลังจากทะลุเป้า 5% หรือไม่ จะมีส่วนสำคัญอย่างมากในการช่วยสนับสนุนอุปสงค์ของตลาด ETH อย่างต่อเนื่อง
เทรนด์ร่วมของเหล่าบริษัทที่ถือคริปโตในงบการเงิน
BitMine ไม่ใช่บริษัทมหาชนเพียงแห่งเดียว ที่ทำผลงานหุ้นได้ดีกว่าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถืออยู่
ข้อมูลจาก Yahoo Finance แสดงให้เห็นว่า บริษัทชั้นนำที่ถือคริปโตหลายแห่ง มีผลงานหุ้นชนะเหรียญอ้างอิงในปี 2026
ตัวอย่างเช่น หุ้น Strategy ปรับตัวขึ้น 0.8% จนถึงเดือนกันยายน ในขณะที่ราคา Bitcoin (BTCBTC-0.20%) ร่วงลง
ส่วน Forward Industries มูลค่าหุ้นพุ่งขึ้น 18% ในช่วงเวลาเดียวกัน แม้ว่า SolanaSOL-3.49% จะย่อตัวลงก็ตาม
และในกลุ่มบริษัทที่ถือครอง Ethereum เหมือนกัน หุ้น SharpLink ก็ปรับตัวขึ้น 3.8% จนถึงเดือนกันยายน ซึ่งทำผลงานแซงหน้า BitMine ไปได้
เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า การบริหารจัดการบริษัทเชิงรุก เช่น การซื้อหุ้นคืน สามารถสร้างผลงานราคาหุ้นที่แยกออกจากราคาเหรียญเพรียวๆ ได้
ทำความเข้าใจตัวเลขขาดทุนทางบัญชี 3.6 พันล้านดอลลาร์ของ BitMine
แม้ว่าหุ้นของ BitMine จะชนะ ETH แต่ตัวเลขในงบการเงินส่วนของเหรียญคริปโต ยังคงแสดงผลขาดทุนทางบัญชีที่หนักหน่วง
จากข้อมูลของ Artemis ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2026 BitMine มีผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized loss) สูงถึง 3.6 พันล้านดอลลาร์ในกองเหรียญ ETH
ตัวเลขนี้ถือเป็นผลขาดทุนทางบัญชีที่สูงที่สุดในตารางบริษัทที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล
ผลขาดทุนส่วนใหญ่เกิดจากการเข้าซื้อ ETH ตั้งแต่ช่วงก่อนที่ราคาจะเคลื่อนไหวในปีนี้
ณ เวลาที่รายงาน ETH มีราคาซื้อขายอยู่ที่ 2,703.67 ดอลลาร์ ลดลง 1.07% ในรอบ 24 ชั่วโมง
ราคานี้อยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 4,946.05 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2025 อยู่ราวๆ 45%
ผลขาดทุนทางบัญชี 3.6 พันล้านดอลลาร์นี้ บอกเป็นนัยว่า BitMine มีต้นทุนเฉลี่ยในการซื้อ ETH อยู่ที่ใกล้ๆ 3,300 ดอลลาร์ต่อ ETH
และหากต้องการให้การซื้อเหรียญกลับมาเท่าทุน ราคา Ethereum จะต้องปรับตัวขึ้นประมาณ 22% จากระดับปัจจุบัน
ฉากทัศน์เป้าหมายราคาและมุมมองตลาด
ล่าสุด Citi สถาบันการเงินชั้นนำจากวอลล์สตรีท ได้เผยแพร่เป้าหมายราคา Ethereum ในระยะ 12 เดือนข้างหน้าไว้ที่ 3,028 ดอลลาร์
การขึ้นไปถึง 3,028 ดอลลาร์ จะคิดเป็นบวกประมาณ 12% จากระดับราคา 2,703.67 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ต่อให้ ETH จะไปถึงเป้าหมายของ Citi แต่พอร์ตของ BitMine ก็ยังคงติดดอยอยู่ เพราะต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 3,300 ดอลลาร์
เมื่อพิจารณาเป้าหมายราคาอย่างของ Citi หรือการคาดการณ์ตลาด การมองเป็นฉากทัศน์ต่างๆ ก็ช่วยให้เห็นภาพได้ดีขึ้น:
- กรณีมองขึ้น (Bullish): หากเงินทุนสถาบันไหลเข้า ETF เร่งตัวขึ้น และการใช้งานเครือข่ายขยายตัว ETH อาจพุ่งขึ้นไปยังเป้าหมาย 3,028 ดอลลาร์ของ Citi หรือขยับเข้าใกล้ 3,300 ดอลลาร์ได้
- กรณีมองลง (Bearish): หากสภาพคล่องทางเศรษฐกิจในภาพรวมตึงตัวขึ้น หรือมีปัจจัยกดดันด้านกฎเกณฑ์ที่มากขึ้น ETH อาจร่วงลงต่ำกว่า 2,700 ดอลลาร์ ซึ่งจะขยายผลขาดทุนทางบัญชีของ BitMine ให้เพิ่มขึ้นอีก
- กรณีแกว่งตัว (Neutral): หากตลาดคริปโตยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ ETH อาจเทรดแบบออกข้าง (Sideways) ซึ่งกดดันให้ BitMine ต้องพึ่งพากลยุทธ์ฝั่งหุ้นมากกว่ากำไรจากตัวเหรียญ
อย่างไรก็ตาม Tom Lee ยังคงมีความมั่นใจ โดยแย้งว่าคริปโตกำลังเข้าสู่รอบตลาดกระทิงครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ในช่วงการปรับตัวขึ้นของไตรมาสที่สาม หุ้น BitMine พุ่งขึ้นราว 99% ขณะที่ Ethereum ปรับตัวขึ้น 71%
ไตรมาสที่สี่จะเป็นบททดสอบว่า BitMine จะสามารถรักษาข้อได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบนี้ไว้ได้หรือไม่ และสภาวะตลาดโดยรวมจะสนับสนุนมุมมองตลาดกระทิงของ Lee หรือไม่
ผลการดำเนินงานในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือการดำเนินงานของบริษัท มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้อ่านสามารถตรวจสอบราคาตลาดแบบเรียลไทม์และข้อมูลย้อนหลังได้ที่ bitkub.com/th/market/ETH
บทความล่าสุด

ผู้ร่วมก่อตั้ง Empire Market ถูกตัดสินจำคุก 40 ปี
ศาลสหรัฐฯ สั่งจำคุก Raheim Hamilton ผู้ร่วมก่อตั้ง Empire Market เป็นเวลา 40 ปี ข้อหาเปิดเว็บมืดค้ายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายมูลค่ากว่า 430 ล้านดอลลาร์

อังกฤษเดินหน้าคว่ำบาตร 3 เว็บเทรดคริปโต เอี่ยวช่วยรัสเซียเลี่ยงมาตรการลงโทษ
สหราชอาณาจักรประกาศคว่ำบาตรเว็บเทรดคริปโต 3 แห่ง พร้อมผู้ให้บริการชำระเงินอีกหลายราย หลังสงสัยว่าช่วยรัสเซียหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก

ฝรั่งเศสจ่อเก็บภาษีคริปโตใหม่ ในงบประมาณปี 2027
คณะกรรมาธิการการเงินของฝรั่งเศสหนุนข้อเสนอใหม่ เตรียมเก็บภาษีการสวอป Stablecoin และจัดหนักภาษีคนรวยที่ย้ายประเทศ โดยคิดจากกำไรคริปโตที่ยังไม่ได้ขาย