Bitcoin ดิ่งหลุด $83K รับพิษราคาน้ำมันพุ่ง เขย่าตลาดการเงินโลก

ทำไมราคา BitcoinBTC-0.24% ถึงร่วงลงมาในวันนี้?
เปิดพอร์ตคริปโตวันนี้แล้วตกใจกับแท่งแดงแปร๊ดกันใช่ไหมครับ? บอกเลยว่าคุณไม่ใช่คนเดียวแน่นอน เพราะ Bitcoin ดิ่งลงอย่างรวดเร็วไปแตะจุดต่ำสุดที่ $82,776.30 ก่อนจะประคองตัวอยู่ที่ราวๆ $83,178.54 ซึ่งคิดเป็นการลดลงถึง 2.76% ภายในวันเดียว
แม้การที่ราคาดิ่งลงกะทันหันจะทำให้ใจเสียอยู่บ้าง แต่มันจะช่วยได้เยอะถ้าเรามองภาพใหญ่ครับ การย่อตัวครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากเทรดเดอร์คริปโตเปลี่ยนใจกันเองลอยๆ แต่เกิดจากข่าวเศรษฐกิจระดับโลกที่ซัดใส่สินทรัพย์เสี่ยงรอบทิศ กระทบหมดตั้งแต่หุ้น ทองคำ ไปจนถึงสินทรัพย์ดิจิทัล
เมื่อตลาดการเงินโลกรับแรงกระแทกจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานที่พุ่งสูง สินทรัพย์คริปโตก็มักจะเกิดความผันผวนทันทีควบคู่ไปกับตลาดดั้งเดิม
การล้างพอร์ต (Liquidation): เลเวอเรจตัวดีที่เร่งให้ราคาร่วงแรงขึ้น
ถ้าอยากเข้าใจว่าทำไมราคาถึงร่วงไวขนาดนี้ภายในไม่กี่ชั่วโมง เราต้องคุยกันเรื่องเลเวอเรจครับ เวลาเทรดเดอร์ยืมเงินมาเปิดออเดอร์ใหญ่ๆ เพื่อแทงทิศทางราคา แค่ราคาย่อตัวนิดเดียวก็อาจโดนบังคับขายตัดขาดทุนได้แล้ว
จากข้อมูลของ CoinGlass พบว่ามีสถานะเทรดคริปโตถูกล้างพอร์ตไปราว $969 ล้านในเวลา 24 ชั่วโมง และที่น่าตกใจคือเป็นฝั่ง Long ถึง $644.47 ล้าน หรือก็คือกลุ่มเทรดเดอร์ที่มองว่าราคาจะขึ้นต่อนั่นเอง
พอ Bitcoin เริ่มร่วงลงจากราคาเปิดช่วงเช้าที่ $85,543.66 ระบบอัตโนมัติของกระดานเทรดจึงสั่งปิดสถานะเลเวอเรจเหล่านี้ทันทีเพื่อป้องกันขาดทุนเพิ่ม แรงขายบังคับตรงนี้เลยกลายเป็นเอฟเฟกต์ก้อนหิมะร่วงหล่น ยิ่งกดให้ราคาดิ่งลงเร็วขึ้นไปอีก
ตัวการหลัก: ราคาน้ำมันพุ่ง และผลตอบแทนพันธบัตรดีดตัว
ถ้าปัจจัยพื้นฐานของคริปโตไม่ได้แย่ แล้วอะไรคือชนวนเหตุ? คำตอบคือมันเริ่มมาจากตลาดพลังงานและตลาดหนี้ครับ ตลาดหุ้นวอลสตรีทเช้านี้ก็เจอศึกหนักเช่นกัน โดยดัชนี S&P 500 ร่วงลง 0.59% มาอยู่ที่ 7,772.60 และ Nasdaq ขยับลง 0.71%
ชนวนเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งกลับไปยืนเหนือ $101 ต่อบาร์เรล จากความตึงเครียดทางทะเลในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น รายงานจากหน่วยงานการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) ยืนยันว่ามีเหตุการณ์เกี่ยวกับเรือเกิดขึ้นทุกวันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวเอเดนตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม
สถานการณ์ตึงเครียดหนักขึ้นเมื่อกองกำลังปฏิวัติอิหร่านสั่งให้เรือบรรทุกน้ำมันเชิงพาณิชย์ที่กำลังเข้าสู่ช่องแคบหันหัวกลับ มิฉะนั้นเสี่ยงโดนโจมตี เนื่องจากน้ำมันส่วนใหญ่ของโลกต้องขนส่งผ่านเส้นทางแคบๆ นี้ คำขู่ต่อการขนส่งจึงดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูงขึ้นทันที
เมื่อราคาพลังงานพุ่งสูง นักลงทุนก็เริ่มกังวลว่าเงินเฟ้อจะค้างสูงนานขึ้น และความคาดหวังเงินเฟ้อที่สูงขึ้นนี้เองที่ดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งตาม โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ขยับขึ้นใกล้ 5.34% ขณะที่อายุ 30 ปี แตะ 5.70% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002
พอพันธบัตรรัฐบาลที่ไร้ความเสี่ยงให้ผลตอบแทนการันตีที่สูงขึ้น นักลงทุนเลยลดความเสี่ยงด้วยการถอนเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยง แม้แต่สินทรัพย์ปลอดภัยดั้งเดิมอย่างทองคำยังเจอแรงกดดัน โดยร่วงลง 1.53% มาอยู่ที่ $4,123.10 เนื่องจากเงินทุนไหลไปหาผลตอบแทนที่สูงกว่า
ย้อนดูประวัติศาสตร์: เมื่อราคาน้ำมันพุ่งกระทบวัฏจักร Bitcoin
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงส่งผลกระทบต่อมูลค่าคริปโตครับ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมิถุนายน Bitcoin เคยร่วงลงไปแตะ $65,590 ในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะ $96 จากสถานการณ์ความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์รอบก่อน
อย่างไรก็ตาม การมองภาพกว้างถือเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ครับ เพราะแม้ราคาจะอยู่ที่ราวๆ $83,178.54 แต่ Bitcoin ก็ยังเทรดสูงกว่าระดับ $59,500 ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงประมาณ 40% ซึ่งแรงต้านทางเศรษฐกิจมหภาคระยะสั้นก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นประจำในวัฏจักรตลาดอยู่แล้ว
สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือ ผลตอบแทนในอดีตของสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้เป็นสิ่งการันตีถึงผลตอบแทนในอนาคต นักลงทุนสามารถตรวจสอบกราฟราคาเรียลไทม์และอัปเดตสถานการณ์ตลาดได้ที่ bitkub.com/th/market/BTC
นอกจากนี้ เทรดเดอร์ยังเฝ้ารายงานการประชุมอย่างเป็นทางการของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประจำวันที่ 15-16 กันยายนอย่างใกล้ชิด ซึ่งตลาดจะนำรายงานนี้มาวิเคราะห์เพื่อหาสัญญาณการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
วิเคราะห์ทางเทคนิค: กราฟ 4 ชั่วโมง ปะทะ กราฟรายวัน
เพื่อประเมินทิศทางราคาถัดไป นักวิเคราะห์จึงมักดูกราฟในหลายช่วงเวลา ซึ่งตอนนี้กราฟระยะสั้นและระยะยาวกำลังบอกเล่าเรื่องราวที่ขัดแย้งกันอยู่ครับ
มุมมองระยะสั้น (กราฟ 4 ชั่วโมง)
บนกราฟ 4 ชั่วโมง Bitcoin เจอแนวต้านแถวๆ $86,978.45 ก่อนจะย่อตัวลงมา และหลังจากหลุด $83,000 ฝั่งซื้อก็เริ่มเข้ามารับแถวๆ จุดต่ำสุดของวันที่ $82,776.30 จนทำให้เกิดการเด้งกลับสั้นๆ
- แนวต้าน: เส้น Fibonacci retracement ชี้ว่ามีแนวต้านด่านแรกด้านบนอยู่ที่ $83,768.01 และ $84,877.38
- ดัชนี Relative Strength Index (RSI): RSI ใน timeframe 4 ชั่วโมง ร่วงลงมาที่ 32.2 บนสเกล 0 ถึง 100 ค่าใกล้ 30 บ่งบอกถึงภาวะขายมากเกินไป (Oversold) ซึ่งสะท้อนถึงการตกใจกลัวระยะสั้น แต่ขณะเดียวกันก็ดึงดูดความสนใจจากนักล่าของถูกเช่นกัน
- เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages): เส้น EMA 50 ช่วงเวลายังคงอยู่เหนือเส้น EMA 200 ซึ่งชี้ว่าโครงสร้างเทรนด์ในภาพกว้างยังไม่เสียไป
มุมมองระยะยาว (กราฟรายวัน)
เมื่อขยายออกมาดูกราฟรายวัน จะเห็นทรงกราฟที่มั่นคงกว่า โดยดัชนี Average Directional Index (ADX) ที่ใช้วัดความแข็งแกร่งของเทรนด์ อยู่ที่ 42.8 ซึ่งค่าที่สูงกว่า 25 ถือว่าเป็นเทรนด์ที่แข็งแกร่ง แสดงให้เห็นว่าฝั่งซื้อยังคงคุมแนวรับสำคัญไว้ได้อยู่
ในขณะเดียวกัน RSI รายวันอยู่ที่ 52.5 ซึ่งอยู่ในโซนเป็นกลางพอดี สิ่งนี้แสดงว่าการย่อตัวของราคาในวันนี้ยังไม่ได้ทำลายโมเมนตัมระยะยาว แถมจุดต่ำสุดของวันที่ $82,776.30 ยังยืนเหนือแนวรับ Fibonacci สำคัญที่ $82,626.41 อยู่ราวๆ $150 อีกด้วย
ตลาดคาดการณ์ (Prediction Markets): เทรดเดอร์มองอย่างไรต่อไป
นอกจากรูปแบบทรงกราฟแล้ว แพลตฟอร์มคาดการณ์ล่วงหน้ายังช่วยให้เราเห็นมุมมองของเทรดเดอร์ด้วย โดยบน Myriad ซึ่งเป็นตลาดคาดการณ์ที่พัฒนาโดย Dastan พบว่าความรู้สึกของตลาดสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับหลายสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
อย่าลืมว่าความน่าจะเป็นในการคาดการณ์มีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคใหม่ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความน่าจะเป็นเพื่อการเก็งกำไรของตลาด ไม่ใช่สิ่งแน่นอน
ประมาณการความน่าจะเป็นฝั่งขาลงสำหรับเดือนตุลาคม
- โอกาส 92% ที่ Bitcoin จะลงไปแตะ $82,500 ในช่วงใดช่วงหนึ่งของเดือนตุลาคม
- โอกาส 67% ที่ Bitcoin จะลงไปแตะ $80,000 ในระหว่างเดือน
- โอกาส 43% ที่จะย่อตัวลึกกว่าเดิมไปแตะ $77,500
ประมาณการความน่าจะเป็นฝั่งขาขึ้นสำหรับเดือนตุลาคม
- โอกาส 55% ที่ Bitcoin จะเด้งกลับไปแตะ $87,500 ในเดือนตุลาคม
- โอกาส 36% ที่ราคาจะฟื้นตัวไปถึง $90,000
สัญญาคาดการณ์เหล่านี้จะตัดสินผลเมื่อราคาไปแตะระดับนั้นๆ บน Binance โดยไม่ได้อิงตามราคาปิดของแท่งเทียนรายวัน ดังนั้น หากราคายังผันผวนสูง ทั้งสถานการณ์ขาลงและขาขึ้นก็สามารถเกิดขึ้นได้พร้อมกันภายในเดือนเดียวกัน
แนวรับแนวต้านสำคัญที่ต้องจับตา
ตอนนี้ Bitcoin กำลังอยู่ในโซนตัดสินใจสำคัญซึ่งได้รับอิทธิพลจากกระแสข่าวสารทั่วโลก
หากจะเกิดสถานการณ์ฟื้นตัวฝั่งขาขึ้น ฝั่งซื้อจะต้องดันราคาให้ทะลุเหนือ $84,761.70 (ขอบบนของกรอบเทรนด์ 4 ชั่วโมง) และผ่านแนวต้าน $84,877.38 ไปให้ได้ ซึ่งการทรงตัวของราคาน้ำมันหรือสัญญาณผ่อนคลายจาก Fed อาจกลายเป็นตัวจุดชนวนส่งเสริมให้เกิดภาพนี้ได้
ในทางกลับกัน หากเกิดสถานการณ์ลงต่อฝั่งขาลงอันเนื่องมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น หรือความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ การหลุดต่ำกว่า $82,776.30 อาจเปิดทางให้ราคาดิ่งลงไปสู่แนวรับถัดไปที่ $81,567.49 และ $81,165.95
การหมั่นติดตามตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจมหภาคควบคู่ไปกับระดับราคาบนกราฟ จะช่วยให้นักลงทุนรับมือกับความผันผวนของตลาดที่เกิดขึ้นได้อย่างมั่นใจและชัดเจนยิ่งขึ้น
บทความล่าสุด

ผู้ร่วมก่อตั้ง Empire Market ถูกตัดสินจำคุก 40 ปี
ศาลสหรัฐฯ สั่งจำคุก Raheim Hamilton ผู้ร่วมก่อตั้ง Empire Market เป็นเวลา 40 ปี ข้อหาเปิดเว็บมืดค้ายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายมูลค่ากว่า 430 ล้านดอลลาร์

อังกฤษเดินหน้าคว่ำบาตร 3 เว็บเทรดคริปโต เอี่ยวช่วยรัสเซียเลี่ยงมาตรการลงโทษ
สหราชอาณาจักรประกาศคว่ำบาตรเว็บเทรดคริปโต 3 แห่ง พร้อมผู้ให้บริการชำระเงินอีกหลายราย หลังสงสัยว่าช่วยรัสเซียหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก

ฝรั่งเศสจ่อเก็บภาษีคริปโตใหม่ ในงบประมาณปี 2027
คณะกรรมาธิการการเงินของฝรั่งเศสหนุนข้อเสนอใหม่ เตรียมเก็บภาษีการสวอป Stablecoin และจัดหนักภาษีคนรวยที่ย้ายประเทศ โดยคิดจากกำไรคริปโตที่ยังไม่ได้ขาย